“ทรัมป์” ขู่ห้ามเปิดสะพานใหม่สหรัฐ-แคนาดา กดดันข้อพิพาทภาษี
"ทรัมป์" ขู่ระงับการเปิดใช้งานสะพาน Gordie Howe International Bridge ที่เชื่อมดีทรอยต์-วินด์เซอร์ 4.7 พันล้านดอลลาร์ เพื่อกดดันแคนาดาในประเด็นการค้าและภาษี
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07.31 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ขู่เมื่อวันจันทร์ว่าอาจสั่งระงับการเปิดใช้งานสะพานมูลค่า 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เชื่อมระหว่างเมือง Detroit กับเมือง Windsor ของแคนาดา นับเป็นการยกระดับแรงกดดันต่อแคนาดาล่าสุดในประเด็นข้อพิพาททางการค้า
ทรัมป์อ้างเหตุผลหลายประการ ทั้งกรณีที่แคนาดาเป็นเจ้าของสะพาน Gordie Howe International Bridge, การที่ร้านค้าในแคนาดาบางแห่งไม่วางจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากสหรัฐ มาตรการภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์นมของแคนาดา รวมถึงการที่ออตตาวาเดินหน้าเจรจาการค้ากับจีน
สะพานดังกล่าวได้รับเงินทุนจากรัฐบาลแคนาดา หลังจากสหรัฐปฏิเสธที่จะร่วมออกค่าใช้จ่าย และมีกำหนดเปิดใช้งานภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยต้นทุนจะชดเชยผ่านการเก็บค่าผ่านทางตลอดระยะเวลา 30 ปี
ทรัมป์โพสต์บนโซเชียลมีเดีย ว่า เขาจะไม่อนุญาตให้สะพานเปิดจนกว่าสหรัฐจะได้รับการชดเชยอย่างเต็มที่ และจนกว่าแคนาดาจะปฏิบัติต่อสหรัฐด้วยความเป็นธรรมและความเคารพ พร้อมระบุว่า สหรัฐควรถือครองกรรมสิทธิ์ในโครงสร้างพื้นฐานแห่งนี้อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง
ย้อนกลับไปในปี 2553 อดีตผู้ว่าการรัฐมิชิแกน ริก สไนเดอร์ ตอบรับข้อเสนอจากรัฐบาลแคนาดาให้เป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายหลัก และใช้อำนาจฝ่ายบริหารข้ามขั้นตอนสภานิติบัญญัติ ก่อนเริ่มก่อสร้างในปี 2562 ซึ่งปัจจุบันโครงการใกล้แล้วเสร็จ
ขณะเดียวกันกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 30 มกราคม รับรองให้สะพานแห่งนี้เป็นจุดผ่านแดนอย่างเป็นทางการ พร้อมระบุว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางปีละ 12.7 ล้านดอลลาร์ จากการลดความแออัดและระยะเวลาเดินทาง
นักการเมืองท้องถิ่นในรัฐมิชิแกนออกมาคัดค้านท่าทีของทรัมป์ โดย โฆษกของผู้ว่าการรัฐ Gretchen Whitmer ระบุว่าแคนาดาเป็นผู้จัดหาเงินทุนก่อสร้าง และสะพานจะเปิดใช้งานภายใต้ข้อตกลงการเป็นเจ้าของร่วมกับรัฐมิชิแกนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
Elissa Slotkin วุฒิสมาชิก เตือนว่า การยกเลิกโครงการจะส่งผลกระทบร้ายแรง ทั้งต้นทุนธุรกิจที่สูงขึ้น ห่วงโซ่อุปทานที่เปราะบาง และการจ้างงานที่ลดลง ขณะที่ ส.ส. Debbie Dingell ชี้ว่าทรัมป์เคยสนับสนุนโครงการนี้ในปี 2560 และย้ำว่าแคนาดาเป็นมิตรและพันธมิตรของสหรัฐ
ข้อมูลระบุว่า ในปี 2566 ดีทรอยต์เป็นท่าเรือขนส่งสินค้าทางบกที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับสองของสหรัฐ และสูงสุดตามแนวชายแดนสหรัฐฯ-แคนาดา โดยรองรับการค้าผ่านรถบรรทุกมูลค่า 1.26 แสนล้านดอลลาร์ สะพานแห่งใหม่นี้จะช่วยลดเวลาข้ามแดนได้ราว 20 นาที และประหยัดต้นทุนให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกกว่า 2.3 พันล้านดอลลาร์ตลอด 30 ปี ตามการศึกษาของมหาวิทยาลัยวินด์เซอร์
ในสมัยดำรงตำแหน่งวาระที่สอง ทรัมป์ใช้ท่าทีแข็งกร้าวต่อแคนาดาอย่างต่อเนื่อง พร้อมขึ้นภาษีนำเข้าอย่างมาก และเคยขู่เรียกเก็บภาษี 100% หากแคนาดาเดินหน้าข้อตกลงการค้ากับจีนนอกจากนี้ยังเคยขู่ระงับการรับรองเครื่องบินธุรกิจของบริษัทแคนาดา Bombardier และขู่เก็บภาษีนำเข้าเครื่องบินจากแคนาดาสูงถึง 50% แม้จนถึงขณะนี้ยังไม่มีมาตรการใดถูกนำมาใช้จริง
อ้างอิง : www.reuters.com