โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“หมอวรงค์” แสดงจุดยืนฝ่ายค้าน ตื่นเต้นกลับสภาในรอบ 12 ปี

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ประกาศสถานะของพรรคว่าเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้าน หลังจากที่ได้ชั่งใจ คิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบ คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ นับจากทราบผลการเลือกตั้ง แม้ว่าพรรคจะได้รับเลือกเพียง 1 เสียง ในการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าเป็น 1 เสียงที่ตัดสินใจยากลำบาก เพราะมีผู้สนับสนุนพรรคต้องการให้ไปเป็นฝ่ายรัฐบาล แต่ก็มีผู้สนับสนุนส่วนหนึ่งต้องการเห็นการทำหน้าที่ตรวจสอบการปราบปรามการทุจริตผ่านรัฐสภา ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชาติ ไม่ได้ค้านไปเรื่อย ไม่ได้หาเรื่องเล็กน้อยเพื่อสร้างอีเวนท์ แต่จะหาหลักฐานในการตรวจสอบ

“หนึ่งเสียงถ้าไปร่วมรัฐบาลอาจจะได้ไม่เต็มที่ เพราะเป็นคนทำงานและต้องเจียมเนื้อเจียมตัว 1 เสียงจะไปจัดการปัญหาของชาติบ้านเมืองทำให้ได้ เพราะการร่วมงานรัฐบาลต้องมีเสียงสนับสนุน ดังนั้นรู้ว่า 1 เสียงมีข้อจำกัดในการทำงาน แต่มองในมุมกลับกันการทำหน้าที่ตรวจสอบหรือเป็นฝ่ายค้าน แค่อาศัยความจริงเพราะความจริงเป็นหนึ่งเดียวไม่จำเป็นต้องใช้เสียงสนับสนุน นำเสนอต่อประชาชนทุกอย่างจะปกป้องผลประโยชน์ชาติบ้านเมืองได้ จึงตัดสินใจที่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน และเป็นฝ่ายค้านผู้รักชาติ” นพ.วรงค์กล่าว

นพ.วรงค์ ปฏิเสธข้อสังเกตการไม่ร่วมรัฐบาลว่ามาจากเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาลด้วย ชี้แจงว่าจากที่เคยหาเสียงไว้หากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะไม่ร่วม รวมถึงหากพรรคประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลไม่ร่วม ซึ่งขณะนี้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคไทยภักดีพร้อมร่วมรัฐบาลด้วยได้ แต่ประเมินแล้วว่า 1 เสียง เข้าไปร่วมแล้วทำไม่ได้ เหตุผลที่ไม่ร่วมรัฐบาลไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทยมีส่วนต่อการตัดสินใจ พร้อมยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีการติดต่อหรือประสานงานจากพรรคภูมิใจไทย หรือนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการทาบร่วมรัฐบาล แต่เชื่อว่าหากพรรคไทยภักดีต้องการร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยก็พร้อมต้อนรับ แต่ไม่ได้มีการคุยกัน ตัดสินใจด้วยเหตุผลต่างๆ และการเป็นฝ่ายค้านสามารถตรวจสอบในสิ่งที่รัฐบาลกระทำโดยมิชอบ หรือการทุจริต ยิ่งหากตัดสินใจบนพื้นฐานของประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์ของแผ่นดิน โดยที่ไม่มีผลประโยชน์อื่นใด มั่นใจว่าสามารถทำหน้าที่ให้แก่ประชาชนสมดังที่ประชาชนรอคอย และตัวเองก็รอคอยมา 12 ปี

นพ.วรงค์ กล่าวถึงการตั้งเป้าการทำงานในฐานะฝ่ายค้าน ว่าให้นายอนุทินเดินหน้าทำงานฝ่ายบริหารอย่างเต็มที่ พรรคไทยภักดีไม่ได้หยุมหยิม แต่ขอเตือนว่าหากมีหลักฐานการทุจริตเกิดขึ้น มีหลักฐานการประพฤติมิชอบเกิดขึ้น เราเจอกันแน่ ซึ่งจะทำงานอย่างไม่ยั้งมือในการตรวจสอบ

“ไม่ใช่การตรวจสอบให้เป็นอีเวนต์เพื่อเป็นข่าว แต่ทุกอย่างต้องจบที่ ป.ป.ช. หรือ ศาล หากท่านทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อาจไม่เห็นบทบาทผมในการตรวจสอบอะไร แต่ถ้าท่านทำไม่ตรงไปตรงมาเอื้อประโยชน์ขึ้นมาเมื่อไหร่เราเจอกันแน่ในสภา” นพ.วรงค์กล่าว

นพ.วรงค์ ยังไม่ยืนยันชัดเจนว่าการโหวตของพรรคไทยภักดี จะไม่เห็นชอบในทุกเรื่องหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการโหวตนายกรัฐมนตรีหรือการโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เพียงแต่ชี้แจงว่ามีวิธีการโหวตของฝ่ายค้าน ตามมารยาท 1. หนุนฝ่ายค้าน 2.งดออกเสียง แต่ไม่ควรโหวตให้รัฐบาล ยกเว้นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง ก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายถึงนายกรัฐมนตรีว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองให้บอกได้

นพ.วรงค์ ยังกล่าวถึงการทำงานฝ่ายค้านกับพรรคประชาชนว่า ตามหลักการนั้นความแนบแน่นต่างกับการทำงานของรัฐบาล ซึ่งการเป็นฝ่ายค้านจะเริ่มงานกันแบบหลวมๆ ซึ่งประเด็นในการตรวจสอบต่างฝ่ายต่างทำ ไม่ต้องแชร์ประเด็นกัน ไม่ต้องพึ่งพากันทุกเรื่อง การเป็นฝ่ายค้านแม้จะทำงานร่วมกันแต่ไม่ต้องจับไม้จับมือกันแน่นเหมือนพรรคร่วมรัฐบาล โดยปฏิเสธวิพากษ์วิจารณ์การทำงานฝ่ายค้านของพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคประชาชน เพียงแต่ยืนยันว่าพรรคไทยภักดีเข้มแข็งแน่นอน สามารถทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดี

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงความรู้สึกที่กลับเข้าสู่สภาอีกครั้งในรอบ 12 ปีว่ารู้สึกตื่นเต้น และในสถานที่รัฐสภาแห่งนี้ยังเดินลงไม่คุ้นชิน.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...