โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เศรษฐกิจปี 69 โหดขึ้น! ศรีจันทร์เผย ‘ครีมซอง’ ยังโต คนไทยขอจ่ายน้อยๆ แต่ซื้อบ่อยได้

TODAY

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TODAY

ในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกำลังซื้อผู้บริโภค สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ คือ ธุรกิจบางเซกเมนต์ที่จะเติบโตขึ้น โดดเด่นขึ้น เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้จ่ายได้มากกว่า อย่าง ‘ครีมซอง’ ของศรีจันทร์ที่ยังเติบโตน่าสนใจ ตั้งแต่ปี 2568 และแนวโน้มบวกปีนี้

รวิศ หาญอุตสาหะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด มองว่า ปี 2569 จะยังเป็นปีที่ ‘โหดขึ้น’ มากกว่าปีก่อนแน่ๆ โหดแบบรอบด้าน ตั้งแต่การปรับกลยุทธ์ธุรกิจ ไปจนถึง การแข่งขัน และกำลังซื้อผู้บริโภค

นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายด้าน ‘ต้นทุนแพคเกจจิ้ง’ ที่อาจจะพ่วงมาจากสงครามตะวันออกกลาง เพราะว่าการทำพลาสติกต้องใช้น้ำมันเ็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งราคาน้ำมันที่รัฐบาลไทยยังต้องตรึงราคาอยู่นั่น มีความไม่แน่นอนสูง และยังไม่มีใครรู้ว่าราคาจะปรับขึ้นหรือไม่ในอนาคต

ปีที่แล้วยอดขายของศรีจันทร์สามารถเติบโตได้ 30% อยู่ที่ 2,000 ล้านบาทนิดๆ แต่ปีนี้ด้วยสถานการณ์ความไม่แน่นอนหลายอย่าง ‘รวิศ’ ยอมรับว่า “ปีนี้โตได้ 20% ก็ถือว่าเก่งแล้ว เพราะปัจจัยอย่าง สงครามอิหร่าน ไม่ได้คาดหวังเลยว่าจะเกิดขึ้น มันมีปัจจัยที่ไม่นิ่งอยู่เยอะ”

“สมมุติทางเดินเรือขนส่งสินค้ากระทบกับสินค้าศรีจันทร์ (ซึ่งตอนนี้ยังไม่กระทบ) แล้วเราต้องหันไปขนส่งทางเดินเรือเส้นทางอื่น ซึ่งมีอยู่แล้ว แต่ต้นทุนจะสูงขึ้นอีกมาก”

[ ครีมซองยังโตมาก ตั้งแต่ปี 2568 ]

ข้อมูลจาก NIELSENIQ THAILAND (เดือนมกราคม-มิถุนายน 2568) เปิดเผยว่า ศรีจันทร์ Skin Moisture Burst เจล ครีม ที่เป็นรูปแบบครีมซอง (ขนาด 10 มิลลิกรัม) มีมาร์เก็ตแชร์ในตลาดประเทศไทย ประมาณ 3.4%

สอดคล้องกับที่ รวิศ เผยว่า ไลน์สินค้า Skin Moisture Burst สำหรับผิวหน้าเป็นกลุ่มสินค้าขายดีอันดับ 1 ที่ผ่านมาของศรีจันทร์ ดังนั้น ครีมซอง ในกลุ่มมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ ซึ่งมีราคาเริ่มต้น 39 บาท ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ จึงเป็นตัวเลือกอันดับ 1 ของลูกค้า

รวิศ ยังกล่าวอีกว่า เราอยู่ในยุคที่เศรษฐกิจทำให้ผู้บริโภคต้องระมัดระวังการใช้จ่าย พฤติกรรมการซื้อสินค้าก็เปลี่ยน ลูกค้าเลือกจ่ายเงินจำนวนน้อยๆ แต่บ่อยขึ้น มากกว่าที่จะจ่ายแบบก้อนใหญ่ขึ้น ราคา 300-400 เพื่อให้ได้สินค้าที่กระปุกใหญ่ขึ้น”

“การเลือกซื้อสินค้าชิ้นเล็กลง ราคาถูกลง แต่ซื้อบ่อยขึ้น กลายเป็นเรื่องปกติของยุคนี้ไปแล้ว”

ปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าของศรีจันทร์ คนไทยเป็นกลุ่มลูกค้าหลักถึง 85% ส่วนอื่น 15% เป็นชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว ซึ่งรวิศ อธิบายว่า การที่ศรีจันทร์เป็น T-Beauty Leader ส่วนสำคัญเพราะว่าสภาพอากาศของไทยที่โหดร้ายพอสมควร การใช้ชีวิตจองคนไทย การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล หลายๆ ปัจจัยทำให้ศรีจันทร์กลายเป็นสินค้า high performance ของกลุ่มเครื่องสำอาง

และล่าสุดศรีจันทร์ได้เปิดตัว SRICHAND IN-SKIN Phyto Camellia PDRN นวัตกรรมผิวโกลว์ใสจาก Vegan PDRN ที่มาจากดอกคามิลเลีย ซึ่งเป็นการขยายพอร์ตธุรกิจอีกด้านหนึ่งของศรีจันทร์ ตามเทรนด์ Healthy Glow และ Slow-Aging ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ แบมแบม–กันต์พิมุกต์ ภูวกุล ในฐานะพรีเซนเตอร์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในมุมของรวิศ กล่าวว่า เป้าหมายใหญ่ของศรีจันทร์แน่นอนว่าอยากจะให้ T-Beauty ไปไกลในระดับโลก อยากเห็นคนต่างชาติใช้ของคนไทย

สำหรับแบมแบม กับผลงาน 1 ปีที่ผ่านมา อาจจะพูดเป็นตัวเลขชัดเจนไม่ได้ในแง่การเติบโต หรือยอดขายโดยเฉพาะ แต่แบมแบมมีผลต่อ ‘ทั้งแบรนด์ศรีจันทร์’ ทั้งการกระตุ้นยอดขาย และการสร้างการรับรู้

ส่วนเทรนด์ที่จะเห็นตลอดทั้งปี 2569 ในมุมมองของรวิศ ก็คือ ความเก่งกาจของ local brand ที่จะได้รับความสนใจมากขึ้น หรือสำหรับแบรนด์ท้องถิ่นที่เชี่ยวชาญ ‘เฉพาะด้าน’ จะมีความโดดเด่นมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...