โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"เลขาติ่ง" หนุนตั้งคณะทำงานความเสมอภาคฯ ด้าน "ทนายแจม" ยันไม่ได้อยู่เหนือกฎและไม่ใช่กบฏพรรคขณะที่ "เอกราช" ขออภัยใช้คำแรงค้านตั้ง คกก.เสมอภาคพรรคส้ม

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 24 ก.พ. เวลา 10.45 น.

"เลขาติ่ง" หนุนตั้งคณะทำงานความเสมอภาคฯ ย้ำต้องฟังความเห็นรอบด้าน ส่วน "ทนายแจม" ยันไม่ได้อยู่เหนือกฎและไม่ใช่กบฏพรรค ชี้บทเรียนซ้ำซากทำลายความเชื่อมั่น ลั่น ขอโทษกับคดีข่มขืนมากี่รอบ ขณะที่ "เอกราช" ขออภัยใช้คำแรงค้านตั้ง คกก.เสมอภาคพรรคส้ม ยันจุดยืนทนายสิทธิฯ ไม่ตัดสินคนผิดก่อนศาลสั่ง

นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ว่าที่ สส.กทม. พรรคประชาชน และเพื่อนสมาชิกพรรค ตั้งคณะทำงานเพื่อความเสมอภาคฯ แต่มีสมาชิกบางส่วน เช่น นายเอกราช อุดมอำนวย ว่าที่ สส.กทม. ที่โพสต์เฟซบุ๊กคัดค้าน ว่า เรื่องคณะทำงานที่ตั้งขึ้นมาก็เป็นสิ่งที่ดีที่จะได้มีการพูดคุยเรื่องความเสมอภาคทางเพศ รวมถึงเรื่องอะไรต่างๆ ซึ่งเราสนับสนุนอยู่แล้ว อยากให้เกิดการทำงานอย่างจริงจัง แต่เมื่อเกิดการทำงานอย่างจริงจังแล้ว เราก็ต้องต้องฟังความเห็นจากเพื่อนสมาชิกทุกภาคส่วน ทั้งเพื่อน สส. เครือข่ายจังหวัด ภาคส่วนต่างๆ เพื่อที่จะมาเซ็ตมาตรฐาน ต้องยอมรับว่ามาตรฐานเรื่องแบบที่เป็นอยู่ ยังไม่มีเกณฑ์ที่ชัดเจน บางครั้งการใช้ดุลยพินิจออกมายังไม่มีมาตรฐาน เพราะเรายังไม่มีการเซ็ตอย่างจริงจัง ดังนั้น ถ้าคณะทำงานจะเข้ามาทำเรื่องนี้อย่างจริงจังและรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านของทุกภาคส่วน เพื่อจะมีมาตรฐานในการตัดสินใจ ถือเป็นสิ่งที่ดี เราสนับสนุนให้เกิดขึ้น ตนคิดว่าความเห็นที่แตกต่างกัน เมื่อมีการพูดคุยกันเราก็จะหามาตรฐานร่วมกันได้

เมื่อถามว่าผู้บริหารพรรคจะต้องมีการพูดคุยกันหรือไม่ หรือเรียกมาปรับความเข้าใจกัน นายศรายุทธิ์ กล่าวว่า มีการคุยกัน อย่างน้อยเบื้องต้นผู้บริหารจะมีการแต่งตั้งคณะทำงานชุดนี้ขึ้นอย่างเป็นทางการ ที่ผ่านมา ยังไม่มีมีการจัดตั้งอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเพิ่งมีการรวมตัวกันหลวมๆ แต่พอหลังเหตุการณ์ ได้มีการพูดคุยกัน ตนเข้าใจว่าจะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ รอดูว่าคณะทำงานชุดนี้จะมีใครเป็นองค์ประกอบบ้าง ซึ่งผู้บริหารก็จะมีการตั้งเป็นทางการ เพื่อจะให้เกิดการทำงานจริง

"เอกราช" ขออภัยใช้คำแรงค้านตั้ง คกก.เสมอภาคพรรคส้ม ยันจุดยืนทนายสิทธิฯ ไม่ตัดสินคนผิดก่อนศาลสั่ง! ชี้พรรคต้องมีมาตรฐานสูงกว่าปกติ แต่ต้องไม่ทิ้งหลัก หวั่นกลายเป็น "สังคมพิพากษา" จนเสียสมดุล

นายเอกราช ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะทำงานเพื่อความเสมอภาคฯ พรรคประชาชน ว่า ตนต้องขออภัยที่ใช้ภาษาที่ทำให้หลายคนเคืองใจ ตนยอมรับและน้อมรับการวิพากษ์วิจารณ์ แต่ในฐานะที่เป็นทนายความ ดูแลด้านสิทธิมนุษยชน จำเป็นต้องพูดยืนยันในหลักการนี้ กรณีเรื่องผู้สมัคร สส.มหาสารคาม ก็ว่ากันไป แต่เรื่องการยืนยันในหลักการ ถ้าตนไม่สู้ ไม่ยืนยันในเรื่องความถึงที่สุด เวลาที่ตนไปต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมในศาล ตนจะไม่มีแรง ไม่มีความชอบธรรมจะไปยืนยัน“ทุกครั้งศาลไม่ให้ผู้ต้องหา ไม่ให้คนที่ถูกกล่าวหาในคดีอาญาประกันตัว ด้วยเหตุผลตัดสินไปก่อนแล้ว ดังนั้น ผมจึงจำเป็นต้องยืนยันในหลักการนี้ ไม่มีเจตนาอื่น เราจะต้องเชื่อแบบนั้นจริงๆ ส่วนกรณีที่การเป็นพรรคการเมืองต้องมีมาตรฐานมากกว่าทั่วไป ผมยอมรับ น้อมรับว่าต้องเป็นแบบนั้นและพยายามทำให้เป็นแบบนั้นดีที่สุด ถึงที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน ผมต้องยืนยันว่าถ้าเราพิพากษา หรือกลายเป็นสังคมพิพากษาไปแล้ว มันก็ไม่จบ“ นายเอกราช กล่าวนายเอกราช กล่าวต่อว่า เรื่องนี้เป็นไปตามกรอบรัฐธรรมนูญว่าทุกคนเห็นชอบหมด ว่าเราไม่ควรตัดสินใครก่อนที่จะมีคำพิพากษาหรือคดีอันเป็นที่สุดของศาล แต่ในทางการเมือง แน่นอนว่านักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบ ซึ่งเราไม่ปฏิเสธว่าต้องมีมาตรฐานมากกว่าประชาชนทั่วไป แต่ในขณะเดียวกันองคาพยพของพรรคอื่นที่ถูกเข้ามา บางทีก็มีการถูกกลั่นแกล้งกัน ดังนั้น หลักการนี้ก็ต้องมีไว้เพื่อบาลานซ์ถ่วงดุล

"ทนายแจม" โต้ปมตั้งคณะทำงานความเสมอภาคฯ ยันไม่ได้อยู่เหนือกฎและไม่ใช่กบฏพรรค! ชี้บทเรียนซ้ำซากทำลายความเชื่อมั่น ลั่น ขอโทษกับคดีข่มขืนมากี่รอบ ถึงเวลาต้องเซ็ตมาตรฐานใหม่ใช้ "เลนส์ทางเพศ" ตัดสินวินัย-คัดสรรผู้สมัคร เผยวางโครงการไว้ 3 ปี ไม่ได้มาออกแถลงการณ์แบบพละการ

น.ส.ศศินันท์ ให้สัมภาษณ์ถึง การตั้งคณะทำงานเพื่อความเสมอภาคทางเพศฯ ว่า เรื่องคณะทำงานนี้มีไอเดียตั้งแต่ปีที่แล้ว ที่จะเข้ามาดูเรื่องประเด็นที่เกี่ยวกับสังคม เรื่องทางเพศ แต่ยังไม่ได้เสร็จเป็นทางการ เป็นเพียงการคุยกันว่าเราจะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร ได้มีไปคุยปรึกษาเครือข่ายที่ทำงานเรื่องนี้ และทำงานร่วมกับคณะก้าวหน้า ดูเรื่องการทำงานวิจัย การออกคู่มือการป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงการที่จะมีปีกหรือคณะทำงานที่ทำเรื่องนี้ การพิจารณาแต่ละครั้งที่จะต้องใช้เลนส์ของความเท่าเทียมทางเพศให้มีบทบาทในการตัดสินใจด้วย เพราะในหลายครั้งหลายประเด็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะมุมมองอีกแบบหนึ่งที่คณะกรรมการวินัยหรือกรรมการบริหารของพรรคไม่ได้มองถึงส่วนนี้แม้ว่าเขาจะเห็นความสำคัญกับเรื่องนี้ จริงๆโครงการนี้ตั้งใจจะเริ่มตั้งแต่ปีนี้ โดยจะทำทั้งสิ้น 3 ปี ลากยาวไปถึงปี 2571 แต่เรื่องคดีข่มขืนมาเกิดก่อน

เมื่อถามว่าคดีข่มขืนที่เกิดขึ้นมาประจวบเหมาะพอดีใช่หรือไม่ น.ส.ศศินันท์ กล่าวว่า ใช่ เราวางแผนไว้อยู่แล้ว

เมื่อถามว่าคณะทำงานชุดนี้จะไปอยู่ส่วนไหน เพราะปกติในการพิจารณามีคณะกรรมการวินัยของพรรคอยู่แล้ว น.ส.ศศินันท์ กล่าวว่า เรื่องนี้เราจะต้องนัดคุยกับผู้บริหารพรรคอีกครั้งหนึ่ง และเนื่องจากโครงการนี้มีหลายส่วนไม่ใช่แค่ สส.แต่คือผู้สมัคร คนทำงานในพรรค มดงานทั้งหมด พนักงานที่ต้องมีพื้นที่ปลอดภัย ถือเป็นเป้าหมายที่เราคิดเอาไว้ เพื่อให้งานการเมืองไปในทิศทางเดียวกัน

“เราอยู่ภายใต้พรรคประชาชนนี่แหละ แต่เราไม่ได้ไป Over rule (อยู่เหนือกฎ) กับคณะกรรมการวินัยหรือคณะกรรมการคัดสรรขนาดนั้น แต่ในกรณีที่มีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องทางเพศ จะต้องมีการให้คณะทำงานของเรา มีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วยว่าจะส่งหรือไม่ส่งผู้สมัครหรือเข้าไปเป็นสัดส่วนในกรรมการวินัยเฉพาะกิจ” น.ส.ศศินันท์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่นายเอกราช อุดมอำนวย ว่าที่ สส.กทม. ออกมาแสดงความเห็นด้วย น.ส.ศศืนันท์ กล่าวว่า ต้องบอกว่าการทำงานประเด็นที่ละเอียดอ่อนทุกครั้งไม่มีทางที่ทุกคนจะเห็นด้วย 100% อยู่แล้ว จะมีคนที่อาจจะมองอีกแบบหนึ่ง แต่โดยหลักใจความ เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นสิ่งที่เราทำขึ้นมาเอง แต่ผ่านกระบวนการศึกษา เรียนรู้

“เราออกมาถอดบทเรียนกันกี่รอบก็ไม่รู้ เราออกมาขอโทษกันกี่รอบก็ไม่รู้ ถึงเวลาที่เราจะต้องมาเซ็ตมาตรฐาน ถ้าของเดิมมันดีอยู่แล้ว มันจะไม่เกิดปัญหาใช่หรือไม่ ไม่เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ไม่เกิดปัญหาในเชิงความเชื่อมั่นในพรรคขนาดนี้ เพราะฉะนั้น เราต้องยอมรับก่อนว่ามีปัญหา แจมเชื่อว่าพรรคเรียนรู้” น.ส.ศศินันท์ กล่าว

น.ส.ศศินันท์ ย้ำว่า อย่างเรื่องแถลงการณ์ไม่ใช่ว่าเราออกแถลงการณ์เองในคณะโดยพละการ เราพูดบนเวทีสัมมนาของพรรคเมื่อวันเสาร์ (21 ก.พ.69) ซึ่งพรรคก็เป็นคนมอบหมายให้เราขึ้นไปพูดถึงคณะทำงานนี้ว่าจะทำอย่างไร เพื่อเชิญชวนองคาพยพของประชาชนมาร่วมกัน เพราะเราเห็นปัญหานี้ร่วมกัน เราเห็นปัญหาที่มหาสารคามเป็นกรณีศึกษาที่หนัก และทุกภาคส่วนต้องแบกรับปัญหานี้กันหมด เพราะฉะนั้น พรรคจึงให้คณะทำงานนี้ขึ้นมา มันติดค้างคาใจทุกคน พรรคใช้คำว่าเหมือนกับเป็นรูระบายให้เราได้แสดงถึงจุดยืนสิ่งที่เรามองเห็นปัญหาร่วมกัน และสะท้อนไปยังผู้บริหารของพรรค ตนผ่านการคุยกับผู้บริหารแล้วว่าตนจะออกแถลงการณ์และเรียกร้องอะไรบ้าง

เมื่อถามว่าไม่ได้เป็นกบฏต่อต้านรูปแบบคณะกรรมการสรรหาที่มีอยู่แล้วใช่หรือไม่ น.ส.ศศินันท์ กล่าวว่า ไม่ใช่แน่นอน ทุกคนที่ร่วมลงชื่อเราเห็นว่าพรรคคือพาหนะที่เป็นความหวังให้กับพวกเราได้อยู่ รวมถึงประชาชนอีกจำนวนมาก เรายังเชื่อว่าพรรคประชาชนเป็นพรรคที่พร้อมจะเปิดรับในทุกเรื่อง เรียนรู้ ปรับปรุงและพัฒนาได้ เป็นพรรคที่มีความหวังมากกว่า ถ้าเราหมดหวังกับพรรค เราคงไม่มีแถลงการณ์ขึ้นมาแน่นอน แต่เรากำลังคิดว่าในเมื่อมีสถานการณ์ที่เกิดเรื่องความเชื่อมั่นที่อาจจะลดน้อยถอยลง เราก็ต้องยอมรับถึงปัญหานั้นและมาแก้ปัญหานั้นด้วยกัน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...