โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เกิดอะไรขึ้นกับอีวีจีน 'BYD' ยอดขายร่วงแรงสุดในรอบ 6 ปี

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ยอดขายของ "บีวายดี" (BYD) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเบอร์ 1 ของโลกจากจีน ยังเผชิญการปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และล่าสุดยอดขายเดือนก.พ. 2026 ยิ่งตอกย้ำสถานการณ์นี้เมื่อตัวเลขปรับตัวลดลงมากที่สุดในรอบ 6 ปี หรือนับตั้งแต่วิกฤติโควิดปี 2020 ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดใหญ่สุดอย่างจีน

ยอดขายของ BYD ในเดือนก.พ. ลดลง 41.1% เมื่อเทียบเดือนเดียวกันของปีก่อน และเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็น "เดือนที่หก" ตามเอกสารที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันอาทิตย์ โดยการลดลงในเดือนที่แล้วถือว่าลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2020 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19

ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์และตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจอื่นๆ มักมีความผันผวนสูงในช่วง 1-2 เดือนแรกของปี เนื่องจากเป็นช่วงของเทศกาลตรุษจีน และปีนี้อาจเห็นความผันผวนมากเป็นพิเศษ เนื่องจากจีนขยายวันหยุดประจำปีเป็น 9 วัน ซึ่งยาวนานสุดเท่าที่เคยมีมา

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มยอดขายที่ลดลงของ BYD "ไม่ได้เกิดจากปัจจัยตามฤดูกาลเพียงอย่างเดียว" โดยยอดขายทั่วโลกในช่วงสองเดือนแรกลดลง 35.8% เมื่อเทียบปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดในรอบ 6 ปีเช่นกัน

'Geely' แซงยอดขายที่ 1 ในจีน

แม้การส่งออกรถของ BYD ไปต่างประเทศยังคงเติบโตแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยอยู่ที่ 100,600 คันในเดือนก.พ. แต่ยอดขายในประเทศอย่าง "จีน" ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก กลับลดลง 65% เหลือ 89,590 คัน ลดลงต่อเนื่องจากเดือนม.ค. ที่ปรับตัวลง 53.2% เมื่อเทียบรายปี

ที่สำคัญยังเป็นช่วงที่แบรนด์คู่แข่งสัญชาติเดียวกันอย่าง "จีลี่" (Geely) แซงหน้าขึ้นมาเป็น "ผู้ผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งในจีน" โดยข้อมูลจากเอกสารที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์พบว่าในช่วงสองเดือนแรกของปีนี้ Geely ส่งมอบรถยนต์มากกว่า BYD ราว 76,000 คัน

เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงและการบริโภคในจีนในชะลอตัว BYD และผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ ได้เปิดตัวแผนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำนาน 7 ปี ออกมาดึงดูกลูกค้า โดยมีค่ายใหญ่จากแเมริกาอย่าง Tesla เริ่มใช้ก่อนเพื่อนตั้งแต่เดือนม.ค.

ภายใต้แรงกดดันจากช่องว่างด้านเทคโนโลยีที่แคบลง เป็นที่คาดว่า BYD จะเปิดตัวนวัตกรรมเทคโนโลยีสำคัญออกมาเป็นแม่เหล็กดึงดูดในช่วงปลายเดือนมี.ค. นี้

การแข่งขันที่รุนแรงยังทำให้หน่วยงานกำกับดูแลของจีนออกกฎด้านราคาใหม่ และเพิ่มการกำกับดูแลรถใหม่ที่ถูกส่งออกในรูปแบบรถมือสอง หรือ "รถมือสองเลขไมล์ศูนย์" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะเปลี่ยนโฟกัสของอุตสาหกรรมยานยนต์ไปสู่การแข่งขันด้านมูลค่า

นอกจากนี้ บรรดาค่ายรถยนต์จีนยังเร่งขยายเข้าสู่ "ตลาดต่างประเทศ" มากขึ้น เพื่อชดเชยความท้าทายของตลาดภายในประเทศ โดยมีรายงานว่า BYD และ Geely เป็นหนึ่งในผู้เข้ารอบสุดท้ายในการประมูลซื้อโรงงานของ Nissan-Mercedes-Benz ในประเทศเม็กซิโกเมื่อเร็วๆ นี้

แบรนด์จีนเร่งตัวแรง

นอกจาก Geely แล้ว ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายอื่นๆ ในจีนส่วนใหญ่ต่างก็มียอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้นโดย "ลีปมอเตอร์" (Leapmotor) และ "เสียวมี่" (Xiaomi) ต่างรายงานยอดขายสองเดือนแรกของปีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Leapmotor มียอดขายรวม 60,126 คันในเดือนม.ค. และก.พ. ปีนี้ เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ Xiaomi จำหน่ายรถได้มากกว่า 59,000 คันในช่วงเวลาเดียวกัน เพิ่มขึ้นถึง 48% จากปีก่อน

ขณะที่ค่าย "นีโอ" (Nio) และ "ซีกเกอร์" (Zeekr) ในเครือของจีลี่ มียอดขายรวมสองเดือนแรกพุ่งขึ้น 77% และประมาณ 84% ตามลำดับเมื่อเทียบรายปี จากการคำนวณของ CNBC

ในทางกลับกัน"เอ็กซ์เผิง" (Xpeng) หรือเสี่ยวเผิง รายงานยอดขายลดลงมากที่สุดเมื่อเทียบรายปี โดยยอดส่งมอบรวมอยู่ที่ 35,267 คัน ลดลงราว 42% จากปีก่อน ขณะที่ยอดส่งมอบของค่าย "หลี่ ออโต" (Li Auto) ก็ลดลงเกือบ 4% เหลือ 54,089 คัน

สนามแข่งขันอีวีจีนเริ่มสูสี

ซีเอ็นบีซีระบุว่า นอกเหนือจากปัจจัยตามฤดูกาล การที่ส่วนต่างยอดขายของ BYD ในตลาดภายในประเทศลดลง สะท้อนว่าการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของจีนเริ่มมีความสูสีมากขึ้น เนื่องจากข้อเสนอของคู่แข่งเริ่มดึงดูดผู้บริโภคมากขึ้น

“ความเป็นผู้นำของ BYD ยังมีอยู่จริง แต่กำลังแคบลง แม้การพลิกกลับอย่างเต็มรูปแบบไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้น แต่ส่วนแบ่งตลาดในประเทศกำลังถูกบีบลดลง” ลีออน เฉิง หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านยานยนต์ของบริษัทที่ปรึกษา YCP กล่าว

เฉิงกล่าวเสริมว่า BYD เคยครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของจีนประมาณ 26-34% ในช่วงปี 2024-2025 แต่ผู้ผลิตรายอื่น เช่น Geely และ Leapmotor เริ่มชิงส่วนแบ่งในตลาดระดับกลางได้ ซึ่งเป็นตลาดหลักของ BYD

ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนรายอื่นพยายามลดอิทธิพลของ BYD ด้วยการเพิ่มคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของตนให้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษา "การแข่งขันด้านราคา" เอาไว้ด้วย

รถเอสยูวีรุ่นใหม่ YU7 ของ Xiaomi กลายเป็นรถยนต์นั่งที่ขายดีที่สุดในจีนประจำเดือนม.ค. โดยมียอดขายมากกว่าสองเท่าของ Tesla Model Y ซึ่งเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดในเดือนก่อนหน้า

นอกจากนี้ การนำภาษีซื้อรถยนต์พลังงานใหม่ในอัตรา 5% กลับมาใช้ใหม่ ซึ่งประกาศเมื่อปลายปี 2025 อาจทำให้เกิดช่องว่างของอุปสงค์สำหรับ BYD ในช่วงต้นปีนี้ เนื่องจากผู้บริโภคเร่งซื้อรถก่อนภาษีมีผลบังคับใช้

อย่างไรก็ตาม แอ็บบี ทู นักวิเคราะห์จากบริษัท S&P Global Mobility กล่าวว่า “ตอนนี้บริษัทต่างๆ เริ่มแยกความแตกต่างของตัวเองได้ยากขึ้นมาก” คู่แข่งหลายรายของ BYD พยายามสร้างจุดยืนของตัวเองในตลาดอีวีขนาดใหญ่ของจีนด้วยการเจาะตลาดระดับบนและตลาดรถหรู

BYD ตอบสนองต่อการแข่งขันที่รุนแรงในประเทศด้วยการหันไปเน้นตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยในเดือนก.พ. ยอดส่งออกรถของบริษัท "สูงกว่ายอดขายในประเทศเป็นครั้งแรก"

เฉิงกล่าวว่า “กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงของ BYD คือการส่งออก โดยยอดขายต่างประเทศของบริษัททะลุ 1 ล้านคันเป็นครั้งแรกในปี 2025 ซึ่งเป็นกันชนที่คู่แข่งซึ่งเน้นตลาดจีนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเทียบได้”

สำหรับในตลาดจีนนั้น ผู้บริโภคมีแนวโน้มจะได้เห็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ BYD ในช่วงปลายปีนี้ โดยเฉพาะแบตเตอรี่รุ่นใหม่

“การเปิดตัวฟีเจอร์ ‘God’s Eye’ ซึ่งเป็นระบบช่วยขับขี่ขั้นสูงแบบให้ใช้ฟรีเมื่อปีที่แล้ว ช่วยกระตุ้นความต้องการได้โดยไม่ก่อให้เกิดสงครามราคา และคาดว่าจะมีการใช้กลยุทธ์คล้ายกันอีกครั้งกับ Blade Battery 2.0 และระบบชาร์จเร็วรุ่นที่สองในเร็วๆ นี้” เฉิงกล่าว

ที่มา: Reuters, CNBC

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...