โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รทสช.โวยการเมืองยุคใหม่ไม่มีจริง ส้มไม่แคร์ กกต.แจกของวันเด็กหวังคะแนนเสียง โทษถึงคุก-ถอดสิทธิ 20 ปี

VoiceTV

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 16.53 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 13.29 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

วันนี้ (26 มกราคม 2569) เวลา 13.30 น. ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศูนย์ราชการ ผู้สมัครพรรครวมไทยสร้างชาติบุก กกต.ร้อง พรรคส้ม พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ เขต16 คลองสามวา กทม.ไม่สน พรป.เลือกตั้ง ขึ้นเวทีแจกทั้งของ ทั้งปราศรัยหาเสียงชนิด “โนแคร์..กกต.” ที่ประกาศชัดวันเด็ก เป็นวันต้องห้ามด้าน 'อัฎฐพล' บอกไม่ขอทน ไม่สมกับการเมืองยุคใหม่เอาเปรียบทุกเม็ด ชี้ 'มีเรา..ไม่มีเทาไม่มีจริง แต่มีโกง..มีจริง' จี้กกต.เอาผิดให้เป็นเยี่ยงอย่าง อาจถึงขั้นติดคุกและเพิกถอนสิทธิ์ 20ปี

ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร กกต.กทม. ได้รับรับเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษผู้สมัคร พรรคประชาชน นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ หมายเลข 10 ในเขตเลือกตั้งที่ 16 เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร จาก นายอัฎฐพล สิทธิชัยอารีกิจ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง เขตเดียวกัน หมายเลข 5 พรรครวมไทยสร้างชาติ โดยนายอัฎฐพล เปิดเผยว่าตนมายื่นคำร้องให้ ดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายตาม:มาตรา 73 (1)(2) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ(พรป.)ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ที่ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดให้หรือสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนแก่ตนเองหรือพรรคการเมือง

โดย นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เขตคลองสามวา กทม. กับพวกซึ่งเป็นผู้ช่วยหาเสียงได้ร่วมกันกระทำการผิดกฎหมาย โดยเข้าแจกของทรัพย์สินอันมีค่าให้กับประชาชน ในวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569 เวลาประมาณ 09.00-11.00 น. ขณะที่มีการบังคับใช้ พรป.เลือกตั้ง ในงานวันเด็กแห่งชาติ ของชุมชมหมู่บ้านอาลักษณ์ ตั้งอยู่ที่ ซอยคู้บอน 30 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. อันเป็นแขวงที่มี นางสาวพิมพ์กาญจน์ และผู้สมัคร อีก 13 คน เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในแขวงนี้ ซึ่งประชาชนผู้มีสิทธิลงคะแนนในหมู่บ้านดังกล่าวย่อมมีสิทธิในการลงคะแนนให้ นางสาวพิมพ์กาญ ตามการจูงใจที่กระทำการผิดกฎหมายดังกล่าว อีกทั้งทราบเป็นการทั่วไปของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขต 16 กทม.ว่านางสาวพิมพ์กาญจน์ เป็นผู้สมัครหมายเลข 10 สังกัด “พรรคประชาชน”

ในวันดังกล่าว นางสาวพิมพ์กาญจน์ ได้แจกจักรยาน และแจกสิ่งของที่มีมูลค่า ให้กับประชาชนหน้าเวที และยังกล่าวปราศรัยกับผู้มาร่วมงาน และชูมือแสดงสัญญาลักษณ์ หมายเลข 10 ของตนเองซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายตามมาตรา 73(1)(2)ของ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง เป็นการจงใจฝ่าฝืนโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายและคำเตือนตามบทบัญญัติของกฎหมายในห้วงที่มีการบังคับใช้ พรป.เลือกตั้ง

“พบเจตนาพิเศษ ทำเนียนไม่ใส่เสื้อเบอร์ แต่เสื้อ ส้ม จ๋า…”

นายอัฎฐพล กล่าวต่อไปว่า การที่นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ กับพวก เลี่ยงที่จะไม่ใส่เสื้อมีเบอร์ ผู้สมัคร แต่กลับจงใส่เสื้อ “สีส้ม”มาแจกของในงาน แม้ไม่มีหมายเลข และชื่อผู้สมัครหรือชื่อพรรคก็เป็นเพียงเจตนาพิเศษ ที่จะหลีกเลี่ยงข้อกฎหมายข้างต้น แต่ข้อเท็จจริงนางสาวพิมพ์กาญจน์ มีวัตถุประสงค์เพื่อการหาเสียง หรือ จูงใจสร้างคะแนนนิยมให้กับตนเอง อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา73(1)(2) ข้างต้นอย่างชัดเจน และเป็นที่รู้ทั่วกันว่า นางสาวพิมพ์กาญจน์ เป็นผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน หมายเลข 10 ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่ดังกล่าว และได้มีการลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่ดังกล่าวมาโดยตลอด

นางสาวพิมพ์กาญจน์ มีเจตนาพิเศษ หวังเพียงเพื่อคะแนนเสียงโดยไม่ตระหนักถึงกฎหมาย ในการที่ กกต. ได้ออกประกาศเตือนผู้สมัคร สส. เป็นข้อห้ามสำคัญในการห้ามให้ หรือแจก ของขวัญ แจกอั่งเปา ในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น วันเด็ก วันตรุษจีน เพื่อป้องกันการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง เพื่อรักษาความเท่าเทียมในการแข่งขันและป้องกันการซื้อเสียง ซึ่งผู้สมัครทั่วประเทศตระหนักถึงข้อกฎหมายสำคัญในช่วงการเลือกตั้งนี้

“หากเป็นผม หรือผู้สมัครพรรคคนอื่นทำแบบนี้ได้ กกต.ก็ต้องประกาศให้เป็นมาตฐานเดียวกันทั่วประเทศว่าทำได้ จะได้ใสเสื้อยืดกางเกงยีนส์ไปมอบบ้าง อีกทั้งนางสาวพิมพ์กาญจน์ เคยเป็นอดีต สส.ในปี 2566-2569 และยังเป็นกรรมาธิการ ในฝ่ายนิติบัญญัติ กลับใช้โอกาสดังกล่าวเพียงเพื่อให้ได้เปรียบ ผู้สมัครรับเลือกตั้งคนอื่นอีก 14 คนชนิด “โนแคร์..กกต.” ที่ประกาศชัดวันเด็กเป็นวันต้องห้าม ซึ่งการเมืองยุคใหม่แบบนี้หากขี้โกงและเอาเปรียบทุกเม็ดจะเรียกการเมืองยุคใหม่ได้อย่างไรและตนเชื่อว่าเพราะ“มีเรา..ไม่มีเทา..ไม่มีจริง แต่มีโกง..มีเอาเปรียบ..มีจริง” กกต.ต้องเอาผิดให้เป็นคดีสำคัญเพราะโทษอาจถึงขั้นติดคุกและเพิกถอนสิทธิ 20ปี ได้” นายอัฎฐพล กล่าว”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...