“รักชนก” โกรธจนจุกอก จี้ รมว.แรงงาน สางปัญหาเงินประกันสังคม เอาตัวผู้กระทำผิดเข้าคุก
“รักชนก” ขึ้นเวทีสารภาพ “โกรธจนจุกอก” ลั่นรอบนี้ต้องชนะถล่มทลาย ปิดสวิตช์พวกผิดสัญญา-ขบวนการขโมยโอกาสประเทศ จี้ รมว.แรงงาน สางปัญหาเงินประกันสังคม เอาตัวผู้กระทำผิดเข้าคุก ลั่น “หากไม่ใช่รัฐมนตรีแรงงานจากรัฐบาลประชาชนจะไม่สามารถเอาผิดคนพวกนี้ได้” ปลุกมวลชนขอแรงสนับสนุนช่วยเลือก "เท้ง" - ให้กำลังใจวันโหวตนายกฯ ที่สภา
วันที่ 25 ม.ค. 69 ที่ สามย่านมิตรทาวน์ น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ภายใต้ชื่องาน “เชื่อในประชาชน Trust The People" โดยกล่าวเปิดเวทีด้วยการขอเสียงคนอยากตั้งรัฐบาลประชาชน พร้อมระบุว่า หลายคนคงจะลืมไปแล้ว ในการจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ หรืออาจจะลืมไปแล้วในวันที่เราโหวตนายกรัฐมนตรีไม่สำเร็จ แต่ตนไม่เคยลืมความรู้สึกวันนั้นได้
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า วันนั้นเรามีแค่ 150 มือในสภาฯ และวันนั้นก็มีคนผิดสัญญากับเราซึ่งการจะทำให้รอบนี้มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จมากขึ้น คือเราต้องได้รับการสนับสนุนจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างมากมาย และท่วมท้นให้ถล่มทลายก่อน ซึ่งหากไม่ถล่มทลายก็คงไม่สำเร็จ และเป็นความรู้สึกที่จุกอก จึงเป็นเหตุที่ต้องทำงานหนักมาตลอด 2 ปี ไม่ใช่พึ่งมาทำในวันที่เขายุบสภาฯ และเราทำกันทุกคนทั้งพรรค เพราะเราต้องการให้ผลงานเป็นตัวบอกประชาชน
“ตลอดสองปีที่ผ่านมา ทั้งตัวไอซ์และเพื่อน สส.พรรคประชาชน เราทุ่มเทอย่างหนัก เพราะเราโกรธมากด้วย ตั้งแต่วันที่ควบรวมทรูดีแทค ศิริกัญญา ธนาธร ออกมาพูดออกมาขวาง แต่เราไม่มีพลังจะออกไปขวางสิ่งเหล่านี้ได้สำเร็จ มาขูดรีดพวกเรา พอจะเลือกตั้งทีไรแม่งรับซื้อไฟทุกที และการรับซื้อไฟครั้งนี้ มันก็ไปปรากฏอยู่ในบิลค่าไฟของพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ” น.ส.รักชนก กล่าว
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ตนโกรธปลาหมอคางดำ ซึ่งใครในที่นี้อาจจะไม่ใช่ลูกหลานเกษตรกร แต่เราก็รู้ความรู้สึกของเขา คนก็รู้หมดว่าต้นตอมาจากไหนแต่ทำไมเอาผิดไม่ได้ โกรธที่ตึก สตง.ถล่มลงมา รายงานมีรออยู่แล้วของกรมโยธาธิการและเมือง แต่เอาผิดคนทำผิดไม่ได้ รวมถึงโกรธไปหลายจังหวัดทุกที่ มีของที่ถูกสร้างและทิ้งล้างด้วยงบประมาณของเรา
น.ส.รักชนก ยังกล่าวถึงค่าประกันสังคมว่า ถูกตัดตรงทุกเดือน 750 บาท แต่เวลาไปเบิก คนว่างงาน คนตั้งครรภ์ และคนคนชรา บางคน 2 เดือนยังไม่ได้ แต่กลับไม่มีใครต้องรับผิดชอบอะไรเลย ซึ่งโกรธมากที่ตัดเงินของเราไปทำปฏิทิน ซื้อตึก Skyy 9 เอาไปทำโรงอาหาร และมีคนบอกว่าเพิ่งมาพูดช่วงใกล้เลือกตั้ง แต่พวกตนพูดมาปีกว่าแล้ว ตึก Skyy 9 พูดจนปลัดโดนเด้งไปคนหนึ่ง พูดจนตอนนี้รออย่างเดียวคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล้าที่จะหาคนมานั่งเป็นประธานในการสืบสวนสอบสวนหาคนกระทำผิดมาเข้าคุก
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า หลักฐานมีทุกอย่าง ขาดแค่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานที่มีเจตจำนงเข้าไปเพื่อเอาผิด และทำเพื่อผู้ประกันตน และมนุษย์เงินเดือนจริงๆ ซึ่งถ้าไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจากพรรคประชาชน คงไม่มีใครหน้าไหนที่จะเอาผิดคนในกระทรวงแรงงาน และคนในประกันสังคมได้ และอาจจะเปิดดูชื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 10 คนย้อนหลัง ว่ามาจากพรรคไหนบ้าง จึงเป็นเหตุผลที่ว่าเราจะไม่สามารถเอาผิดใครได้สำนักงานประกันสังคมได้ ถ้าไม่ได้เป็นรัฐมนตรีแรงงานที่มาจากรัฐบาลประชาชน
น.ส.รักชนก ยังเล่าย้อนถึงสมัยพรรคก้าวไกลที่ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งในครั้งนั้นถือเป็นโอกาสเปลี่ยนแปลงสร้างสรรค์ประเทศนี้ที่หายไปกับโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาล โอกาสที่จะทำให้ระบบการศึกษาดีขึ้น โอกาสที่จะกระจายอำนาจความเจริญ โอกาสที่จะทำให้กระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียม ซึ่งพวกเขาขโมยโอกาสนี้ไปจากพวกเรา ทำให้ประชาชนแตกออกเป็นหลายฝ่าย และทะเลาะกันเอง ทำให้เชื่อว่า ใครที่ก้าวขึ้นมาแล้วเป็นความหวังจะโดนทุบทำลาย และไม่มีวันจัดตั้งรัฐบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนได้สำเร็จ และเชื่อว่าคนที่อยู่ตรงนี้เลือกเราแน่นอนไม่ลังเล แต่ ภารกิจที่ทุกคนต้องช่วยกันในวันนี้คือการกลับไปบอกเล่านโยบาย และแก้ไขความเข้าใจที่ผิด ซึ่งสายลมของการเปลี่ยนแปลงคือทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้และรับชมอยู่ในตอนนี้
น.ส.รักชนก กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนโกรธตัวเองครั้งที่แล้วโหวตเลือกนายกฯ ไม่สามารถหาคน 1 แสนคนหรือ 1 ล้านคน ไปช่วยยืนอยู่หนเาสภาฯ ช่วยให้กำลังใจพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ได้ แต่รอบนี้ขอคำมั่นสัญญา ขอแรงสนับสนุนในวันที่ขานชื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ให้ไปเจอกันที่สภาฯ
“ช่อ” ปลุกหัวคะแนนธรรมชาติ จุดเทียนส่องสว่าง
น.ส.พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน.ปราศรัย ว่า วันนี้ขนาดพรรคปชน.อยู่อันดับหนึ่งในทุกโพล แต่กูรูการเมืองเขาไม่เชื่อว่า พรรคส้มมันจะได้เป็นรัฐบาล ต่อให้ชนะที่หนึ่งก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล กูรูการเมืองเหล่านี้ ไม่ใช่ไม่แม่น แต่เขาเชื่อว่า เงิน อำนาจรัฐ กลไกเก่า มันมีอำนาจที่จะขัดขวางการเปลี่ยนแปลงในประเทศนี้ แต่พวกเราไม่ได้เชื่อแบบนั้น ถ้าเสียงของประชาชนเปล่งออกมาพร้อมกัน 1 และ 8 ก.พ. หากเสียงประชาชนดังพอ เราเชื่อว่าประชาชน จะสามารถผลักดันประเทศนี้ไปข้างหน้าได้ เราไม่ได้เชื่อแค่การกา แต่จะทำมากกว่านั้น จากวันนี้เป็นต้นไป หัวคะแนนธรรมชาติ จะทำงานหนักมากกว่า นายณัฐพงษ์ เดินไปบอกทุกบ้าน ทำตัวเป็นสแปมทุกที่ เพราะคือ พลเมืองที่ไม่ใช่แค่ตื่นรู้ แต่ลงมือทำ ถ้านั่งอยู่เฉยๆ รอการเปลี่ยนแปลง มันไม่เปลี่ยน จงลุกขึ้นมาทำมัน นี่คือภารกิจร่วมกัน ทำสัญญาประชาคมร่วมกัน ชื่อสัญญาสามย่าน เพื่อให้เสียงของคนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง เป็นเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ จุดเทียนส่องสว่างให้กับประเทศที่มืดมิดมานานหลายสิบปี เดินไปสู่อนาคตที่ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศอย่างแท้จริงด้วยกัน