“ศิริกัญญา” มองแจกเงิน 9 กลุ่ม “เพื่อไทย” เหมือนหวยใบเสร็จ “ประชาชน” สัดส่วน2000 คนต่อปี
“ศิริกัญญา” มองแจกเงิน 9 กลุ่ม “เพื่อไทย” เหมือนหวยใบเสร็จ “ประชาชน” สัดส่วน2000 คนต่อปี อาจไม่สร้างแรงจูงใจเท่าที่ควร พร้อมเปิดนโยบายสิ่งแวดล้อม ทำทันทีที่ได้เป็นรัฐบาลแก้ที่ต้นเหตุ เพราะจะกระทบศก.
เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 69 ที่อาคารมณียา นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณี พรรคเพื่อไทยมีนโยบายแจกเงิน 9กลุ่มสาขาอาชีพ ทุกวัน คนละ1ล้านบาทนั้น ถ้าดูจากตัวนโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้แถลงออกมาแล้ว จะสามารถแบ่งออกมาได้เป็น 2ส่วน คือส่วนที่แจกให้กับคนที่มีใบเสร็จรับเงิน ก็จะคล้ายๆกับ“โครงการหวยใบเสร็จ” ของพรรคประชาชน แต่กลไกในการสร้างแรงจูงใจให้ธุรกิจขนาดย่อมหรือ sme เข้ามาอยู่ในระบบภาษี ไม่ได้จบแค่ การออกใบเสร็จ เพราะกว่าจะออกใบเสร็จไปถึงขั้นตอนของการออกใบกำกับภาษีต้องใช้ระยะเวลา และต้องมีระบบที่ทำให้ธุรกิจขนาดย่อมเหล่านั้นเติบโตได้ ซึ่งพรรคประชาชน ได้พิจารณาเป็นขั้นตอน มาแล้วทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่จะต้องจ่ายลดลงมีกลไกที่จะให้ขอสินเชื่อได้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำหรือเป็นเงินกู้ฉุกเฉิน
ในส่วนของพรรคเพื่อไทยยังไม่เห็นว่ามีอะไรต่อเนื่องจากโครงการ แม้จะเป็นการคล้ายแต่ก็ไม่เหมือนกันทีเดียว ส่วนที่แตกให้กับเกษตรกรหรือผู้สูงอายุไม่แน่ใจว่าจะให้ทะเบียนอะไรเพราะว่าที่ผ่านมาโครงการต่างๆของประเทศไทยก็มีการเปิดให้คุมคนเหล่านี้ได้ลงทะเบียนเพื่อรับเงินจากทางรัฐบาลไปแล้ว ที่เหลือก็เหมือนว่าเป็นการหาที่จะแจกเงินเท่านั้น
และหากมองในแง่งบประมาณ ใช้ไม่มาก ทั้งโครงการใช้เพียงแค่ปีละ 3,000 กว่าล้านบาทเท่านั้น แต่ต้อง ไปที่ประสิทธิภาพของโครงการมากกว่า เพราะคนที่ได้รับประโยชน์มีเพียงแค่ 2000 คนต่อปีเท่านั้น และหาก โอกาสที่จะถูกรางวัลมีน้อยก็อาจจะ ไม่ได้สร้างแรงจูงใจให้คนเข้าไปอยู่ในระบบ
ส่วนกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง เรียกให้ฝ่ายนโยบายของพรรคประชาชนเข้าไปชี้แจงรายละเอียดหลายโครงการ ที่มีการใช้จ่ายงบประมาณ นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่าอาจเป็นเพราะพรรคประชาชนทำนโยบายเสร็จและเสนอให้ กกต. ตรวจสอบได้เร็วกว่าพรรคอื่นจึงเรียกเข้าไปชี้แจงก่อน ทั้งแบบชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร และชี้แจงด้วยตัวบุคคล ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและได้รับคำชม จากคณะกรรมการด้วยว่า ทำได้อย่างละเอียด และควรให้พรรคการเมืองอื่นใช้เป็นต้นแบบในการ จัดทำนโยบาย
“ศิริกัญญา” ยังไม่ได้คุย “รักชนก ” ปมเมิน “เสรีพิศุทธ์ ” บอกเขาใจเหตุการณ์ ที่ให้ออกจากพรรคร่วมฯ
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาชนถูกวิพากษ์วิจารณ์หลังนางสาวรักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ไม่ได้ทักทาย พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในระหว่างการหาเสียง นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า ส่วนตัวยังไม่ได้คุยเรื่องนี้กับนางสาวรักชนก แต่ก็เข้าใจทั้ง2 ฝ่าย และที่สำคัญเข้าใจ นางสาวรักชนกด้วย เพราะตนเองก็อยู่ในเหตุการณ์ วันที่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ บอกให้พรรคประชาชนออกจากการร่วมรัฐบาล ยืนยันว่าถ้ามีโอกาสก็จะได้มีการพูดคุยเรื่องนี้กับ นางสาวรักชนก
ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามย้ำว่าเรื่องนี้ พรรคประชาชน ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักมองอย่างไร นางสาวศิริกัญญาไม่ได้ตอบอะไรเพิ่มเติม เพียงแค่พูดว่า “อ๋อ หรอค่ะ”
“พรรคประชาชน” เปิดนโยบายสิ่งแวดล้อม ทำทันทีที่ได้เป็นรัฐบาลแก้ที่ต้นเหตุ เพราะจะกระทบศก.
นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมว่าไม่ใช่แค่เรื่อง ต้นไม้ แหล่งน้ำ สัตว์ป่า หรือทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังรวมไปถึง คุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจด้วย เพราะยิ่งอากาศ เป็นพิษก็จะทำให้ค่าครองชีพของมนุษย์เพิ่มสูงขึ้นไปด้วย เพราะต้องนำเงินส่วนหนึ่งไปใช้สำหรับการรักษาพยาบาล หรือดูแลตัวเองให้มากขึ้น เช่นเดียวกันจะทำให้คุณภาพในการทำงานของแรงงานลดลงตามไปด้วย
ที่ผ่านมาปัญหาฝุ่นละอองส่งผลกระทบทำให้นักเรียนต้องหยุดเรียนปัญหาน้ำท่วมทำให้หลายครอบครัวต้องเริ่มต้นใหม่ และยังมีอีกหลายหลายอย่างที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ตั้งแต่อดีต การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมรัฐบาลมักแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่เคยจัดการกับต้นเหตุหรือสาเหตุของปัญหาอย่างจริงจัง
นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของพรรคประชาชนไม่ใช่นโยบายเสริม อยู่ในเล่มนโยบายที่สมบูรณ์ แต่เป็นนโยบายในเชิงโครงสร้างพื้นฐานเทียบเท่ากับ ถนน ไฟฟ้า หรืออินเทอร์เน็ต เชื่อว่าหากอากาศ น้ำใส เมืองน่าอยู่ ทรัพยากรได้รับการฟื้นฟู ก็จะทำให้ประเทศสามารถดึงดูดนักลงทุน เข้ามาลงทุนในด้านต่างๆได้ และทำให้ประชาชนมีคุณภาพที่ดีขึ้นได้
ดังนั้น นโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคประชาชน จะตั้งอยู่บนหลักการ ป้องกันที่ต้นเหตุ ไม่ใช่การเยียวยาที่ปลายทาง ใช้กลไกของรัฐและตลาดให้ผู้ก่อมลพิษต้องรับผิดชอบ ให้ประชาชนและท้องถิ่นมีอำนาจในการจัดการกับสิ่งแวดล้อม ของตนเอง เปลี่ยนจากการอนุญาตให้ทำลายแล้วค่อยแก้เป็นรัฐที่วางกติกาเพื่อไม่ทำลายรากฐานชีวิตของคนทั่วไป ทำให้ชุมชนได้มีสิทธิ์ร่วมในการกำหนดอนาคตของตัวเอง
“อากาศสะอาดเมืองน่าอยู่เศรษฐกิจแข็งแรงและเป็นธรรมต่อคนรุ่นนี้และคนรุ่นต่อไป” นางสาวศิริกัญญากล่าว