"ตรีนุช" ประชุมใหญ่ เลือก กก.บห. ชุดใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย ส่วน เหตุตะวันออกกลาง ยัน อำนวยความสะดวกหากต้องการกลับไทย
"ตรีนุช" นั่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หลังประชุมใหญ่ เลือก กก.บห. ชุดใหม่ เดินหน้า ขับเคลื่อนนโยบาย-เดินหน้าทำงานร่วมคนรุ่นใหม่ ด้าน "บิ๊กป้อม" พร้อมให้คำปรึกษา ส่วน เหตุตะวันออกกลาง ยัน อำนวยความสะดวกหากต้องการกลับไทย ด้าน กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเตรียมเพิ่มทักษะ จับคู่กลุ่มธุรกิจ
วันที่ 7 มี.ค. 69 ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปีเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ว่า การประชุมวันนี้เป็นการเลือกกรรมการบริหารพรรคหลังจากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อทำให้โครงสร้างของพรรคถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ในการที่จะขับเคลื่อนนโยบายของพรรค ซึ่งตนเองจะพยายามทำให้ดีที่สุด
โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราพยายามจะขับเคลื่อน ซึ่งขณะนี้เราได้โอกาสในการรับคำเชิญเข้าร่วมรัฐบาล หากมีความชัดเจนมากกว่านี้ก็คงจะกำหนดทิศทางการทำงานพรรคต่อไป
อย่างไรก็ตามพลเอกประวิตรได้ให้โอกาสพวกเรา เพื่อให้พรรคเติบโตเดินต่อไปได้ หากมีเรื่องใดที่เป็นเรื่องใหญ่ก็สามารถเข้าไปขอคำปรึกษาได้เสมอ ซึ่งวันนี้เรามีสส.ทั้งหมด 5 คนมีสมาชิกพรรค จะเป็นตัวแทนรับฟังปัญหาจากประชาชนเพื่อเปลี่ยนเป็นนโยบายและผลักดันต่อไปได้
เมื่อถามว่า มีการพูดคุยกับแกนนำรัฐบาลเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรีแล้วหรือยัง นางสาวตรีนุช กล่าวว่า ตอนนี้ต้องเป็นไปตามขั้นตอน เพราะยังต้องรอกลไกของการเปิดสภา และเลือกนายกรัฐมนตรีให้จบก่อน แล้วหลังจากนี้ก็จะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
โดยผลการลงคะแนนจากสมาชิกพรรคในการเลือกกรรมการบริหารพรรค ตำแหน่งหัวหน้าพรรค ได้แก่ นางตรีนุช เทียนทอง โดยมี นายยุทธนา ศรีตะบุตร เป็นเลขาธิการพรรค , นางสาวอรนุช ไวนุสิทธิ์ เป็นเหรัญญิก และนายชาตรี ผดุงพงษ์ เป็นนายทะเบียนพรรค
ส่วนตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคทั้งหมด 5 คนได้แก่ นายภัครธรณ์ เทียนไชย , นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ , พลเอก กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ , พลตำรวจโท ปิยะ ต๊ะวิชัย และหม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี
ขณะที่กรรมการบริหารพรรคทั้ง 7 คน ประกอบด้วย นายบดี เทียนทอง , นางสาวปภาสิริ ศรีตะบุตร , นายกรทัพ ตระกูลพรพงศ์ , นายพิษณุ คล้ายเจตน์ดี , นายประจักร ประสงค์สุข , นายอนันต์ แพทยานนท์ และนางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น
นอกจากนี้นางสาวตรีนุชยัง กล่าวว่าถึงการให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง จากการสู้รบ ว่า รัฐบาลให้ความห่วงใยและมีการประชุมมาโดยตลอด ขณะนี้ทูตแรงงานได้มีการประสานงาน กับกระทรวงต่างประเทศในพื้นที่มาโดยตลอดซึ่งในส่วนของแรงงานจะประสานกับคนไทย ที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับ ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมที่จะดำเนินการ และขณะนี้ก็มีแรงงานทยอยเดินทางกลับแล้วแม้จะเป็นส่วนน้อย โดยตัวเลขของแรงงานไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับ มีไม่มาก โดยเฉพาะในอิสราเอลที่มีไม่ถึง 100 คน แต่ในอิหร่านเป็นแรงงานเกือบทั้งหมดที่ขอเดินทางกลับ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็มีความห่วงใยและต้องการให้แรงงานไทยในอิหร่านเดินทางกลับมาทั้งหมด หากรวมตัวเลขแรงงานที่ต้องการเดินทางกลับมายังไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางตอนนี้มีไม่เกิน 200 คน
ทั้งนี้การสู้รบที่มีการขยายออกไปอีก 15 ประเทศ นั้น ทางกระทรวงแรงงานมีการเตรียมความพร้อมรับมืออย่างไร นางสาวตรีนุชกล่าวว่า ยืนยันว่ามีการประสานงานมาโดยตลอด โดยกระทรวงแรงงานทำเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือทูตแรงงานที่อยู่ในต่างประเทศให้ประสานกับคนไทยในพื้นที่ รวมไปถึงประสานพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งรายงานส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเกษตรและก่อสร้าง แต่พื้นที่พุ่งเป้าส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางการทหาร ตัวเลขแรงงานที่ขอเดินทางกลับจึงยังไม่เยอะมาก พร้อมระบุว่าขณะนี้แรงงานจะทยอยเดินทางมายังประเทศไทยในวันที่ 7 และ 10 มีนาคม
เมื่อถามว่าเมื่อแรงงานเดินทางกลับมายังประเทศไทยจะมีแนวทางในการดูแลอย่างไร นางสาวตรีนุชกล่าวว่า ในเบื้องต้นมีนโยบายที่จะรองรับโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อเพิ่มทักษะต่างๆ แต่หากแรงงานมีความประสงค์ที่จะทำงานจะให้กรมจัดหางาน จับคู่กับภาคอุตสาหกรรมหรือภาคธุรกิจที่ตรงกับความต้องการ ซึ่งในส่วนของประเทศไทยได้มอบหมายให้ 5 เสือแรงงาน ประสานกับครอบครัวของคนไทยที่อยู่ในตะวันออกกลาง เพื่อให้เกิดความสบายใจและคลายกังวล