โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กต.พาคนไทยกลับประเทศแล้ว 215 คน เผย 62 คนจากอิหร่านใกล้ถึงตุรกี

เดลินิวส์

อัพเดต 8 มีนาคม 2569 เวลา 2.59 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
กต.ช่วยคนไทยในตะวันออกกลางกลับประเทศแล้ว 215 คน เผย 62 คนไทยจากอิหร่านใกล้ถึงชายแดนตุรกี ด้าน ‘คมนาคม’ ระบุรวมผู้โดยสารเครื่องบินได้รับผลกระทบ 8 วัน 78,564 คน สั่งติดตามการขนส่งทางเรือ

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า สถานการณ์โดยรวมยังมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน ส่วนพื้นที่ที่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดได้แก่ ประเทศอิรัก ที่สถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้น และ ประเทศเลบานอนที่ยังคงถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ขณะนี้มีการอพยพของพลเรือน ซึ่งเข้าข่ายเป็นวิกฤตการณ์ด้าน มนุษยธรรม นอกจากนี้ยังมีการโจมตีในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกา อาทิ ฐานทัพ และที่พักของชาวอเมริกันในรัฐอ่าวอาหรับอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ยังสามารถสกัดกั้นได้ ขณะที่การเปิดปิดน่านฟ้าในปัจจุบันนั้น ประเทศที่ยังมีการปิดน่านฟ้าสำหรับการบินพาณิชย์ ได้แก่อิหร่านอิสราเอลซีเรีย อิรักบาห์เรน คูเวต เลบานอน และกาตาร์ ส่วนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เริ่มเปิดเที่ยวบินอย่างจำกัด เพื่อระบายผู้โดยสารที่ตกค้าง สำหรับคนไทยในตะวันออกกลางขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ทางกระทรวง ยังคงย้ำขอให้คนไทยเร่งพิจารณาออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด

นายปาณิดล กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ตะวันออกกลางนั้น ที่ประเทศอิหร่าน คนไทยในกรุงเตหะรานและเมืองกุม เดินทางออกจากกรุงเตหะรานแล้วเมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ (7 มี.ค.) จำนวน 62 คน และคาดว่าจะถึงประเทศตุรกีในวันนี้ และจะมีคนไทยอีกกลุ่มหนึ่งเดินทางออกจากกรุงเตหะรานในวันที่ 10 มี.ค.นี้ ขณะที่ฝั่งตุรกี เจ้าหน้าที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศซึ่งนำโดยนายบัญชายืนยง จงเจริญรองอธิบดีกรมการกงสุล ได้เดินทางถึงเมืองวานของตุรกีแล้วเมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ที่นำโดย น.ส.พัณณ์ชิตา รมยานนท์ อุปทูต ปฏิบัติภารกิจการอพยพคนไทยจากประเทศอิหร่านกลับประเทศไทย และล่าสุด เมื่อ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากอุปทูตประจำกรุงเตหะราน ว่าขบวนอพยพคนไทยใกล้ถึงจุดหมายที่บริเวณชายแดนระหว่างอิหร่าน-ตุรกี

นายปาณิดล กล่าวว่า ขณะที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน จะย้ายที่ทำการชั่วคราวไปยังพื้นที่เมืองวานของตุรกี ตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค.นี้ แต่ขอย้ำว่าสถานเอกอัครราชทูตฯ ยังพร้อมติดต่อให้ความช่วยเหลือแก่คนไทยที่ประสงค์เดินทางออกจากอิหร่าน และผู้ที่ยังอยู่ในอิหร่านด้วย นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ยังต้องปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนอีกด้าน เพื่อรอรับคนไทย 10 คนที่อพยพข้ามด่านจากอิรัก มายังเมืองมาดินของตุรกี เพื่อช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยต่อไป

นายปาณิดล กล่าวอีกว่า ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด และสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครเจดดาห์ ยังร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำบาห์เรน กาตาร์ และคูเวต ในการนำคนไทยเดินทางข้ามแดนมาเพื่อเดินทางทางอากาศกลับสู่ประเทศ หรือไปยังปลายทางอื่น นอกจากนี้ยังได้หารือกับสายการบินเอกชนอย่างต่อเนื่องถึงแนวทางการนำคนไทยกลับประเทศ ซึ่งเที่ยวบินเส้นทางริยาด-กรุงเทพฯ ยังเปิดให้บริการ และพร้อมพิจารณาเพิ่มเที่ยวบินในการอพยพคนไทยในประเทศต่างๆตามความต้องการ ส่วนคนไทยในที่ยูเออี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครดูไบ ได้ดำเนินการช่วยเหลือคนไทยที่ตกค้างอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ รวมจำนวนคนไทยในตะวันออกกลางที่ได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยแล้วขณะนี้มีจำนวน 215 คน

ด้าน นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กล่าวถึงผลกระทบต่อการบินและขนส่งจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และมาตรการของกระทรวงคมนาคม ว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ได้สั่งการให้กระทรวงตั้งศูนย์วอร์รูม เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ เปิดให้หน่วยงานในสังกัดทำหน้าที่กำกับดูแล ทั้งทางน้ำ ทางบก และทางรางได้ติดตาม กำกับใน 3 มิติ คือมิติของการรักษาคุณภาพของการให้บริการ มิติราคาค่าโดยสารที่เป็นธรรม และมิติของความพร้อมในการให้บริการเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งจะต้องรายงานมายังศูนย์ติดตามสถานการณ์ประจำทุกวัน โดยมีข้อสั่งการ ส่วนทางอากาศกำชับให้หน่วยงานที่ให้บริการผู้โดยสารซึ่งได้แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และกรมท่าอากาศยาน และหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลการขนส่งทางอากาศ หรือสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยดำเนินการตรวจสอบกวดขันให้สายการบินคิดค่าโดยสารและค่าภาระการขนส่งสินค้าทางอากาศให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด และให้การช่วยเหลือผู้โดยสารตกค้าง และช่วยเหลือสายการบินที่จำเป็นจะต้องจอดอากาศยานครั้งในประเทศไทยกรณีที่ไม่สามารถทำการบินได้

นายจิรโรจน์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์ด้านการบินในปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบต่อผู้โดยสารที่เดินทางโดยเครื่องบิน ตัวเลขตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.- 7 มี.ค.2569 มีจำนวนเที่ยวบินที่ยกเลิก และล่าช้า จำนวนทั้งสิ้น 584 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจำนวน 78,564 คน ซึ่งได้มีการกำกับให้สายการบินให้การช่วยเหลือผู้โดยสารตามหลักปฏิบัติอย่างครบถ้วน ขณะเดียวกันยังให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และ กรมท่าอากาศยานดำเนินการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ และให้กับเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ ให้ข้อมูลอย่างใกล้ชิดประสานงานร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่ออำนวยความสะดวกและประสานสายการบิน รวมถึงจัดเตรียมที่พักคอยและติดตามสถานการณ์สายการบินแบบเรียลไทม์

นายจิรโรจน์ กล่าวว่า ด้านการขนส่งสินค้าทางน้ำจะมีผลกระทบ กับการขนส่งสินค้าในเส้นทาง ที่จะขนส่งไปยังทวีปยุโรป ที่จะต้องเปลี่ยนเส้นทางจากเดิมผ่านเส้นทางตะวันออกกลาง อ้อมแหลมกู๊ดโฮป ทวีปแอฟริกา ใช้ระยะเวลาเพิ่มขึ้น 15 วันจากปกติซึ่งมีผลต่อค่า ระหว่างขนส่งสินค้าและค่าเวียนตู้คอนเทนเนอร์ และความแออัดของท่าเรือต่างๆ จึงได้สั่งการให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยติดตามข้อมูลแบบรายวันเพื่อเตรียมพร้อมในการบริหารจัดการให้มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการน้อยที่สุด หากประชาชนไม่ได้รับความสะดวกหรือต้องการมีข้อร้องเรียนในการให้บริการ สามารถแจ้งไปยังสายด่วนคมนาคม 1356 หรือได้รับผลกระทบจากราคาค่าโดยสารหรือการบริการขนส่งสาธารณะ สามารถติดต่อสายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...