“หมอวรงค์” รายงานตัว สส. ประกาศนำไทยภักดีเป็นฝ่ายค้านผู้รักชาติ เดินหน้าปราบทุจริตเต็มที่
"หมอวรงค์" รายงานตัว สส. ลั่นนำไทยภักดีเป็น "ฝ่ายค้านผู้รักชาติ" เน้นปราบทุจริต
วันที่ 10 มี.ค.69 เวลา 10.06 น. ที่บริเวณโถงชั้น B1 อาคารรัฐสภา นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้เดินทางเข้ารายงานตัวเป็น สส. ชุดที่ 27 ต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยนายแพทย์วรงค์เปิดเผยถึงทิศทางการทำงานทางการเมืองของพรรคหลังจากที่ใช้เวลาไตร่ตรองมานานกว่า 1 เดือน โดยยืนยันว่าแม้พรรคไทยภักดีจะได้รับเลือกเข้ามาเพียง 1 เสียง แต่ก็เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากเนื่องจากมีความคาดหวังจากทั้งฝั่งที่อยากให้ร่วมรัฐบาลที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นแกนนำ และฝั่งที่อยากให้ทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตในสภาฯ
ซึ่งจากการวิเคราะห์ถึงประโยชน์สูงสุดของส่วนรวม นายแพทย์วรงค์ได้บทสรุปว่าจะขอทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านเพื่อความคล่องตัวในการทำงาน เนื่องจากมองว่าการเป็นรัฐบาลด้วยเสียงเพียง 1 เสียงจะมีข้อจำกัดในการผลักดันงาน แต่การเป็นฝ่ายตรวจสอบสามารถใช้เพียง "ความจริง" ในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติได้โดยไม่ต้องพึ่งพาจำนวนเสียงสนับสนุน
"ผมตัดสินใจยากลำบากมากเนื่องจากมีพี่น้องและ FC จำนวนไม่น้อยที่อยากให้เราไปเป็นฝ่ายรัฐบาล และเห็นว่าทางคุณอนุทินได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ขณะเดียวกันก็มี FC อีกส่วนที่อยากเห็นผมเข้าไปทำหน้าที่ปราบทุจริตผ่านรัฐสภา ผมใช้เวลาตัดสินใจและวิเคราะห์บวกลบถึงประโยชน์ที่ประเทศชาติจะได้รับในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จนได้บทสรุปว่า 1 เสียงถ้าไปร่วมรัฐบาลผมอาจทำงานได้ไม่เต็มที่เพราะมีข้อจำกัดด้านเสียงสนับสนุน แต่การทำหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบเราใช้แค่ความจริงก็นำเสนอต่อประชาชนเพื่อปกป้องประโยชน์ชาติได้ ผมจึงขอทำหน้าที่ฝ่ายค้านแต่จะเป็นฝ่ายค้านผู้รักชาติ หรือ Patriotic Opposition อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อชาติเราจะไม่ค้านไปเรื่อย แต่ถ้ามีหลักฐานการทุจริตประพฤติมิชอบเมื่อไหร่ เราเจอกันแน่นอนในสภา"
ทั้งนี้นายแพทย์วรงค์ย้ำว่าการไม่เข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคเพื่อไทยไม่มีส่วนในการตัดสินใจ และที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีการประสานงานจากทางพรรคภูมิใจไทยหรือนายอนุทินโดยตรง แต่เป็นการวิเคราะห์ด้วยตัวเองว่าสถานะฝ่ายค้านจะสร้างประโยชน์ให้บ้านเมืองได้มากกว่า
สำหรับบทบาทหลังจากนี้จะเน้นการตรวจสอบที่มีหลักฐานชัดเจน ไม่เน้นการสร้างกระแสหรือทำเพียงเพื่อเป็นข่าว และทุกอย่างต้องไปจบที่กระบวนการของ ป.ป.ช. หรือศาล ในส่วนของจุดยืนการโหวตเลือกประธานสภาหรือนายกรัฐมนตรีนั้น ตามมารยาทของฝ่ายค้านคงไม่โหวตสนับสนุนซีกรัฐบาล ยกเว้นในเรื่องสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองที่พร้อมจะสนับสนุนนายกรัฐมนตรี
ขณะที่การทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอื่น ๆ เช่น พรรคประชาชน จะเป็นการร่วมมือกันแบบหลวม ๆ ไม่จำเป็นต้องมีมติร่วมกันทุกเรื่องเหมือนฝ่ายรัฐบาล เพราะแต่ละพรรคมีมุมมองและการทำงานที่เป็นอิสระต่อกัน โดยนายแพทย์วรงค์กล่าวทิ้งท้ายว่ารู้สึกตื่นเต้นที่ได้กลับเข้ามาทำหน้าที่อีกครั้งในรอบ 12 ปี และยืนยันความพร้อมในการทำงานอย่างเข้มแข็งเพื่อประชาชนตามที่รอคอยมานาน
#หมอวรงค์ #ไทยภักดี #ฝ่ายค้าน #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #สภาผู้แทนราษฎร #ปราบทุจริต #การเมืองวันนี้ #ฝ่ายค้านผู้รักชาติ #ThailandPolitics #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline