ด.ญ.13 กระโดดน้ำว่ายหนี พ่อเลี้ยงโหดทำร้ายร่างกาย พลเมืองดีพาแจ้งความ
ด.ญ.13 ว่ายหนีพ่อเลี้ยงโหดทำร้ายร่างกาย ขอความช่วยเหลือชาวบ้านกลางดึก เจ้าตัวสารภาพรับตีแรงเกินไป แม่เด็กร่ำไห้โอดพาลูกหนีไม่ได้เพราะไม่มีเงิน
เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 8 มี.ค. 2569 น.ส.อรนุช สมเด็จทรัพย์ อายุ 40 ปี พลเมืองดี ได้พา ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ13 ปี เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.บุชิต ทิมา สว.สอบสวน สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี หลัง ถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ทำให้ ด.ญ. วิ่งหนีตายออกจากบ้านและไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายในบ้านหลังหนึ่งใน ต.ไทรใหญ่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี
ด.ญ.เอ กล่าวว่า ตนถูกพ่อเลี้ยงจับหัวโขกที่พื้นปูน รวมทั้งใช้เท้าเตะและใช้มือต่อยที่ใบหน้าหลายครั้ง พร้อมกับพยายามจะใช้ไม้ฟาดซ้ำ ทำให้แม่ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ตะโกนบอกให้ตนวิ่งหนีไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง โดยก่อนหน้านี้ตนก็เคยถูกพ่อเลี้ยงต่อยเตะและตีเป็นประจำ บางครั้งก็ถูกเอาธูปจี้ตามร่างกาย สาเหตุที่มาจากขาของตนไม่ดี นอนเหยียดขาตรงไม่ได้ จึงทำให้เขาไม่ชอบ
ตอนนี้ไม่อยากอยู่บ้านหลังนี้แล้ว อยากไปอยู่ที่อื่น ซึ่งที่ผ่านมา แม่ก็โดนพ่อเลี้ยงทำร้ายเป็นประจำ โดนต่อยบ้าง ถูกเอามีดแทงหลังบ้าง โดยพ่อเลี้ยงมีพฤติกรรม เสพยาบ้าและกัญชา เคยได้ยินพ่อเลี้ยงคุยกับเพื่อนเรื่องยาไอซ์เรื่องดมกาว และเขาเคยพูดว่าเคยติดคุกมาแล้ว 2 รอบ เรื่องพกปืนในที่สาธารณะ ส่วนอีกเรื่องไม่รู้เรื่องอะไร นอกจากนี้น้องชายของตนเคยถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายบริเวณอวัยวะเพศและทำร้ายน้องจนบาดเจ็บ
น.ส.อรนุช สมเด็จทรัพย์ อายุ 40 ปี พลเมืองดีที่ช่วยเหลือเด็ก กล่าวว่า กำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่บ้าน จากนั้นมีเด็กวิ่งมาขอความช่วยเหลือ โดยเด็กบอกว่ากระโดดน้ำและว่ายน้ำมาหาคนช่วย ตอนนั้นเด็กมีสภาพปากแตก ตาเขียว ตัวเปียกไปทั้งตัว พอดีมีคนรู้จักเด็กคนนี้ จึงถามเด็กว่าเป็นอะไร หนีใครมา เด็กก็บอกว่าถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายมา ก่อนหน้านี้เคยได้ยินข่าวมาว่าพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายเด็กคนนี้หลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเอง หลังจากสอบถามรายละเอียดจึงพามาแจ้งความที่โรงพัก
ต่อมาเวลา 01.00 น. นางวาริน วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.ไทรน้อย ลงพื้นที่ไปยังบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบนายจักรกฤษณ์ อายุ 28 ปี พ่อเลี้ยง กำลังนั่งรอเจ้าหน้าที่อยู่ที่บริเวณหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่จึงสอบถามถึงสาเหตุที่ทำร้ายเด็ก จากนั้นควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.ไทรน้อย
นายจักรกฤษณ์ พ่อเลี้ยง กล่าวว่า ลูกเลี้ยงผู้หญิงเอาเสื้อในของย่าไปใส่เล่น เมื่อสอบถามก็ไม่ยอมรับ ตนบอกว่าอย่าโกหกไม่เคยสอนเรื่องโกหก ยอมรับว่าตีหนักไปหน่อย เมื่อก่อนก็ตีเป็นประจำ แต่ไม่เคยหนักขนาดนี้ ที่ตีเพราะเด็กไม่เชื่อฟังและเขาไม่กลัวแม่เขาเลย ส่วนใหญ่ใช้ไม้กระถินตี แต่วันนี้ใช้มือตีไม่ได้ใช้ไม้ แต่มีพลาดเตะไปโดนตอนที่เขาล้ม จังหวะที่กระชากเด็กออกมาจากแม่เขา
ตอนที่เด็กหนีออกจากบ้าน ตนก็รออยู่ที่บ้าน ไม่คิดที่จะออกไปตาม และไม่คิดจะหนีไปไหน รู้ตัวว่าวันนี้ทำแรงเกินไป และก็รู้อยู่แล้ว ว่าต้องมีเจ้าหน้าที่มาที่บ้าน ซึ่งตนก็รออยู่ที่บ้าน ที่ผ่านมาไม่ได้ทำร้ายเด็กตลอด จะตีเฉพาะเวลาที่บอกอะไรแล้วเด็กไม่ฟัง ส่วนเรื่องเอาธูปจี้ ยืนยันว่าไม่เคยทำ ซึ่งตอนที่เขาอยู่กับยายที่โคราช เขาก็โดนตีเหมือนกัน
น.ส.ติ๋ม (นามสมมติ) อายุ 32 ปี แม่ของเด็กที่ถูกพ่อเลี้ยงทำร้าย กล่าวว่า เวลาทะเลาะกับสามี ก็ถูกลงไม้ลงมือบ้าง แต่นานๆครั้ง ซึ่งเขาทำร้ายทั้งตนและลูกอีก 2 คน โดยแม่ของสามีจะเป็นคนพูดปั่นหัวให้สามีโมโห และแม่สามีก็วางแผนไว้แล้วหากลูกเขาโดนจับติดคุก เขาก็จะไม่ให้พวกตนอยู่บ้านเหมือนกัน ซึ่งตนเคยบอกสามีแล้วแต่เขาไม่เชื่อ จนเกิดเหตุแบบนี้ ปกติสามีเป็นคนกินเหล้า แต่เสพยาหรือไม่อันนี้ไม่รู้ แต่ช่วงหลังเขาไปอยู่กับเพื่อนที่เสพยาด้วย
ถ้าทะเลาะกันเขาก็จะทุบตีทำร้ายร่างกาย และยังขู่ว่าจะพาลูกหนีไปอยู่ที่อื่น ซึ่งตนมีลูกสาวคนเล็กกับเขาอีก 1 คน ตนก็เป็นห่วงลูกและไม่มีที่ไปด้วย สาเหตุที่ทะเลาะกันส่วนใหญ่เป็นเพราะตนจะเถียงแทนลูก และเวลาเขาตีลูกตนก็จะห้าม ก็เลยถูกตีไปด้วย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะตนไม่มีที่ไป งานก็ไม่ได้ทำ
ที่สำคัญ เงินก็ไม่มีอีกด้วย ตอนนี้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือแล้วก็รู้สึกดีขึ้นไม่อึดอัด เคยอยากจะแจ้งความหลายครั้งแต่ก็กลัวว่าจะไม่ได้อยู่กับลูก จากนี้ก็คงจะไม่กลับมาอยู่กับเขาอีกแล้ว ส่วนลูกที่มีกับเขา เขาจะขอเอาไปเลี้ยงเอง ต่อไปนี้ก็คงต้องหางานทำต้องยืนด้วยตัวเอง หากพร้อมเมื่อไรก็จะเอาลูกกลับมาเลี้ยงเหมือนเดิม
นางวาริน กล่าวว่า ได้รับแจ้งว่ามีเด็กถูกทำร้ายจึงรีบลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูลในการช่วยเหลือเด็กและแม่ เบื้องต้นตัวเด็กผู้หญิงหนีออกมาได้และพลเมืองดีนำมาส่งที่โรงพัก โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ จากนั้นได้เดินทางไปที่บ้านเพื่ออช่วยเหลือเด็กชายอีกคน
โดยพบว่าเด็กมีร่องรอยการถูกทำร้าย แต่ไม่ถึงกับมีอาการหวาดผวา ซึ่งเด็กบอกว่าถูกทำร้ายร่างกายเป็นประจำแต่ไม่รุนแรงแบบพี่สาว โดยพี่สาวมีบาดแผลที่บริเวณใบหน้าและนิ้ว ส่วนน้องชายมีแผลเก่าตามลำตัวนิดหน่อย แต่หายแล้ว พฤติกรรมของพ่อเลี้ยงจะชอบดื่มสุราแต่เรื่องยาเสพติดยังไม่แน่ใจ ต้องรอผลการตรวจปัสสาวะอย่างละเอียดอีกครั้ง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายจักรกฤษณ์ ไปตรวจหาสารเสพติด พบปัสสาวะสีม่วง จึงแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาบ้า)
ส่วนเรื่องทำร้ายร่างกายต้องรอสอบปากคำเด็ก ต้องรอสอบปากคำเด็กพร้อมกับสหวิชาชีพ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จากนั้นเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี ได้นำตัวเด็กและแม่ไปอยู่ในความคุ้มครองสวัสดิภาพต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ด.ญ.13 กระโดดน้ำว่ายหนี พ่อเลี้ยงโหดทำร้ายร่างกาย พลเมืองดีพาแจ้งความ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th