โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“เฟด” มีมติคงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% พาวเวลส่งสัญญาณใช้เวลาอีกระยะก่อนปรับลด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 ม.ค. เวลา 08.07 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 01.07 น.

พาวเวล ย้ำอัตราดอกเบี้ยใกล้ระดับเป็นกลาง ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้า และตลาดแรงงานที่เริ่มทรงตัว ส่งสัญญาณอาจต้องรอถึงกลางปีสำหรับการผ่อนคลายนโยบายรอบถัดไป แม้ทรัมป์เร่งกดดันให้ลดดอกเบี้ย

วันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 05.30 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่งเกินคาด ขณะที่ความเสี่ยงทั้งด้านเงินเฟ้อและตลาดแรงงานปรับลดลง ส่งสัญญาณว่าอาจต้องใช้เวลาอีกระยะก่อนที่จะมีการปรับลดต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มเติม

คณะกรรมการเฟดมีมติ 10 ต่อ 2 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงไว้ที่ระดับ 3.50–3.75% หลังการประชุมสองวัน โดยพาวเวลล์กล่าวในการแถลงข่าวว่า “เศรษฐกิจยังคงสร้างความประหลาดใจด้วยความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง”

พาวเวลระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางภายในคณะกรรมการ และเฟดยังคงอยู่ในจุดที่เหมาะสมในการประเมินว่าควรปรับลดดอกเบี้ยอีกหรือไม่ในช่วงเวลาใด “มีปัจจัยได้ไม่รู้จบที่อาจทำให้เราต้องขยับนโยบาย” โดยยกตัวอย่างกรณีตลาดแรงงานอ่อนแอลง หรือเงินเฟ้อปรับลดกลับสู่เป้าหมาย 2% ของเฟด

นับตั้งแต่การประชุมครั้งก่อนในเดือนธันวาคม ซึ่งเฟดปรับลดดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สามติดต่อกัน พาวเวลระบุว่า ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่อาจเร่งขึ้น และความเสี่ยงที่ตลาดแรงงานจะอ่อนตัวลง ได้ลดลงแล้ว แม้จะยังไม่หมดไปทั้งหมด“เรามองว่านโยบายการเงินในปัจจุบันอยู่ในจุดที่เหมาะสม”

อย่างไรก็ดี กรรมการเฟด 2 ราย ได้แก่ คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวเต็งที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนต่อไป และสตีเฟน มิแรน ซึ่งลาพักจากตำแหน่งที่ปรึกษาเศรษฐกิจทำเนียบขาว มีความเห็นแย้ง โดยสนับสนุนให้ลดดอกเบี้ยลง 0.25%

แม้ตลาดจะคาดการณ์การคงดอกเบี้ยไว้แล้ว แต่บรรยากาศการแถลงข่าวหลังประชุมกลับถูกกลบด้วยคำถามเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด และอนาคตของพาวเวลล์ หลังรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดการสอบสวนทางอาญาต่อเขาเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

ทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์เฟดและพาวเวลล์อย่างต่อเนื่องว่าไม่ลดดอกเบี้ยแรงพอที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่พาวเวลล์เคยระบุว่าการสอบสวนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อกดดันให้เฟดดำเนินนโยบายตามความต้องการทางการเมือง อย่างไรก็ดี เขาปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในประเด็นนี้ในการแถลงข่าวล่าสุด

พาวเวลยังฝากคำแนะนำถึงผู้สืบทอดตำแหน่งว่า “อย่าถูกดึงเข้าไปอยู่ในเกมการเมืองของฝ่ายที่มาจากการเลือกตั้ง”

พร้อมเน้นว่าประธานเฟดคนใหม่ควรให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อรัฐสภา ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลธนาคารกลาง

แถลงการณ์ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนเกี่ยวกับจังหวะการลดดอกเบี้ยครั้งถัดไป โดยระบุเพียงว่า ขอบเขตและช่วงเวลาของการปรับนโยบายเพิ่มเติม จะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่เข้ามาและแนวโน้มในระยะข้างหน้า

นักเศรษฐศาสตร์จาก Oxford Economics มองว่าเฟดมีแนวโน้มจะพักนโยบายดอกเบี้ยไปอีกระยะ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันเข้าใกล้ระดับเป็นกลาง ขณะที่ตลาดแรงงานเริ่มมีเสถียรภาพ แม้เงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายของเฟดราว 1 จุดเปอร์เซ็นต์

การคาดการณ์ดังกล่าวทำให้การลดดอกเบี้ยครั้งถัดไปอาจเกิดขึ้นในการประชุมเดือนมิถุนายนหรือกันยายน ซึ่งจะอยู่ภายใต้การนำของประธานเฟดคนใหม่ที่คาดว่าทรัมป์จะเสนอชื่อเร็ว ๆ นี้

เฟดประเมินว่าแรงกดดันด้านราคาส่วนหนึ่งยังมาจากผลของมาตรการภาษีนำเข้าที่รัฐบาลทรัมป์ประกาศใช้เมื่อปีที่แล้ว โดยพาวเวลล์เชื่อว่าผลกระทบดังกล่าวจะค่อย ๆ จางลงภายในกลางปีนี้ หากไม่เป็นเช่นนั้น อาจกลายเป็นโจทย์ท้าทายสำคัญสำหรับผู้นำเฟดคนถัดไป

ด้านตลาดแรงงาน แม้เฟดระบุว่า“การจ้างงานใหม่ยังอยู่ในระดับต่ำ” แต่ได้ตัดถ้อยคำในแถลงการณ์เดิมที่เคยเตือนถึงความเสี่ยงขาลงของการจ้างงาน สะท้อนว่าคณะกรรมการเริ่มกังวลน้อยลงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง

หลังการประกาศผลการประชุม ดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐปรับลดลงเล็กน้อยและปิดตลาดใกล้ระดับเดิม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ขยับขึ้นสู่ราว 4.25% ขณะที่พันธบัตรอายุ 2 ปีทรงตัวที่ประมาณ 3.57% โดยตลาดฟิวเจอร์สเริ่มให้น้ำหนักว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายน

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...