โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คุยกับ “วิโรจน์ ตั้งเจริญ” เมื่อ CFP ไม่ใช่ “เซลส์ขายของ” แต่คือ “สถาปนิกชีวิต-คุณหมอการเงิน”

Thairath Money

อัพเดต 23 ม.ค. เวลา 10.46 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. เวลา 01.00 น.
ภาพไฮไลต์

ปัจจุบันภาพรวมของวิชาชีพนักวางแผนการเงินในประเทศไทยภายใต้มาตรฐานสากล CFP (Certified Financial Planner) กำลังอยู่ในจุดที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยความท้าทาย แม้ประเทศไทยจะเป็นสมาชิกของ FPSB (Financial Planning Standards Board) มาอย่างยาวนาน แต่ในเชิงปริมาณนั้นยังถือว่ามีบุคลากรผู้ถือคุณวุฒิ CFP ในจำนวนที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับความต้องการของประเทศ

Thairath Money ชวนเปิดมุมมอง "วิโรจน์ ตั้งเจริญ นายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย"ภารกิจยกระดับ CFP สู่มาตรฐานโลก ท่ามกลางความท้าทายของสังคมสูงวัยและวิกฤติหนี้ครัวเรือน เมื่อ "แผนการเงิน" ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่คือเข็มทิศที่จะเปลี่ยนอนาคตคนไทย

เริ่มแรก วิโรจน์ ฉายภาพว่า ในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 12 ประเทศ ไทยอยู่อันดับที่ 11 โดยมีผู้ถือคุณวุฒิ CFP อยู่เพียงประมาณ 800 คน เท่านั้น (จากผู้ถือคุณวุฒิ CFP ทั่วโลกกว่า 223,000 คน) เมื่อเทียบกับประชากรวัยทำงานของไทยที่มีกว่า 40 ล้านคน จะคิดเป็นสัดส่วนนักวางแผนการเงิน 1 คนต่อประชากรถึง 50,000 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการขาดแคลนบุคลากรด้านนี้อย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางจำนวน CFP ที่ยังน้อย ประเทศไทยกลับได้รับการยกย่องในเวทีโลกว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตของจำนวน CFP สูงที่สุดถึง 18.5% ในปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวและการตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนการเงินในสังคมไทยที่มีนัยสำคัญยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ความต้องการนักวางแผนการเงินที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งมาจาก “อีโคซิสเต็ม” ที่เปลี่ยนไป ในอดีตเรื่องการเกษียณอาจไม่ต้องวางแผนมากนัก เพราะครอบครัวมีลูกมาก แต่ปัจจุบันอัตราการเกิดต่ำสุด (ปีที่ผ่านมาไม่เกิน 500,000 คน) หลายครอบครัวมีบุตรน้อยหรือไม่มีเลย ประกอบกับคนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยสูงขึ้นถึง 80-95 ปี ทำให้ไทยก้าวสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ (Aged Society) การบริหารเงินหลังเกษียณจึงมีความซับซ้อนกว่าเดิมมาก

จึงเป็นเหตุผลให้สมาคมฯ มุ่งส่งเสริมให้ผู้ที่ได้รับคุณวุฒิวิชาชีพนักวางแผนการเงิน CFP และคุณวุฒิวิชาชีพที่ปรึกษาการเงิน AFPT ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีความรู้ ทักษะ ความสามารถ และมีจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพได้รับการยอมรับและมีความน่าเชื่อถือในระดับสากล รวมทั้งเป็นที่รู้จักและยอมรับในอุตสาหกรรมการเงินของประเทศไทยอย่างกว้างขวาง

ความต่างระหว่าง CFP และ AFPT

เพื่อให้การผลิตบุคลากรครอบคลุมทุกระดับ สมาคมนักวางแผนการเงินไทยจึงได้แบ่งคุณวุฒิออกเป็น 2 ระดับหลัก เพื่อเป็นบันไดให้นักวิชาชีพค่อยๆ สั่งสมความเชี่ยวชาญ ดังนี้

  • AFPT (Associate Financial Planner Thailand) ปัจจุบันมีอยู่ 1,813 คน โดยจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แบ่งเป็นด้านการลงทุน (Module 1&2) หรือด้านการบริหารความเสี่ยงและวางแผนเกษียณ (Module 1, 3 และ 4) กลุ่มนี้เป็นเป้าหมายสำคัญที่สมาคมฯ มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้พัฒนาต่อยอดจนเป็น CFP

  • CFP (Certified Financial Planner) คุณวุฒิขั้นสูงที่ครอบคลุมการวางแผนการเงินแบบองค์รวม (Holistic) และอยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงชีวิต โดยต้องผ่านการอบรม 6 โมดูล สอบผ่าน 4 Paper และมีประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 ปี ครอบคลุมตั้งแต่วางแผนรายรับ-รายจ่าย, หนี้สิน, เงินสำรอง, การลงทุน, ภาษี, ประกัน ไปจนถึงการส่งต่อมรดก

ยุทธศาสตร์การขยายฐานราก จากรั้วมหาวิทยาลัยสู่ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

นอกจากนี้แผนระยะกลาง สมาคมนักวางแผนการเงินไทยมีแผนเชิงรุกในการเพิ่มจำนวน CFP ให้ถึงหลัก 1,000 คน ภายใน 3 ปีข้างหน้า โดยเริ่มจากการปลูกฝังตั้งแต่ระดับการศึกษา ปัจจุบันมีความร่วมมือกับ 8 มหาวิทยาลัยชั้นนำ และขยายผลลงไปถึงระดับอาชีวศึกษา รวมทั้ง AFPT และองค์กรสถาบันต่างๆ ด้วยเช่นกัน

และยิ่งมีแนวทางความร่วมมือกับไทยรัฐมันนี่ในการลงไปกับสถานศึกษาผ่าน Thairath Money Campus Tour 2026 นับเป็นการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งยังเป็นการสร้างพื้นฐานทางการเงินให้กับนักศึกษาได้

รวมทั้งได้มีการเปิดตัวหลักสูตรใหม่ Post Retirement Specialist (PRS) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อรองรับสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ (Aged Society) เนื่องจากการบริหารเงินหลังเกษียณมีความซับซ้อนและสำคัญมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงบ้านเพื่อผู้สูงอายุ หรือการจัดการกระแสเงินสดผ่านประกันบำนาญเพื่อให้มีเงินใช้ทุกเดือนเหมือนมีเงินเดือนตลอดชีวิต

ความต่างระหว่าง ‘Finfluencer’ กับ ‘นักวางแผนการเงินมืออาชีพ’

ในยุคที่ข้อมูลการเงินหลั่งไหลบนโซเชียลมีเดียผ่านเหล่า “Finfluencer” สมาคมนักวางแผนการเงินมองว่า

  • Finfluencer เน้นการสื่อสารแบบ “One to All” ให้ข้อมูลภาพรวมตามประสบการณ์ส่วนตัวหรือให้ความรู้เป็นรายเรื่อง แต่ไม่ได้วิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลและไม่ได้มีการติดตามผล คำแนะนำเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นที่อาจไม่ได้เหมาะกับทุกคน ส่วนใหญ่มักใช้ประสบการณ์โดยตรงของตนเองมาถ่ายทอด หรือบางรายอาจจะมีใบอนุญาตในการแนะนำด้านต่างๆ เช่น IP License ดังนั้นผู้ฟังต้องใช้วิจารณญาณ

  • นักวางแผนการเงิน CFP ทำงานภายใต้มาตรฐานสากลและจรรยาบรรณวิชาชีพ ในรูปแบบ “One to One” หรือ “Tailor-made” มีหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเฉพาะตัวบุคคล ออกแบบโซลูชันตามเป้าหมายและความเสี่ยงของแต่ละคน และที่สำคัญคือการเป็น “เพื่อนคู่คิด” ที่คอยติดตามผล (Follow-up) และปรับปรุงแผนตามปัจจัยภายนอกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่น ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk)

อย่างเช่นในช่วงปีที่ผ่านมามีหลาย Asset Class ฉะนั้นหากขาดการแนะนำที่ดี อาจจะทำให้การลงทุนนั้นไม่ประสบความสำเร็จ

บทบาทในฐานะ ‘สถาปนิกและหมอทางด้านการเงิน’

นายกสมาคมฯ มองว่า บทบาทของนักวางแผนการเงินไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องการลงทุนให้เงินงอกเงย แต่เปรียบเสมือน“สถาปนิก” ผู้ร่างแบบแปลนชีวิต ช่วยจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมาย และแยกพอร์ตเงินตามวัตถุประสงค์เพื่อรักษา “พลังของเงิน” และเป็น “คุณหมอ” ผู้ที่คอยวินิจฉัยและตรวจสุขภาพทางการเงินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับแผนให้ทันต่อสถานการณ์และช่วงอายุที่เปลี่ยนไป

“เราไม่อยากให้คนไทยมองว่านักวางแผนการเงิน หรือ CFP เป็นคนขายสินค้าทางด้านการเงิน เพราะเราไม่ใช่เซลส์ แต่เราเป็นคนออกแบบชีวิต เป็นเพื่อนคู่คิดทางด้านการเงิน ทุกช่วงชีวิตของคนทุกคน ซึ่งนักวางแผนการเงิน จะเข้ามาช่วยจัดลำดับความสำคัญ เช่น การสร้างเงินสำรองฉุกเฉิน 6-12 เดือนเพื่อรองรับความไม่แน่นอนของโลกยุคใหม่ การจัดการหนี้สินซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของชาติ และการแยกพอร์ตตามเป้าหมาย เช่น พอร์ตเกษียณที่ต้องไม่ถูกดึงมาใช้ในเป้าหมายระยะสั้น เพื่อรักษาพลังของเงินให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด และที่สำคัญคือต้องมีการตรวจสุขภาพทางการเงินอย่างสม่ำเสมอเพื่อปรับแผนให้ทันต่อสถานการณ์” วิโรจน์ กล่าว

ขอบเขตการทำงานของ CFP

ทั้งนี้ CFP จะมีสองกลุ่มคือ กลุ่มที่เป็นฟรีแลนซ์ และอีกกลุ่มคือมีสังกัดอยู่กับสถาบันการเงิน กลุ่มบริษัทประกัน ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีความชำนาญไม่เหมือนกัน และมีข้อจำกัดแตกต่างกันออกไป ดังนั้นผู้รับคำปรึกษาต้องมีการศึกษาให้ดีก่อนเข้ารับคำปรึกษา

ฟันเฟืองสำคัญต่อเศรษฐกิจมหภาค

ส่วนภาพใหญ่ในระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ วิโรจน์ ฉายภาพว่า ปัญหาหลักๆ คือขาดกำลังซื้อ คนเป็นหนี้เยอะ หนี้สินภาคครัวเรือนสูงถึง 87% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งฉุดกำลังซื้อ ฉะนั้นการวางแผนการเงินจะช่วยลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นและจัดการหนี้อย่างเป็นระบบ จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีนักวางแผนการเงินที่เพียงพอไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจชาติ

ฉะนั้นสิ่งที่ภาคเศรษฐกิจไทยอย่างน้อยต้องเริ่มมาแก้ไขโครงสร้าง ต้องฝึกให้คนมองเห็นการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น สร้างเงินออม จัดการหนี้สิน ซึ่งเป็นจุดแรกที่ทำให้ภาคเศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนได้ และเมื่อประชาชนมีเงินออมเพิ่มขึ้น เม็ดเงินจะไหลกลับเข้าสู่ระบบการเงินและตลาดทุน ช่วยขยายตัวธุรกิจภาคการผลิตและลดงบประมาณการดูแลของภาครัฐในระยะยาว

ก้าวแรกสู่เส้นทางอาชีพ แรงบันดาลใจและจรรยาบรรณที่ต้องมาก่อนสินค้า

สำหรับผู้ที่สนใจก้าวเข้าสู่วิชาชีพนี้ นายกสมาคมฯ มองว่า สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงความรู้ แต่คือ “แรงบันดาลใจ” และการเข้าใจในบทบาทการเป็นเพื่อนคู่คิดทางการเงิน ยึดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นที่ตั้งภายใต้กรอบจรรยาบรรณเดียวกันไม่ว่าจะเป็นนักวางแผนอิสระหรือสังกัดสถาบันการเงิน

“เราไม่ได้ต้องการสร้างพนักงานขายสินค้าการเงินแต่ต้องการสร้างที่ปรึกษาที่เป็นกลาง ทุกคนทำงานภายใต้กรอบจรรยาบรรณเดียวกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คนไทยว่า การเดินเข้ามาปรึกษานักวางแผนการเงินจะช่วยให้เขามีความสุขและความสบายใจเพิ่มขึ้น จากสถิติพบว่าผู้ที่เข้ารับการปรึกษาจากนักวางแผนการเงินมีความสุขและพอใจในชีวิตสูงถึง 73% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ใช้บริการซึ่งมีเพียง 40% เท่านั้น” วิโรจน์ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/business_marketing

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คุยกับ “วิโรจน์ ตั้งเจริญ” เมื่อ CFP ไม่ใช่ “เซลส์ขายของ” แต่คือ “สถาปนิกชีวิต-คุณหมอการเงิน”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...