โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พฤษภาการเมืองเดือด! “ทักษิณ” พักโทษคืนเกม สั่นสะเทือนกระดานอำนาจ

สยามรัฐ

อัพเดต 08 มี.ค. เวลา 11.16 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. เวลา 10.36 น.

เดือนพฤษภาคมกำลังกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการเมืองไทย เมื่อไทม์ไลน์การพักโทษของ ทักษิณ ชินวัตร ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะเพียงความเป็นไปได้ของการกลับมาเคลื่อนไหว ก็อาจทำให้สมการอำนาจในกระดานการเมืองทั้งระบบเริ่มขยับ

ในการเมืองไทย มีอยู่ไม่กี่ชื่อที่เพียงแค่ปรากฏในสมการ ก็สามารถทำให้ทั้งกระดานอำนาจเริ่มสั่นไหวได้ทันที

และหนึ่งในชื่อที่ยังคงมีพลังเช่นนั้น ก็คือ ทักษิณ ชินวัตร

เดือนพฤษภาคมที่กำลังจะมาถึง จึงไม่ใช่เพียงหมุดหมายทางกฎหมายของอดีตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง หากแต่กำลังถูกจับตาในฐานะ “จุดเปลี่ยนทางการเมือง” ที่อาจทำให้กระดานอำนาจของประเทศขยับครั้งใหญ่

แม้การพักโทษยังอยู่ในไทม์ไลน์ข้างหน้าและยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่เพียงความเป็นไปได้ก็เพียงพอจะทำให้บรรยากาศทางการเมืองเริ่มสั่นไหวล่วงหน้า

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยต้องเดินเกมท่ามกลางแรงกดดันทั้งในและนอกสภา ขณะยังเป็นแกนนำรัฐบาลต้องรับมือกับโจทย์เศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และแรงเสียดทานจากฝ่ายค้าน

ขณะเดียวกัน “ชื่อของทักษิณ” ก็ยังคงเป็นทั้งพลังหนุนและจุดเปราะบางในเวลาเดียวกัน

การที่เดือนพฤษภาคมกำลังจะมาถึง จึงเสมือนนาฬิกาการเมืองที่เดินเร็วขึ้นกว่าปกติ

หากการพักโทษเกิดขึ้นตามขั้นตอนที่วางไว้ สิ่งที่จะตามมาไม่ใช่เพียงภาพการกลับมาเคลื่อนไหวของบุคคลสำคัญ แต่คือการจัดวางหมากใหม่ในเชิงยุทธศาสตร์

สำหรับพรรคเพื่อไทย การปรากฏตัวของทักษิณอีกครั้ง ย่อมเป็นแรงส่งทางจิตวิทยาต่อฐานเสียงดั้งเดิม กลุ่มผู้สนับสนุนที่ผูกพันกับยุคไทยรักไทยย่อมมองเห็นสัญญาณความมั่นใจมากขึ้น

ความคาดหวังต่อการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจเชิงรุก การดึงดูดการลงทุนขนาดใหญ่ และการขับเคลื่อนโครงการระดับชาติ อาจถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง

แต่ในอีกด้านหนึ่ง เพียงแค่ “กำลังจะพักโทษ” ก็ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเริ่มตั้งคำถามล่วงหน้าแล้ว

บทบาทของทักษิณหลังเดือนพฤษภาคมจะเป็นอย่างไร
จะอยู่ในฐานะที่ปรึกษาเชิงยุทธศาสตร์ หรือจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจสำคัญของรัฐบาลมากน้อยเพียงใด

คำถามเรื่อง “อำนาจนอกตำแหน่งทางการเมือง” จึงมีแนวโน้มถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นร้อน และอาจกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่ถูกใช้โจมตีอย่างเข้มข้น

สถานการณ์เช่นนี้ทำให้พรรคเพื่อไทยต้องเดินเกมอย่างระมัดระวัง

ช่วงเวลาก่อนเดือนพฤษภาคมจึงเปรียบเสมือน “ช่วงจัดระเบียบภายใน” ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดบทบาทผู้นำรุ่นใหม่ การสื่อสารกับสาธารณะ หรือการสร้างภาพลักษณ์ของรัฐบาลที่มีเอกภาพ

เพราะทันทีที่การพักโทษเกิดขึ้นจริง ทุกการเคลื่อนไหวจะถูกขยายผลทางการเมืองหลายเท่าตัว

ในเชิงกระดานอำนาจ ความเป็นไปได้ของการพักโทษไม่ได้สะเทือนเฉพาะพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการคำนวณเกมของพรรคการเมืองอื่นด้วย

พรรคการเมืองขนาดกลางและขนาดเล็กในรัฐบาลย่อมต้องประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมองว่าการกลับมาของทักษิณจะทำให้พรรคเพื่อไทยมีอำนาจนำมากขึ้น ก็อาจเริ่มวางตำแหน่งของตนเองใหม่ ทั้งในเชิงนโยบายและการต่อรองทางการเมือง

ในอีกด้านหนึ่ง พรรคฝ่ายค้านย่อมมองเห็น “พื้นที่โจมตีทางการเมือง” หากบทบาทของทักษิณถูกตีความว่าเป็นอำนาจนอกระบบ

นอกจากนี้ กระแสการเมืองจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมก็อาจกลับมาคึกคักอีกครั้ง หากการพักโทษถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ทางการเมืองรอบใหม่

เมื่อหลายกระแสเดินคู่ขนานกัน กระดานการเมืองไทยจึงอาจเข้าสู่ช่วงที่ทุกฝ่ายต้องคำนวณเกมอย่างละเอียด เพราะการขยับตัวเพียงเล็กน้อยของผู้เล่นหลัก อาจส่งผลต่อดุลอำนาจของทั้งระบบ

ภาวะเสียงสนับสนุนในสภาที่ไม่ได้ท่วมท้นนัก ยิ่งทำให้ทุกตัวแปรมีความหมาย

การพักโทษที่กำลังจะเกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงเรื่องส่วนบุคคล แต่คือ “สัญญาณทางการเมือง” ที่ทุกฝ่ายต้องตีความ

หากทักษิณเลือกวางบทบาทอย่างสุขุม อยู่ในฐานะที่ปรึกษาเชิงนโยบาย สนับสนุนแนวคิดด้านเศรษฐกิจโดยไม่ก้าวล้ำพื้นที่ทางการเมืองของผู้นำในตำแหน่ง ภาพรวมอาจเดินไปในทิศทางเสริมเสถียรภาพของรัฐบาล

แต่ถ้าการเคลื่อนไหวหลังเดือนพฤษภาคมถูกมองว่าเข้มข้นเกินไป จนบดบังผู้นำในตำแหน่งทางการเมืองโดยตรง ก็อาจกลายเป็นชนวนให้แรงเสียดทานสะสมอีกครั้ง

ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เราเคยเห็นมาแล้วว่า เมื่อชื่อของ ทักษิณ ชินวัตร ถูกดึงเข้าสู่ศูนย์กลางความขัดแย้ง บรรยากาศทางการเมืองมักเปลี่ยนจากความนิ่งไปสู่ความร้อนแรงอย่างรวดเร็ว

ดังนั้น ช่วงเวลาก่อนถึงเดือนพฤษภาคมจึงไม่ใช่ช่วงรอคอยธรรมดา แต่คือช่วงประเมินเกม

ทุกถ้อยแถลง ทุกการพบปะ และทุกสัญญาณจากฝ่ายต่าง ๆ ถูกอ่านอย่างละเอียด เพราะทุกคนรู้ดีว่า หากการพักโทษเกิดขึ้นจริง ประเทศไทยอาจกำลังเข้าสู่บทใหม่ของการเมืองอีกครั้ง

คำถามจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า “ทักษิณจะกลับมาไหม”

แต่อยู่ที่ว่า การกลับมานั้นจะเปลี่ยนสมการอำนาจของประเทศอย่างไร

จะเป็นการคืนสังเวียนเพื่อเสริมพลังให้พรรคเพื่อไทยอย่างรอบคอบ
หรือจะเป็นการเปิดฉากความขัดแย้งรอบใหม่ในสนามการเมือง

การเมืองไทยกำลังยืนอยู่หน้าประตูเดือนพฤษภาคม

และไม่ว่าประตูบานนั้นจะเปิดออกในรูปแบบใด

ชื่อของ ทักษิณ ชินวัตร ก็ยังคงเป็นตัวแปรที่ไม่มีใครสามารถมองข้ามได้

เพราะในเกมอำนาจของการเมืองไทย

บางครั้งเพียง “ความเป็นไปได้”

ก็เพียงพอจะทำให้ทั้งกระดานเริ่มสั่นสะเทือนแล้ว

#ทักษิณ #การเมืองไทย #พักโทษ #เพื่อไทย #เกมอำนาจ #วิเคราะห์การเมือง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...