กต.พาคนไทยกลับประเทศแล้ว 215 คน เผย 62 คนจากอิหร่านใกล้ถึงตุรกี
เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า สถานการณ์โดยรวมยังมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน ส่วนพื้นที่ที่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดได้แก่ ประเทศอิรัก ที่สถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้น และ ประเทศเลบานอนที่ยังคงถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ขณะนี้มีการอพยพของพลเรือน ซึ่งเข้าข่ายเป็นวิกฤตการณ์ด้าน มนุษยธรรม นอกจากนี้ยังมีการโจมตีในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกา อาทิ ฐานทัพ และที่พักของชาวอเมริกันในรัฐอ่าวอาหรับอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ยังสามารถสกัดกั้นได้ ขณะที่การเปิดปิดน่านฟ้าในปัจจุบันนั้น ประเทศที่ยังมีการปิดน่านฟ้าสำหรับการบินพาณิชย์ ได้แก่อิหร่านอิสราเอลซีเรีย อิรักบาห์เรน คูเวต เลบานอน และกาตาร์ ส่วนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เริ่มเปิดเที่ยวบินอย่างจำกัด เพื่อระบายผู้โดยสารที่ตกค้าง สำหรับคนไทยในตะวันออกกลางขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ทางกระทรวง ยังคงย้ำขอให้คนไทยเร่งพิจารณาออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด
นายปาณิดล กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ตะวันออกกลางนั้น ที่ประเทศอิหร่าน คนไทยในกรุงเตหะรานและเมืองกุม เดินทางออกจากกรุงเตหะรานแล้วเมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ (7 มี.ค.) จำนวน 62 คน และคาดว่าจะถึงประเทศตุรกีในวันนี้ และจะมีคนไทยอีกกลุ่มหนึ่งเดินทางออกจากกรุงเตหะรานในวันที่ 10 มี.ค.นี้ ขณะที่ฝั่งตุรกี เจ้าหน้าที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศซึ่งนำโดยนายบัญชายืนยง จงเจริญรองอธิบดีกรมการกงสุล ได้เดินทางถึงเมืองวานของตุรกีแล้วเมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ที่นำโดย น.ส.พัณณ์ชิตา รมยานนท์ อุปทูต ปฏิบัติภารกิจการอพยพคนไทยจากประเทศอิหร่านกลับประเทศไทย และล่าสุด เมื่อ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากอุปทูตประจำกรุงเตหะราน ว่าขบวนอพยพคนไทยใกล้ถึงจุดหมายที่บริเวณชายแดนระหว่างอิหร่าน-ตุรกี
นายปาณิดล กล่าวว่า ขณะที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน จะย้ายที่ทำการชั่วคราวไปยังพื้นที่เมืองวานของตุรกี ตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค.นี้ แต่ขอย้ำว่าสถานเอกอัครราชทูตฯ ยังพร้อมติดต่อให้ความช่วยเหลือแก่คนไทยที่ประสงค์เดินทางออกจากอิหร่าน และผู้ที่ยังอยู่ในอิหร่านด้วย นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ยังต้องปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนอีกด้าน เพื่อรอรับคนไทย 10 คนที่อพยพข้ามด่านจากอิรัก มายังเมืองมาดินของตุรกี เพื่อช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยต่อไป
นายปาณิดล กล่าวอีกว่า ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด และสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครเจดดาห์ ยังร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำบาห์เรน กาตาร์ และคูเวต ในการนำคนไทยเดินทางข้ามแดนมาเพื่อเดินทางทางอากาศกลับสู่ประเทศ หรือไปยังปลายทางอื่น นอกจากนี้ยังได้หารือกับสายการบินเอกชนอย่างต่อเนื่องถึงแนวทางการนำคนไทยกลับประเทศ ซึ่งเที่ยวบินเส้นทางริยาด-กรุงเทพฯ ยังเปิดให้บริการ และพร้อมพิจารณาเพิ่มเที่ยวบินในการอพยพคนไทยในประเทศต่างๆตามความต้องการ ส่วนคนไทยในที่ยูเออี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครดูไบ ได้ดำเนินการช่วยเหลือคนไทยที่ตกค้างอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ รวมจำนวนคนไทยในตะวันออกกลางที่ได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยแล้วขณะนี้มีจำนวน 215 คน
ด้าน นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กล่าวถึงผลกระทบต่อการบินและขนส่งจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และมาตรการของกระทรวงคมนาคม ว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ได้สั่งการให้กระทรวงตั้งศูนย์วอร์รูม เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ เปิดให้หน่วยงานในสังกัดทำหน้าที่กำกับดูแล ทั้งทางน้ำ ทางบก และทางรางได้ติดตาม กำกับใน 3 มิติ คือมิติของการรักษาคุณภาพของการให้บริการ มิติราคาค่าโดยสารที่เป็นธรรม และมิติของความพร้อมในการให้บริการเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งจะต้องรายงานมายังศูนย์ติดตามสถานการณ์ประจำทุกวัน โดยมีข้อสั่งการ ส่วนทางอากาศกำชับให้หน่วยงานที่ให้บริการผู้โดยสารซึ่งได้แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และกรมท่าอากาศยาน และหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลการขนส่งทางอากาศ หรือสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยดำเนินการตรวจสอบกวดขันให้สายการบินคิดค่าโดยสารและค่าภาระการขนส่งสินค้าทางอากาศให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด และให้การช่วยเหลือผู้โดยสารตกค้าง และช่วยเหลือสายการบินที่จำเป็นจะต้องจอดอากาศยานครั้งในประเทศไทยกรณีที่ไม่สามารถทำการบินได้
นายจิรโรจน์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์ด้านการบินในปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบต่อผู้โดยสารที่เดินทางโดยเครื่องบิน ตัวเลขตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.- 7 มี.ค.2569 มีจำนวนเที่ยวบินที่ยกเลิก และล่าช้า จำนวนทั้งสิ้น 584 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจำนวน 78,564 คน ซึ่งได้มีการกำกับให้สายการบินให้การช่วยเหลือผู้โดยสารตามหลักปฏิบัติอย่างครบถ้วน ขณะเดียวกันยังให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และ กรมท่าอากาศยานดำเนินการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ และให้กับเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ ให้ข้อมูลอย่างใกล้ชิดประสานงานร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่ออำนวยความสะดวกและประสานสายการบิน รวมถึงจัดเตรียมที่พักคอยและติดตามสถานการณ์สายการบินแบบเรียลไทม์
นายจิรโรจน์ กล่าวว่า ด้านการขนส่งสินค้าทางน้ำจะมีผลกระทบ กับการขนส่งสินค้าในเส้นทาง ที่จะขนส่งไปยังทวีปยุโรป ที่จะต้องเปลี่ยนเส้นทางจากเดิมผ่านเส้นทางตะวันออกกลาง อ้อมแหลมกู๊ดโฮป ทวีปแอฟริกา ใช้ระยะเวลาเพิ่มขึ้น 15 วันจากปกติซึ่งมีผลต่อค่า ระหว่างขนส่งสินค้าและค่าเวียนตู้คอนเทนเนอร์ และความแออัดของท่าเรือต่างๆ จึงได้สั่งการให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยติดตามข้อมูลแบบรายวันเพื่อเตรียมพร้อมในการบริหารจัดการให้มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการน้อยที่สุด หากประชาชนไม่ได้รับความสะดวกหรือต้องการมีข้อร้องเรียนในการให้บริการ สามารถแจ้งไปยังสายด่วนคมนาคม 1356 หรือได้รับผลกระทบจากราคาค่าโดยสารหรือการบริการขนส่งสาธารณะ สามารถติดต่อสายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.