โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘สินเชื่อบ้าน’ ออกอาการซึมต่อ ราคาต่ำ 3 ล้านน่าห่วง-แบงก์ปรับเกมรับมือ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 ม.ค. เวลา 06.51 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. เวลา 07.20 น.

แบงก์ประเมินตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี’69 ยังไม่ฟื้นตัว กด”สินเชื่อบ้านปล่อยใหม่”ซึมต่อเนื่อง บ้านต่ำกว่า 3 ล้านบาท ยังน่าห่วง “กสิกรไทย” คาดยอดสินเชื่อปล่อยใหม่ทั้งระบบหดตัว -0.6% เศรษฐกิจชะลอ-เลือกตั้ง-ขาดมาตรการกระตุ้น เล็งเจาะลูกค้าเดิม 23 ล้านราย ผนึกดีเวลอปเปอร์เสนอแคมเปญดอกเบี้ยพิเศษ ฟาก “ทีทีบี” ชี้แบงก์หันไปรุกตลาดรีไฟแนนซ์-บ้านแลกเงิน ตั้งรับสินเชื่อปล่อยใหม่ชะลอ

นายณัฐพล ลือพร้อมชัย รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2569 นี้ ภาพรวมตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยยังไม่ดีมากนัก จากปี 2568 เดิมคาดว่าจะเติบโตได้ใกล้เคียงกับปี 2567 แต่พบว่าสินเชื่อปล่อยใหม่หดตัว -0.6% เนื่องจากสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมากมาย โดยคาดว่าปีนี้สินเชื่อจะยังหดตัว -0.6% หรืออยู่ที่ 575,000 ล้านบาท เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัว

“เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และมีความไม่แน่นอนในหลายเรื่อง ทั้งการเลือกตั้ง หรือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่อาจจะต้องรอรัฐบาลใหม่เข้ามาดำเนินการต่อ ดังนั้น ตลาดอสังหาริมทรัพย์ หรือสินเชื่อที่อยู่อาศัย อาจจะยังไม่ได้เห็นสัญญาณบวกในช่วงกลางปี 2569 เนื่องจากปกติแล้วสินเชื่อที่อยู่อาศัยจะขยายตัวตามหลังการเติบโตของเศรษฐกิจราว 2-3 ไตรมาส”

สำหรับธนาคารกสิกรไทย ภายใต้แผนธุรกิจ 3 ปี (2567-2569) ยังคงมีเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อที่อยู่อาศัยต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของฐานลูกค้าเดิมที่มีจำนวนผู้ใช้งาน K PLUS ราว 23 ล้านราย และมีกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการที่มีสัดส่วนในตลาด (มาร์เก็ตแชร์) เป็นอันดับ 1 ของตลาด หรือราว 30% เป็นกลุ่มที่แข็งแรง และกลุ่มอาชีพอิสระ

“ธนาคารพร้อมสนับสนุนกลุ่มเหล่านี้ในการมีบ้าน โดยร่วมกับผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาฯ เสนอแคมเปญดอกเบี้ยพิเศษ โดยธนาคารจะทำต่อเนื่องในปีนี้”

นายณัฐพลกล่าวว่า ตลาดบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท เป็นตลาดที่น่ากังวล ยังติดลบอยู่ เพราะยังไม่ได้กลับมาแข็งแรงจากสถานการณ์เศรษฐกิจ และหนี้ครัวเรือนที่สูง ส่วนตลาดราคาที่ยังเติบโตได้ แต่เติบโตน้อยลง จะเป็นบ้านราคา 10 ล้านบาท ซึ่งเดิมในปี 2567 เป็นกลุ่มที่ช่วยพยุงตลาด เพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ จึงทำให้ตลาดขยายตัวได้ค่อนข้างดี แต่ในปี 2568 ตลาดกลุ่มบนเริ่มแผ่วลง เพราะแรงซื้อก่อนหน้านี้

“ดังนั้นในปี 2569 ตลาดบนยังโตได้ประคองไม่ให้ติดลบ ขณะที่บ้านต่ำกว่า 3 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นฐานลูกค้าของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ขณะที่บ้านตั้งแต่ 3-10 ล้านบาท จะเป็นลูกค้าธนาคารพาณิชย์ แต่การเติบโตอาจจะทรงตัว หากสามารถประคองได้ดี ตลาดจะไม่ได้ติดลบ หรือติดลบบาง ๆ ลักษณะเหมือนตกท้องช้าง ซึ่งกสิกรไทย เราจะโฟกัสฐานลูกค้าเดิม เพราะเรารู้ประวัติ รู้ข้อมูล รายได้ ภาระหนี้ การเดินบัญชี ในการพิจารณา ทำให้ธนาคารปล่อยถูกคน และจะไม่เป็นภาระต้นทุนเมื่อเป็นหนี้เสีย”

นายณัฐพลกล่าวว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของสินเชื่อที่อยู่อาศัยเริ่มทรงตัว เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ธนาคาร และรัฐบาลมีมาตรการออกมาช่วยเหลือต่อเนื่อง รวมถึงหนี้ครัวเรือนแม้จะอยู่ในระดับสูง แต่ก็ปรับลดลง ผู้กู้บางส่วนก็ไม่อยากก่อหนี้เพิ่ม และธนาคารระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ภาพรวมเอ็นพีแอลน่าจะทรงตัวในปี 2569

นายจเร เจียรธนะกานนท์ ประธานกลุ่ม บริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) กล่าวว่า ตลาดอสังหาฯปีนี้น่าจะชะลอตัวต่อเนื่องจากปี 2568 ที่ตลาดหดตัวติดลบพอสมควร โดยเฉพาะบ้านต่ำกว่า 3 ล้านบาท จะชะลอตัวลงมากกว่ากลุ่มอื่น ซึ่งในมุมของการปล่อยสินเชื่อใหม่ คาดจะยังทรงตัว และมีแนวโน้มที่จะเห็นสถาบันการเงินไปเล่นในตลาดสินเชื่อรีไฟแนนซ์ และบ้านแลกเงินมากขึ้น

ทั้งนี้ ทีทีบีตั้งเป้าปีนี้ว่าจะยังคงเน้นเติบโตในตลาดสินเชื่อรีไฟแนนซ์และสินเชื่อบ้านแลกเงิน (Cash You Home) โดยตั้งเป้าสินเชื่อรีไฟแนนซ์โต 15% จากปี 2568 ที่โตสูงถึง 90% และบ้านแลกเงิน ตั้งเป้าเติบโต 30-40% เนื่องจากเห็นโอกาสในการขยายตัว

นายจเรกล่าวว่า ปัจจุบันยอดสินเชื่อคงค้างสินเชื่อที่อยู่อาศัยอยู่ที่ราว 3 แสนล้านบาท แต่จากแนวโน้มการชำระคืนหนี้ ค่อนข้างเร็วและสูงกว่าการปล่อยสินเชื่อใหม่ จึงคาดว่าในปี 2569 ยอดสินเชื่อคงค้างที่อยู่อาศัยจะขยายตัวได้ราว 2% ขณะที่เอ็นพีแอลมีแนวโน้มค่อนข้างทรงตัว ส่วนหนึ่งมาจากธนาคารเน้นกลุ่มลูกค้ามนุษย์เงินเดือน ซึ่งเป็นกลุ่มที่กระทบภาวะเศรษฐกิจไม่มาก แต่โดยรวมคุณภาพและความสามารถของลูกค้ายังไม่ได้ปรับดีขึ้น

“ยอดรีเจ็กต์แนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในรอบหลายปีที่ผ่านมา และปีนี้ก็ยังมองว่ารีเจ็กต์ยังอยู่ในระดับสูง แต่ไม่ได้แย่ลงกว่าเดิม โดยทุกธนาคารไม่ได้ปรับเกณฑ์การพิจารณา แต่คุณภาพลูกค้าด้อยลง ซึ่งทีทีบีมองว่าตลาดบ้านแลกเงินเป็นตัวที่จะสามารถมาช่วยเรื่องสภาพคล่องได้ดี คาดว่าปี’69 นี้ ลูกค้าเอสเอ็มอีจะมาใช้บริการเพิ่มขึ้น เพราะดอกเบี้ยถูกกว่า”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘สินเชื่อบ้าน’ ออกอาการซึมต่อ ราคาต่ำ 3 ล้านน่าห่วง-แบงก์ปรับเกมรับมือ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...