BEM อัดรถเพิ่ม 21 ขบวน รับผู้โดยสารพุ่ง 6.8แสนเที่ยว
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 16.54 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 07.40 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - BEM เผยความคืบหน้ารถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันออก งานระบบคืบหน้า 39% เตรียมเปิดบริการ ม.ค. 2571 พร้อมสั่งซื้อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่ม 21 ขบวน คาดผู้โดยสารพุ่งแตะ 6.8 แสนเที่ยวต่อวัน รับดีมานด์เดินทางเพิ่ม พร้อมเดินหน้าโครงการทางด่วน Double Deck รอ ครม. อนุมัติ
นายธนาวัฒน์ วรรณดิษฐ์ ผู้จัดการส่วนนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม สำหรับฝั่งตะวันออก ในส่วนของงานโยธาได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงานระบบ (M&E) ซึ่งมีความคืบหน้าไปแล้ว 39% (ข้อมูล ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569) โดยมีกำหนดการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ (COD) ในเดือนมกราคม 2571 และจะเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการได้ในช่วงปลายปี 2570 สำหรับฝั่งตะวันตก งานโยธามีความคืบหน้าไปแล้ว 25% และงานระบบคืบหน้า 7% โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงกลางปี 2573
ทั้งนี้จากการคาดการณ์ ปริมาณผู้โดยสารของรถไฟฟ้าสายสีส้มจะมีจำนวนมากเป็นอันดับ 3 รองจากสายสีเขียวและสายสีน้ำเงิน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม จึงมีการสั่งซื้อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มจำนวน 21 ขบวน ซึ่งปัจจุบันกระบวนการผลิตคืบหน้าไปแล้ว 36% (ณ สิ้นปีที่ผ่านมา)
โดยรถไฟฟ้าขบวนใหม่จะเริ่มทยอยนำเข้ามาให้บริการตั้งแต่ปลายปี 2570-2571 เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารในปัจจุบันที่เพิ่มสูงขึ้น และเตรียมความพร้อมสำหรับการรับผู้โดยสารที่จะถูกส่งต่อมาจากรถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันออกเมื่อเปิดให้บริการ นอกจากการเพิ่มจำนวนรถแล้ว ยังมีการปรับปรุงระบบสัญญาณเพื่อให้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสามารถเดินรถได้ถี่ขึ้นในช่วงเวลาเร่งด่วน เพื่อลดระยะเวลาการรอคอยและความหนาแน่นของผู้โดยสารภายในสถานี
“ปัจจุบันรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500,000-530,000 เที่ยวต่อวัน แม้จะมีปัจจัยด้านฤดูกาลอย่างช่วงปิดเทอมหรือปีใหม่ที่ทำให้ตัวเลขลดลงบ้าง แต่ภาพรวมยังคงแข็งแกร่ง ทั้งนี้ เพื่อรองรับการเชื่อมต่อและการส่งต่อผู้โดยสารจากนอกเมืองเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ดียิ่งขึ้น จึงมีแผนจัดซื้อรถไฟฟ้าเพิ่มอีก 21 ขบวน”
โดยคาดการณ์ว่าเมื่อรถไฟฟ้าขบวนใหม่ทยอยเข้ามาครบประกอบกับการเปิดให้บริการของ รถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก) จะส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารมีโอกาสพุ่งสูงถึง 680,000 เที่ยวต่อวัน
ในส่วนของทางด่วน พบว่าปริมาณรถกลับมาเติบโตขึ้นหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย โดยเฉพาะในช่วงต้นปี 2567 (มกราคม-กุมภาพันธ์) ที่เห็นการเติบโตประมาณ 1% ปัจจัยหลักมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางผ่านสนามบินสุวรรณภูมิและเข้าสู่ระบบทางด่วน รวมถึงพฤติกรรมวัยทำงานที่เริ่มกลับเข้าสู่ออฟฟิศ 5 วันต่อสัปดาห์มากขึ้น แทนการทำงานที่บ้าน
ทั้งนี้ปัจจุบัน รายได้จากทางด่วนถือเป็นรายได้หลักของบริษัท โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50% ของรายได้ทั้งหมด และในจำนวนนี้กว่า 60% มาจากทางด่วนเส้นทางปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การขยายเส้นทางใหม่ในเมืองทำได้ยากเนื่องจากค่าเวนคืนที่ดินสูงและไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน
อย่างไรก็ดี เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วน ที่ปัจจุบันลากยาวตั้งแต่เช้าถึงเที่ยง และช่วงเย็นตั้งแต่ 16.00 น.-20.00 น. บริษัทจึงเตรียมเสนอโครงการ Double Deck หรือโครงการทางด่วนขั้นที่ 2 โครงการดังกล่าวจะเป็นทางยกระดับชั้นที่ 2 ระยะทางประมาณ 17-18 กิโลเมตร เริ่มต้นจากด่านงามวงศ์วาน-ประชาชื่น ไปจนถึงช่วงพระราม 9 โดยเน้นการเดินทางแบบ bypass จากจุด A ไปจุด B เพื่อลดปัญหาคอขวดและจำนวนรถที่ติดขัดบริเวณทางขึ้น-ลงข้างล่าง
ขณะนี้โครงการผ่านการอนุมัติรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว และได้หารือกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างรอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่อนุมัติ ซึ่งคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นได้ภายในปีนี้เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้ทางและประชาชน