โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดผลชันสูตร เด็กหญิง 5 ขวบ พบเบาะแสถุงเท้า มีขายที่เดียว

สยามนิวส์

เผยแพร่ 25 ก.พ. เวลา 05.27 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.อ.ศิริมงคล สุขะปารมี ผกก.สภ.หนองโดน เปิดเผยความคืบหน้าของคดี กรณีพบศพเด็กหญิงวัย 5 ขวบถูกทิ้งในป่าข้างทาง

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.อ.ศิริมงคล สุขะปารมี ผกก.สภ.หนองโดน เปิดเผยความคืบหน้าของคดี กรณีพบศพเด็กหญิงวัย 5 ขวบถูกทิ้งในป่าข้างทาง ว่า ได้ข้อมูลการตรวจจากสถาบันนิติเวช การตรวจของศพ ด้วยวาจาว่า เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 เดือน พบร่องรอยของฟันสัตว์ และเล็บสัตว์บนร่างกายของเด็ก และไม่พบเส้นผมบนศีรษะเด็ก เนื่องจากเวลาที่พบศพผ่านมาเป็นเดือนทำให้มันกว้างขึ้นในเรื่องที่เราจะมาวิเคราะห์ ช่วงที่เวลานำศพมาทิ้งนั้นมันช่วงไหน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ใช้การดำเนินการโดยการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ และสื่อสารมวลชนในการประชาสัมพันธ์ผู้แจ้งเหตุ ว่ามีเด็กหายจากพื้นที่หรือไม่ โดยการเพิ่มเงินรางวัลในการแจ้งเบาะแสเป็นเงิน 15,000 บาท

ซึ่งสิ่งที่ทางเจ้าหน้าที่พบเจอเป็นชุดเครื่องนอนเด็กอนุบาล ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้งในพื้นที่ และทั้งจังหวัด แต่ก็ยังไม่พบข้อมูลว่ามีเด็กสูญหายไป และได้มีการประสานไปยัง ศพฐ.ของจังหวัดสระบุรีเขต 1 และเขต 2 โดยได้ประสานไปยังผู้อำนวยการเขตทั้ง 2 ท่าน ให้ประสานข้อมูลสถานศึกษาและก็ทั้งจังหวัด และภาคเอกชน เพื่อตรวจสอบข้อมูลว่ามีเด็กหายไปจากพื้นที่หรือไม่ ซึ่งก็ยังไม่พบข้อมูล

ทางชุดสืบสวนภาค 1 ชุดสืบสวนจังหวัดสระบุรี และชุดสืบสวน สภ.หนองโดน ได้ประสานไปยังพื้นที่จังหวัดลพบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี อยุธยา และพื้นที่ข้างเคียงก็ยังไม่พบข้อมูล ส่วนผลการตรวจของแพทย์ที่เกิดเหตุ เนื่องจากว่าเด็กนอนคว่ำหน้า เลยไม่รู้ว่าสาเหตุการแตกร้าวที่บริเวณกะโหลกศีรษะ เกิดก่อนหรือหลังเกิดเหตุ เพราะว่าสมองของเด็กนั้นได้น่าเสียหายเลยไม่สามารถตรวจระบุว่าการเสียชีวิตเกิดจากอะไร ว่าเกิดก่อนหรือหลังเกิดเหตุ ส่วนแนวทางการสืบสวนทางเจ้าหน้าที่น่าจะสืบจากศพ จากสิ่งที่อยู่รอบกายเด็ก และถุงเท้า และสิ่งสำคัญที่สุด ก็จากสื่อมวลชน สื่อออนไลน์ช่วยกันประชาสัมพันธ์ แจ้งเบาะแสเข้ามา

ในด้านการทำงานของเจ้าหน้าที่นั้น ตอนนี้ได้แบ่งกำลังกันออกทำงานไปตามแนวทางที่มองว่า เด็กน่าจะมาจากส่วนไหน ทั้งวิเคราะห์ว่าอาจจะเป็นต่างด้าว ก็ได้แบ่งกำลังออกตรวจสอบที่พักต่างด้าวในพื้นที่ และพื้นที่ข้างเคียง ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้แสดงตนเข้ามาว่าเป็นผู้ปกครอง หรือญาติ ของเด็กแต่อย่างไร ซึ่งก็ได้ประสานไปยังมูลนิธิกระจกเงา ก็ยังไม่มีข้อมูล โดย พ.ต.อ.ศิริมงคล กล่าวเสริมว่าหากมีผู้ทราบเบาะแสว่าเด็กเป็นใครสามารถแจ้งข้อมูลมาได้ที่ สภ.หนองโดน หมายเลข 036-397181 หรือ พ.ต.อ.ศิริมงคล สุขะปารมี ผกก.สภ.หนองโดน หมายเลข 097-6929895 โดยมีรางวัลสำหรับผู้แจ้งเบาะแสว่าเด็กเป็นใครเป็นจำนวนเงิน 15,000 บาท

ส่วนข้อมูลจากชุดสืบสวนมีเบาะแสหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ถุงเท้ากันลื่นสีฟ้า - ชมพู ที่น้องสวมใส่นั้น มีขายเฉพาะสวนสนุกในห้างสรรพสินค้าในจังหวัดสระบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากจุดพบศพ 44 กิโลเมตร ทีมข่าวจึงลงพื้นที่พบว่าสวนสนุกแห่งนี้จะขายถุงเท้ากันลื่นยี่ห้อเดียวกับศพ และจะมีขายเฉพาะที่นี่ที่เดียวเท่านั้นเนื่องจากเป็นสินค้าที่ทางบริษัทผลิตขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งตัวถุงเท้าจะมีให้เลือกหลายสี และมีหลายขนาด โดยแบ่งเป็นตามช่วงอายุของเด็กจะมีตั้งแต่ ขนาด 3-5 ขวบ, ขนาดอายุ 5-7 ขวบ, และขนาดฟรีไซส์ที่เป็นสำหรับเด็กโต

นอกจากนี้ พนักงานสวนสนุกให้ข้อมูลกับทีมข่าวเพิ่มเติมว่า โดยปกติแล้ว ในช่วงวันหยุดจะมีผู้ปกครองพาเด็กเข้ามาเล่นกันกว่า 100 คน ส่วนในวันธรรมดาจะมีประมาณแค่ 50 คนเท่านั้น ซึ่งผู้ปกครองจะต้องพาบุตรหลาน มาลงทะเบียน ก่อนเข้าไปเล่นในสวนสนุก แต่ไม่ถึงขั้นต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนเพื่อลงทะเบียน โดยทางสวนสนุกจะ ติดสติ๊กเกอร์ ลำดับเลขของน้อง ให้ตรงกับสายรัดข้อมือของผู้ปกครอง

เมื่อถึงเวลาพนักงานก็จะประกาศให้ผู้ปกครองมารับตัวเด็กกลับบ้านไป แต่ถ้าไม่ใช่เป็นผู้ปกครองมารับทางพนักงานก็จะไม่ปล่อยเด็กให้ออกจากสวนสนุก อย่างไรก็ตาม ตนได้ รับการประสานจากฝ่ายสืบสวนให้ช่วยดูภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลังซึ่งตอนนี้ตนพยายามไล่ดูไปแล้วประมาณ 5 วัน ก็ยังไม่พบอะไรผิดปกติ รวมไปถึงยังไม่พบ บุคคลที่มีรูปพรรณสัณฐานหรือแต่งกายตรงกับน้องที่เสียชีวิตแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวจังหวัดสระบุรี รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...