กกต. แจง ผู้สมัคร สส. ถูกจับ-ถูกยึดทรัพย์ ไม่ขาดคุณสมบัติ จนกว่าจะต้องคำพิพากษา
เลขาธิการ กกต. ย้ำ ปมผู้สมัคร สส. ถูกจับ-ถูกยึดทรัพย์ ยังไม่ถือว่าขาดคุณสมบัติ เว้นเจ้าตัวพ้นสมาชิกพรรค ก่อน 8 ก.พ. 2569 โยน ปปง. สอบ ปมเงินบริจาคเข้าพรรคก้าวไกล
วันที่ 16 ม.ค. 2569 เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีผู้สมัคร สส. ถูกจับกุมถือว่าขาดคุณสมบัติเป็นผู้สมัคร สส.หรือไม่ ว่า กรณีผู้สมัครที่ได้รับการประกาศเป็นผู้สมัคร แล้วภายหลังถูกจับและฝากขัง และยังไม่ได้รับการประกันตัว ซึ่งตามกฎหมายการถูกจับถูกคุมขังอยู่แล้วถ้ายังไม่ได้ทำอะไร ผู้สมัครรายนี้ก็ยังเป็นผู้สมัครไปตลอด ไม่ถือเป็นลักษณะต้องห้าม เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในชั้นของพนักงานสอบสวน จนถึงวันที่ 8 ก.พ. 2569 ก็ยังเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสามารถลงคะแนนให้ได้ ประเด็นที่สอง หากผู้สมัครรายนั้นทำให้ตัวเองมีลักษณะต้องห้าม เช่น พ้นจากความเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ก็จะเป็นผู้สมัครไม่ได้แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีผลทันที เพราะมีกระบวนการตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการ ทั้งการพ้นจากสมาชิกพรรคการเมืองตามกฎหมายพรรคการเมือง หรือข้อบังคับของพรรคนั้นๆ แล้วก่อนวันเลือกตั้งแต่ 8 ก.พ. ทางผู้อำนวยการเขตเลือกตั้งที่ผู้สมัครรายนั้นสมัครอยู่ จะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อให้ถอนชื่อผู้สมัคร หากศาลมีเวลาพิจารณาทัน สำนักงานฯ ก็จะไปประชาสัมพันธ์ว่าไม่มีผู้สมัครเบอร์นั้นแล้ว ถ้าลงคะแนนให้เบอร์นั้นจะถือว่าเป็นบัตรเสีย
“อย่างไรก็ตาม ถ้าเราส่งศาลกระชั้นชิด เช่น ส่งก่อน 1 วัน ศาลอาจมีคำสั่งออกมาไม่ทัน ผู้สมัครรายนั้นก็ยังถือเป็นผู้สมัครอยู่ต่อไป ในวันที่ 8 ก.พ. ประชาชนก็ยังสามารถลงคะแนนให้ผู้สมัครรายนี้ได้ แต่เมื่อผลการลงคะแนนออกมา แล้วถ้าผู้สมัครท่านนั้นได้คะแนนอยู่ในลำดับที่ 1 จะต้องได้รับการประกาศเป็น สส. ก็มีการมายื่นให้ กกต. วินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติหรือไม่ ซึ่งถ้ามีลักษณะต้องห้าม กกต. ก็ต้องสั่งยกเลิกการเลือกตั้งในเขตนั้น ให้มีการเลือกตั้งใหม่ นี่คือกระบวนการตามกฎหมาย แต่ข้อเท็จจริงยังต้องรอดูต่อไป” เลขาธิการ กกต. กล่าวย้ำ
เมื่อถามว่า กรณีผู้สมัครถูกจับ แต่ขั้นตอนกฎหมายยังดำเนินต่อไปจนยังสามารถเลือกตั้งได้ รวมถึงกรณีพรรคต้นสังกัดระบุว่าทราบว่ายังมีผู้สมัครรายอื่นอีกที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมาย รอให้เจ้าตัวรู้ตัวเอง โดยที่พรรคไม่ดำเนินการใดๆ จนสุดท้ายหากถูกจับ จะทำให้พรรคการเมืองนั้นมีความผิดอะไรหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ในการรับรองคุณสมบัติของผู้สมัครนั้น ยังไม่มีคุณสมบัติ หรือลักษณะต้องห้ามในวันสมัคร ดังนั้นวันนี้ก็ยังถือเป็นผู้สมัคร ซึ่งกฎหมายคุ้มครอง เหมือนรัฐธรรมนูญคุ้มครองประชาชน ดังนั้นจนกว่าจะต้องคำพิพากษา ตอนนี้ก็ต้องถือเป็นผู้บริสุทธิ์
เมื่อถามถึงกรณีนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งยึดทรัพย์ถือว่ารวมอยู่ในกลุ่มของผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาชนอยู่หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ในส่วนนี้ยังสามารถดำเนินการได้อยู่ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (6) ระบุว่า “ต้องคำพิพากษาให้จำคุก และถูกคุมขังโดยหมายของศาล” คือมาพร้อมกันทั้งสองอย่าง ซึ่งถ้าดูตามกฎหมายก็ต้องมาดูข้อเท็จจริงว่าที่ทำอยู่ ยังอยู่ในชั้นของพนักงานสอบสวน ยังไม่ส่งศาลจึงต้องถือว่าเขายังมีคุณสมบัติตามกฎหมายเลือกตั้ง และต้องใช้เกณฑ์เดียวกันทุกคน
เมื่อถามถึงกรณีมีการเผยแพร่เอกสารบุคคลที่มีนามสกุลเดียวกับผู้สมัคร สส. พรรคประชาชนที่ถูกจับกุมในข้อหาเว็บพนันออนไลน์บริจาคเงินให้กับอดีตพรรคก้าวไกล นั้น นายแสวง กล่าวว่า เรื่องนี้ กกต. ตรวจสอบอยู่แล้ว ซึ่งเงินที่พรรคการเมืองรายงานต่อ กกต. ก็ต้องผ่านการตรวจสอบอยู่แล้ว และการที่ผู้บริจาคมีนามสกุลเดียวกับผู้สมัคร สส. ที่ถูกจับกุมก็ไม่เป็นไร เราต้องดูว่าเงินนั้นมีที่มาโดยชอบตามกฎหมายการเมืองมาตรา 73 หรือไม่ กรณีพรรคพลังประชารัฐที่หลายคนรวมถึงนายตู้ ห่าว บริจาคเงินให้ อย่างไรก็ตามแม้เงินบริจาคมีที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กกต. ไม่มีสิทธิ์วินิจฉัยเพราะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ที่จะทำหน้าที่วินิจฉัยคือ ปปง.
นายแสวง กล่าวต่อว่า หากเงินรายการที่บริจาคเข้าพรรคการเมืองที่ถูกยุบไปแล้ว ถือว่ากระบวนการเสร็จสิ้นไปแล้ว เพราะมีการตั้งพรรคการเมืองใหม่ ส่วนเงินที่ได้รับการอุดหนุนจากกองทุนพรรคการเมือง หากใช้เหลือก็ต้องนำมาคืน กกต. ที่เงินบริจาคหรือเงินรายได้ที่อื่น พรรคการเมืองอาจมีการตั้งมูลนิธิเพื่อรับมอบเงินหรือทรัพย์สินของพรรคก็ได้ โดยตามกฎหมายพรรคการเมืองเงินนี้ถือว่าจบไปแล้ว แต่ถ้าเป็นเข้าข่ายเป็นกฎหมายฟอกเงิน ก็เป็นคนละกรณีไป.
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กกต. แจง ผู้สมัคร สส. ถูกจับ-ถูกยึดทรัพย์ ไม่ขาดคุณสมบัติ จนกว่าจะต้องคำพิพากษา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เลือกตั้ง 2569 “เต้ มงคลกิตติ์” ผุดนโยบายสนับสนุนฟุตบอลไทย เปย์ปีละ 2 พันล้านดัน “บอลไทย ไปบอลโลก”
- “อนุทิน” สั่งเลิกสัญญาอิตาเลียนไทย เซ่นเครนถล่มซ้ำซาก ลั่นไม่กลัวฟ้องกลับ
- “ธรรมนัส” เมินดราม่ายึดทรัพย์ “ชนนพัฒฐ์” มั่นใจไม่กระทบหาเสียง
- ผู้สมัคร สส. พลังประชารัฐ สุดทนถูกลอยแพ ลั่น ไม่มี “ลุงป้อม” พรรคไร้ความมั่นคง
- กกต. ยืนยัน ไม่เปลี่ยนรูปแบบหน่วยเลือกตั้ง ย้ำคิดมาดีคำนึงสิทธิประชาชนและกฎหมาย
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath