โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

พลังงานห่วง ‘ราคาน้ำมันตลาดโลก’ พุ่งเกิน 150 เหรียญฯหลัง 15 วัน ดันดีเซลในประเทศขึ้น

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากสถานการณ์ความตึงเครียดของสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวพุ่งสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อทั้งโลก และประเทศไทย

โดยประเทศไทยนั้น นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมีนโยบายให้ตรึงราคาน้ำมันไว้ 15 วัน ผ่านกลไกลของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ต่อเรื่องดังกล่าวแหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน ยืนยันกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า นโยบายการตรึงราคาน้ำมัน 15 วันนี้จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยยังคงดำเนินตามนโยบายเดิมของรัฐบาลตามที่รัฐมนตรีได้แถลงไว้

ซึ่งเป้าหมายก็คือตรึงราคาไว้ที่ระดับไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร โดยสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงถือว่าเพียงพอที่จะแบกรับภาระได้ แต่สถานการณ์เริ่มน่ากังวลเนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกขยับสูงขึ้นใกล้ระดับ 150 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ดี แนวโน้มหลังครบ 15 วัน หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น อาจมีการปรับราคาสูงขึ้นแบบขั้นบันได โดยต้องขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันโลกและนโยบายของรัฐมนตรีว่าจะให้ตรึงราคาต่อหรือไม่อย่างไร

“หากราคาน้ำมันโลกสูงเกิน 150 เหรียญฯต่อบาร์เรล จะเริ่มส่งผลกระทบหนักต่อกองทุนน้ำมัน ซึ่งหลังจากสิ้นสุดนโยบายตรึงราคา 15 วันอาจจะต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกลตลาด แต่จะเป็นการขึ้นแบบขั้นบันได ไม่ขึ้นทีเดียวแบบพรวดพราด และขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลด้วยว่าจะดำเนินการอย่างไร“

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวต่อไปอีกว่า ภาครัฐช่วยพยุงราคาได้เพียงระยะหนึ่งเพื่อให้ปรับตัว สุดท้ายแล้วทุกคนจำเป็นต้องประหยัดและเตรียมพร้อมรับภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มสูงขึ้นตามความเป็นจริงของต้นทุน หากสถานการณ์สงครามยังคงยืดเยื้อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...