โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"เมียนมา" ออกมาตรการให้รถยนต์ส่วนบุคคลสลับวิ่ง วันคู่-วันคี่ รับมือวิกฤติพลังงาน ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำการขนส่งน้ำมันหยุดชะงัก

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TOP NEWS

สภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติของเมียนมา ออกแถลงการณ์วานนี้ ( 3 มี.ค.) ว่า เนื่องจากภูมิรัฐศาสตร์การเมืองโลก และสถานการณ์ความขัดแย้งทางทหารในตะวันออกกลาง นำไปสู่การปิดล้อมและการหยุดชะงักในเส้นทางการเดินเรือบรรทุกน้ำมัน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป รถยนต์ที่มีป้ายทะเบียนขึ้นต้นด้วยเลขคู่ จะได้รับอนุญาตให้วิ่งได้เฉพาะวันคู่เท่านั้น ส่วนวันคี่ จะเป็นของรถยนต์ที่มีป้ายทะเบียนขึ้นต้นด้วยเลขคี่ เพื่อควบคุมการใช้น้ำมัน แต่รถยนต์ไฟฟ้า รถโดยสาร รถแท็กซี่ รถบรรทุกสินค้า รถบริการฉุกเฉิน และรถเก็บขยะ ได้รับการยกเว้น ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า กฎเหล่านี้จะบังคับใช้อย่างไร หรือจะมีผลบังคับใช้เป็นเวลานานเท่าใด แต่รัฐบาลทหาร ย้ำว่า ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเตือนเจ้าของธุรกิจเชื้อพลิงและประชาชนทั่วไป ห้ามกักตุนน้ำมัน หรือขายต่อในราคาที่สูงเกินจริงอย่างเด็ดาดเมียนมาอยู่ภายใต้การปกครองของกองทัพ นับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2564 จุดชนวนสงครามกลางเมืองที่ทำให้ฝ่ายต่อต้านยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ กลุ่มชาติพันธุ์ที่บริหารประเทศคู่ขนานในดินแดนของตน ยังไม่ได้ประกาศมาตรการใด ๆ เพื่อประหยัดเชื้อเพลิง ซึ่งหมายความว่า การบังคับใช้มาตรการนี้ น่าจะจำกัดอยู่เฉพาะในพื้นที่ที่กองทัพควบคุมอยู่เท่านั้น เมียนมาประสบปัญหาการนำเข้าและพลังงานที่ไม่แน่นอนมานานแล้ว ท่ามกลางความขัดแย้งและสู้รบ ที่มักทำให้ถนนถูกตัดขาดและด่านชายแดนถูกปิด / สถิติปี 2567 เมียนมานำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงถึง 90 %

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...