โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"ทรัมป์" เผยโทรศัพท์คุย 'ปูติน' หารือวิกฤตตะวันออกกลาง ด้าน 'อิหร่าน' ประกาศอาจระงับส่งออกน้ำมันสู่พันธมิตรสหรัฐฯ–อิสราเอล

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ทรัมป์" เผยโทรศัพท์คุย 'ปูติน' หารือวิกฤตตะวันออกกลาง ด้าน 'อิหร่าน' ประกาศอาจระงับส่งออกน้ำมันสู่พันธมิตรสหรัฐฯ–อิสราเอล พร้อมเหตุโจมตีโรงเรียนหญิงในอิหร่านคร่าเด็กกว่า 160 ชีวิตยิ่งตึงเครียด

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวที่เมืองโดรัล รัฐฟลอริดา ว่า เขาได้โทรศัพท์พูดคุยกับ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียแล้ว และเป็นการพูดคุยที่ยอดเยี่ยมมาก โดยผู้นำรัสเซีย “อยากจะให้ความช่วยเหลือ” เรื่องสถานการณ์ในตะวันออกกลาง นี่นับเป็นครั้งแรกที่ผู้นำทั้งสองต่อสายโทรศัพท์คุยกันนับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 28 ก.พ. โดยนายทรัมป์กล่าวว่า เขาได้หารือเรื่องสงครามในตะวันออกกลางที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น และปูติน “อยากจะช่วย”

“ผมบอกไปว่า คุณจะช่วยได้มากกว่านี้ถ้าทำให้สงครามยูเครน-รัสเซียจบสิ้นลงเสียที” ทรัมป์กล่าว และย้ำว่า “นั่นจะเป็นการช่วยที่มีประโยชน์มากกว่า” โดยนายทรัมป์บอกด้วยว่า เรื่องยูเครนเป็นการต่อสู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด แต่เขาก็คิดว่า “มันเป็นการพูดคุยเชิงบวกในหัวข้อนั้น”

ด้านนาย ยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษารัฐบาลเครมลินของรัสเซีย ยืนยันว่า นายปูตินกับนายทรัมป์ได้ต่อสายโทรศัพท์คุยกันนานประมาณ 1 ชั่วโมง โดยที่สหรัฐฯ เป็นฝ่ายติดต่อมาเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างประเทศล่าสุด

นายอูชาคอฟบอกว่า บทสนทนาเน้นหนักไปที่ความขัดแย้งในอิหร่าน และการเจรจาสามฝ่ายระหว่างมอสโก วอชิงตัน และเคียฟ เพื่อมุ่งหวังที่จะยุติความขัดแย้งในยูเครน โดยการพูดคุยของผู้นำทั้งสองเป็นไปในลักษณะ “จริงจัง เปิดเผย และสร้างสรรค์” พร้อมเสริมว่าผู้นำทั้งสองได้แสดงความพร้อมที่จะติดต่อสื่อสารกันอย่างสม่ำเสมอต่อไป

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันว่าวอชิงตันมีความสนใจที่จะเห็นการสู้รบระหว่างมอสโกและเคียฟยุติลง และต้องการบรรลุข้อตกลงระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในยูเครน ซึ่งทางด้านปูตินได้กล่าวขอบคุณทรัมป์สำหรับความพยายามอย่างต่อเนื่องของคณะบริหารในการทำหน้าที่เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย

นอกจากนี้ ปูตินยังได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ในอิหร่าน และเล่าให้ทรัมป์ฟังเกี่ยวกับการหารือของเขากับเหล่าผู้นำในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงประธานาธิบดี มาซูด เปเซซเคียน ของอิหร่าน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ในขณะที่ทรัมป์เองก็ได้แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ดังกล่าวเช่นกัน โดยอูชาคอฟกล่าวสรุปว่าทั้งคู่มีการหารือในประเด็นนี้อย่าง “ลึกซึ้งและมีเนื้อหาสาระสำคัญ”

อิหร่านประกาศอาจระงับส่งออกน้ำมันสู่พันธมิตรสหรัฐฯ–อิสราเอล ท่ามกลางสงครามตะวันออกกลางที่ลุกลามและกระทบเส้นทางพลังงานโลก

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) แถลงย้ำจุดยืนแข็งกร้าว เตรียมระงับการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลางไปยังประเทศพันธมิตรของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ตราบใดที่ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านยังคงดำเนินอยู่ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ขยายตัวและกระทบต่อเส้นทางพลังงานสำคัญของโลก

อาลี โมฮัมหมัด นาอินี โฆษก IRGC เปิดเผยผ่านสำนักข่าวทัสนิมว่า กองทัพอิหร่านจะไม่อนุญาตให้มีการส่งออกน้ำมันแม้แต่ลิตรเดียวจากภูมิภาคนี้ไปยังฝ่ายศัตรูและพันธมิตร จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง พร้อมระบุว่าความพยายามของสหรัฐฯ ในการควบคุมราคาน้ำมันจะไม่เกิดผล เนื่องจากในภาวะสงคราม การค้าต้องขึ้นอยู่กับความมั่นคงเป็นหลัก

นอกจากนี้ IRGC ยังเสนอเงื่อนไขต่อประเทศในอาหรับและยุโรป โดยระบุว่าประเทศใดที่ตัดสินใจขับไล่เอกอัครราชทูตของสหรัฐฯ และอิสราเอลออกจากดินแดนของตน จะได้รับสิทธิ์ในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างอิสระตั้งแต่วันถัดไป

ความตึงเครียดในภูมิภาคปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต และนำไปสู่การขยายตัวของสงครามในตะวันออกกลาง เหตุการณ์ดังกล่าวยังทำให้การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบราว 20% ของโลก ต้องหยุดชะงักอย่างหนัก จากการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันหลายครั้ง

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาเตือนว่า หากอิหร่านขัดขวางการไหลเวียนของน้ำมันในภูมิภาค สหรัฐฯ จะตอบโต้กลับอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิมถึง 20 เท่า พร้อมคาดการณ์ว่าสงครามอาจสิ้นสุดเร็วกว่ากรอบเวลา 4 สัปดาห์ที่เขาประเมินไว้ แม้ยังไม่มีคำจำกัดความที่ชัดเจนของคำว่า “ชัยชนะ” ขณะที่อิสราเอลยืนยันว่ามีเป้าหมายโค่นล้มระบอบการปกครองโดยนักการศาสนาของอิหร่าน

ในอีกด้านหนึ่ง อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ PBS ของสหรัฐฯ ว่า อิหร่านไม่มีแผนจะกลับไปเจรจากับสหรัฐฯ อีก เนื่องจากประสบการณ์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าการเจรจา 3 รอบก่อนหน้านี้มีความคืบหน้าอย่างมาก แต่สุดท้ายสหรัฐฯ กลับตัดสินใจเปิดฉากโจมตี

สำหรับผลกระทบด้านพลังงาน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ผันผวนอย่างรุนแรง โดยพุ่งขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่การรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 ก่อนจะปรับตัวลดลงกว่า 10% ในวันที่ 10 มีนาคม หลังจากทรัมป์ส่งสัญญาณว่าอาจพิจารณายกเว้นการคว่ำบาตรน้ำมันแก่บางประเทศ ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่าอาจรวมถึงการผ่อนปรนให้น้ำมันจากรัสเซีย เพื่อบรรเทาภาวะขาดแคลนพลังงานของโลก

ขณะเดียวกัน เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติเปิดเผยว่า นับตั้งแต่การโจมตีทางอากาศโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มต้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ มีพลเรือนชาวอิหร่านเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1,332 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก

เหตุโจมตีโรงเรียนหญิงในอิหร่านคร่าเด็กกว่า 160 ชีวิตยิ่งตึงเครียด

จากกรณีการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลที่โรงเรียนหญิงล้วน ในเมืองมินาบ จังหวัดโฮรมุซกอน ของอิหร่าน ส่งผลให้มีเด็กนักเรียนเสียชีวิตกว่า 160 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า ขอยืนยันอีกครั้งว่าเป็นอิหร่าน หรือประเทศอื่นที่โจมตีโรงเรียนหญิงล้วนดังกล่าว หลังจากที่ปรากฎภาพหลักฐานใหม่ว่า ขีปนาวุธที่ใช้ในการโจมตีพื้นที่ใกล้ โรงเรียนประถมชาจาเรห์ ตัยยิบา เป็น 'โทมาฮอว์ก' ซึ่งสหรัฐฯ มียู่ในครอบครอง ส่วนอิสราเอลไม่มี และเขาอ้างว่า "หลายประเทศก็ครอบครองขีปนาวุธโทมาฮอว์กกันทั่วไป"

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวอีกว่า ผมจะบอกว่าโทมาฮอว์ก เป็นหนึ่งในอาวุธที่ทรงพลังที่สุด ถูกขายและใช้งานโดยประเทศอื่นๆ คุณก็รู้ ไม่ว่าจะเป็นอิหร่าน ซึ่งก็มีโทมาฮอว์กอยู่บ้าง พวกเขาอยากได้มากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นอิหร่านหรือประเทศอื่นๆ โทมาฮอว์กเป็นอาวุธทั่วไปมาก เมื่อนักข่าวได้ถามย้ำว่า ทำไมเขาถึงเป็นสมาชิกเพียงคนเดียวในคณะบริหารที่กล่าวโทษอิหร่าน 'ทรัมป์' ก็ได้บอกว่า เพราะผมไม่รู้เรื่องนี้มากพอ ผมคิดว่าผมได้รับแจ้งว่าเรื่องนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ขีปนาวุธโทมาฮอว์กนั้นถูกใช้โดยประเทศอื่นๆ ด้วย อย่างที่คุณรู้ ประเทศอื่นๆ อีกมากมายมีขีปนาวุธโทมาฮอว์ก พวกเขาซื้อจากเรา แต่ผมจะยอมรับผลรายงานตามที่ออกมาอย่างแน่นอน จากสิ่งที่ผมเห็น นั่นเป็นการกระทำของอิหร่าน

ส่วนทางพีท เฮกเซธ รมต. กระทรวงสงครามสหรัฐฯ ซึ่งยืนอยู่ข้างๆ กล่าวไม่ต่างจากเดิมว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนบอกตรงกันว่าโทมาฮอว์ก ไม่ใช่อาวุธทั่วไป โดยมีสหรัฐฯ อังกฤษ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ครอบครองอยู่ แต่ไม่มีหลักฐานใดบ่งชี้ว่าอิหร่านได้ครอบครองขีปนาวุธร่อนดังกล่าวหรือไม่

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...