โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดอลลาร์อ่อนค่า ดัน “เงินเอเชีย” แข็งค่า หลังคาดสหรัฐร่วมญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงิน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 10.14 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 03.14 น.

"ดอลลาร์" อ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน หลังตลาดคาดว่าสหรัฐอาจช่วยญี่ปุ่นพยุงค่าเงินเยน หนุนเงินเอเชียแข็งค่า ขณะที่ทองคำทะลุ 5,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรก

วันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักเกือบทั้งหมด หลังการเคลื่อนไหวของ Federal Reserve Bank of New York เมื่อวันศุกร์ จุดกระแสคาดการณ์ว่าสหรัฐอาจให้ความร่วมมือกับญี่ปุ่นในการแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อพยุงค่าเงินเยน ส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากดอลลาร์และสินทรัพย์สหรัฐ ขณะที่ทองคำพุ่งทะลุระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรก ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลง และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ อ่อนแรง

ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ของบลูมเบิร์กร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน ขณะที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นสูงสุดราว 1% มาอยู่ที่ระดับประมาณ 154.22 เยนต่อดอลลาร์ หลัง อัตสึชิ มิมูระ ผู้ดูแลนโยบายค่าเงินของญี่ปุ่น ระบุว่าทางการโตเกียวจะรับมือความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด และประสานงานกับฝ่ายสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด สอดคล้องกับคำเตือนก่อนหน้านี้ของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่ย้ำว่ารัฐบาลพร้อมดำเนินมาตรการหากตลาดเคลื่อนไหวผิดปกติจากการเก็งกำไร

แรงกดดันต่อดอลลาร์ยังสะท้อนผ่านตลาดหุ้น โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&P 500 Index ปรับตัวลง 0.2% สะท้อนความต้องการสินทรัพย์สหรัฐที่อ่อนแรงลง ท่ามกลางความกังวลเรื่องความเสี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐอีกครั้ง รวมถึงท่าทีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาสูงถึง 100%

นักลงทุนจำนวนมากมองว่าการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับค่าเงินเยนของธนาคารกลางสหรัฐสาขานิวยอร์ก เป็นสัญญาณว่าทางการสหรัฐอาจเตรียมพร้อมเข้าร่วมการแทรกแซงค่าเงินโดยตรง ซึ่งจะเป็นการส่งสัญญาณเชิงนโยบายว่ารัฐบาลวอชิงตันยอมรับการอ่อนค่าของดอลลาร์มากขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ความตึงเครียดทางการค้ากับยุโรป และแรงกดดันต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ

แดเนียล เบซา รองประธานอาวุโสของ Frontclear ระบุว่า สาระสำคัญของตลาดไม่ได้อยู่ที่การแทรกแซงเพียงอย่างเดียว แต่คือการประสานนโยบาย หากตลาดมองว่าสหรัฐพร้อมปล่อยให้สภาพคล่องดอลลาร์ผ่อนคลายลง โดยเฉพาะเมื่อประกอบกับท่าทีเชิงผ่อนคลายของเฟด ก็อาจยิ่งตอกย้ำแรงกดดันด้านขาลงของเงินดอลลาร์ในระยะสั้น

ความสนใจของตลาดกลับมาโฟกัสที่ญี่ปุ่นและค่าเงินอีกครั้ง หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) ปรับตัวขึ้นแรงในสัปดาห์ก่อน จนสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดตราสารหนี้ทั่วโลก โดยนักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายของเฟดในสัปดาห์นี้ รวมถึงผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft และ Tesla

การอ่อนค่าของดอลลาร์ส่งผลโดยตรงต่อสกุลเงินเอเชีย โดยค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 ที่ราว 1.2684 ต่อดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.3% ท่ามกลางกระแสเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย และความคาดหมายว่า Monetary Authority of Singapore จะคงกรอบนโยบายค่าเงินในการประชุมสัปดาห์นี้ เนื่องจากเงินเฟ้อพื้นฐานยังทรงตัว โดยสิงคโปร์ใช้นโยบายกำหนดกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินแทนการใช้อัตราดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือหลัก

นักลงทุนยังมองสิงคโปร์เป็นแหล่งพักเงินที่มีเสถียรภาพ จากตลาดหุ้นที่เน้นหุ้นปันผล พันธบัตรอันดับความน่าเชื่อถือระดับ AAA และนโยบายภาครัฐที่คาดการณ์ได้ โดยดัชนี Straits Times Index ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่าราว 6% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

ในตลาดเอเชีย ค่าเงินวอนเกาหลีใต้แข็งค่าขึ้นโดดเด่น โดยปรับตัวขึ้นสูงสุดราว 1.2–1.4% มาอยู่ที่ระดับประมาณ 1,443.25 วอนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่าสองสัปดาห์ และมีโอกาสแข็งค่าขึ้นไปแตะระดับ 1,400 ต่อดอลลาร์ในไตรมาสแรก ตามการประเมินของ Woori Bank

ขณะเดียวกัน ค่าเงินริงกิตของมาเลเซียแข็งค่าขึ้นกว่า 0.8% มาอยู่ที่ระดับราว 3.9750 ต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 7 ปี จากความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการเติบโตภายในประเทศ การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว และบทบาทที่เพิ่มขึ้นของมาเลเซียในห่วงโซ่อุปทานด้านปัญญาประดิษฐ์และดาต้าเซ็นเตอร์ โดยนักลงทุนอย่าง T. Rowe Price มองว่าเงินริงกิตเป็นสกุลเงินที่น่าสนใจที่สุดในกลุ่มตลาดเกิดใหม่เอเชีย

ฝั่งตลาดทุน ดัชนี MSCI Emerging Market Index ปรับตัวขึ้นสูงสุดราว 0.7% จากแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยี เช่น Samsung Electronics และ MediaTek ขณะที่ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ลดลงมาอยู่ที่ราว 4.21%

นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า สัญญาณสนับสนุนค่าเงินเยนจากสหรัฐอาจจุดประเด็นการแทรกแซงค่าเงินแบบประสานงานอีกครั้ง ซึ่งอาจเป็นกลไกกดค่าเงินดอลลาร์ลง เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกสหรัฐ เมื่อเทียบกับจีนและญี่ปุ่น โดยแกเร็ธ เบอร์รี จาก Macquarie Bank ระบุว่า หากธนาคารกลางสหรัฐฯ เข้าร่วมจริง จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อเงินเยน และอาจสะท้อนว่ารัฐบาลทรัมป์ต้องการเห็นดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงโดยรวม

ขณะเดียวกันทองคำยังคงพุ่งแรงต่อเนื่อง ทะลุระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรก จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายโลก ขณะที่ราคาเงิน (Silver) ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปก่อนหน้านี้แล้ว สะท้อนการหลบภัยของนักลงทุนจากพันธบัตรและสกุลเงินหลักทั่วโลก

อ้างอิง : bloomberg.com, bloomberg.com, bloomberg.com, bloomberg.com

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...