โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สัปเหร่อเผยพิรุธ ก่อนเผาพลทหารเพชรรัตน์-เจอช้อน ญาติยังติดใจตอนชันสูตรไม่แจ้ง บอกแค่ให้ไปรับศพ

Khaosod

อัพเดต 22 ก.พ. เวลา 09.32 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. เวลา 09.32 น.
สัปเหร่อเผยพิรุธ ก่อนเผาพลทหารเพชรรัตน์-เจอช้อน ญาติยังติดใจตอนชันสูตรไม่แจ้ง บอกแค่ให้ไปรับศพ

สัปเหร่อเผยพิรุธ ก่อนเผาพลทหารเพชรรัตน์-เจอช้อน ญาติยังติดใจตอนชันสูตรไม่แจ้ง บอกแค่ให้ไปรับศพ เผยคนตายไม่เคยมีปัญหาสุขภาพ

จากกรณีพลทหาร เพชรัตน์ กำลังยิ่ง อายุ 22 ปี สังกัดกรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายพรหมโยธี จ.ปราจีนบุรี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 พ.ย.2568 ที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ และโรงพยาบาลส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ก่อนญาตินำมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดสามัคคีสโมสร (วัดหนองจิก) ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และทำการฌาปนกิจวันที่ 15 พ.ย.68

วันรุ่งขึ้นวันที่ 16 พ.ย. 68 ญาติเก็บกระดูก พบมีช้อนสั้นปนอยู่ในกองกระดูก ญาติสงสัยและติดใจการเสียชีวิต จึงติดต่อขอทราบรายละเอียดจากต้นสังกัด ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ จึงร้องเรียนกับผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เพื่อทวงความยุติธรรมให้ผู้เสียชีวิต ตามที่เคยเสนอข่าวไปนั้น

เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี เดินทางไปที่วัดสามัคคีสโมสร (วัดหนองจิก) หมู่ 12 ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พบกับญาติของผู้เสียชีวิตและสัปเหร่อ

นายสิทธิพร อายุ 39 ปี สัปเหร่อที่เผาศพ พาผู้สื่อข่าวไปดูบริเวณเมรุใช้เผาร่าง พลทหาร เพชรัตน์ กำลังยิ่ง พอรุ่งเช้าในช่วงพิธีเก็บกระดูกก็พบช้อนอยู่บริเวณด้านในเมรุที่เผาศพ

นายสิทธิพร กล่าวว่า ก่อนเผาศพเราจะเอาสำลีออกเอาไม้ของดอกไม้จันทน์เขี่ยสำลี แต่ก็ไปโดนของแข็ง มือเราล้วงไม่ได้ ซึ่งอยู่ลึกมากระหว่างคอ เวลาเผาเราไม่ได้พลิกศพ เพราะเป็นเตาไฟฟ้า

นายสิทธิพร กล่าวว่า ซึ่งทำพิธีเผาช่วงเวลาบ่าย 3 โมงครึ่ง ตนตรวจตามร่างกายตามกระเป๋าก็ไม่มีช้อน คนตายใส่ชุดเครื่องแบบในกระเป๋ากางเกงก็ไม่มี ก่อนเผาตนจะต้องตรวจทุกครั้ง เผื่อมีทรัพย์สินเราก็ต้องคืนญาติ ในปากใส่สำลีมาเยอะเอามือล้วงไม่ถึง เลยเอาไม้ของดอกไม้จันทน์ไปแคะ เพื่อดึงสาลีออก แคะลงไปก็เจอของแข็ง อยู่บริเวณใต้คอลงไป เราก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร

"เคสแบบนี้ไม่เคยมี เพิ่งจะเจอเคสแรก ผมคิดเองคนเดียวว่าพรุ่งนี้ต้องเจออะไรแน่ ตอนเช้าจะมาเก็บกระดูกก็เห็นช้อนอยู่ ก็บอกว่าช้อนไปอยู่ได้อย่างไร" สัปเหร่อเปิดใจ

นายก้องภพ อายุ 45 ปี อาเขยผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เริ่มสงสัยและติดใจตั้งแต่วันเกิดเหตุว่า เขาตายเพราะอะไรด้วยโรคประจำตัว หรือถูกทำร้ายร่างกาย ด้วยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ของโรงพยาบาล ในการชันสูตรระบุว่าเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว คือ กล้ามเนื้อหัวใจโตผิดปกติ

อยากจะทราบว่าโรคนี้มีปัจจัยอะไรที่ทำให้เสียชีวิตได้ เราไม่ทราบว่าหลานเป็นอยู่ก่อนหรือไม่ เราแค่สงสัย ที่ถูกลงโทษก็เนื่องจากการกลับเข้าค่ายช้า และมีการเขียนในเอกสารไว้ว่า ถ้ามีกรณีนี้เกิดขึ้นอีก ยินดีที่จะให้ถูกนำขัง แต่รายละเอียดว่าเขาผิดอะไรบ้าง โทษควรจะแค่ไหน เราไม่ทราบรายละเอียด

นายก้องภพ กล่าวว่า ส่วนที่จะโดนครูฝึกลงโทษหรือไม่นั้น เราก็ไม่ทราบ เห็นแต่เขาบ่นว่าปวดหลังปวดเมื่อย เราทราบการเสียชีวิตตอนประมาณ 6 โมงกว่าเกือบทุ่ม โรงพยาบาลโทรมาแจ้ง เราก็ถามกลับไปว่าทำไมไม่โทรแจ้งเรา ผมก็ติดใจ

"ความรู้สึกมันเป็นความรู้สึกแต่วันแรก เราไม่มีหลักฐาน และสุขภาพร่างกายเขาแข็งแรง ผมไม่เคยเห็นเขาเข้าโรงพยาบาลเลย ตั้งแต่รู้จักเขามาตั้งแต่เล็ก อย่างกล้ามเนื้อหัวใจโตมันทำให้เสียชีวิตได้ใช่ไหมที่ทำให้คนๆ หนึ่งเสียชีวิต ปัจจัยอะไรที่ทำให้พลทหารคนหนึ่งหนีทหาร อีกคนหนึ่งกลับเข้าค่ายช้า ปกติการชันสูตรต้องแจ้งญาติและผู้เกี่ยวข้องเข้าไปสังเกตการณ์ ทางเราได้รับแจ้งให้ไปรับศพทีเดียว" นายก้องภพกล่าว

"เราไม่มีหลักฐานตอนที่อยู่ในโลง ผมถามก่อนว่าช้อนมาจากไหน ถ้ามาจากค่าย ช้อนสั้นในค่ายทหารใช้ในช่วงไหน ขั้นตอนไหน เวลาใด ถ้าใช้ได้แสดงว่าอยู่กับตัวเขาใช่ไหม ทำไมไม่เจอ ขณะที่เราเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขา จากที่ผมสอบถามครั้งสุดท้ายว่าไม่มี แต่ก็ยังไม่ฟันธง"

นายก้องภพ กล่าวว่า หลังจากเผาศพแล้ว เราก็มาเจอช้อน ทำให้ตนย้อนความรู้สึกทั้งหมดที่เราปล่อยไปแล้วกลับมา ผมถามว่าช้อนเกี่ยวข้องกับการเผาศพอย่างไร ผมขอให้ชี้แจงรายละเอียดความเป็นธรรม ขอให้ชี้แจงในรายละเอียดในข้อสงสัยที่ญาติญาติติดใจ เป็นข้อๆ อธิบายถึงขั้นตอนอันนี้ก็เป็นขั้นตอนนานแล้ว ก็ให้เป็นคำตอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นคนชี้แจง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สัปเหร่อเผยพิรุธ ก่อนเผาพลทหารเพชรรัตน์-เจอช้อน ญาติยังติดใจตอนชันสูตรไม่แจ้ง บอกแค่ให้ไปรับศพ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...