ดาวโจนส์ร่วงหนัก! น้ำมันพุ่งจากสงครามอิหร่าน กดดันตลาดหุ้นโลก
12 มี.ค. 2569 ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญแรงขายในวันพฤหัสบดี หลังราคาน้ำมันพุ่งแรงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน Mojtaba Khamenei ประกาศจะคงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ตลาดยังรอข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญของสหรัฐฯ ในวันถัดไป
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงแรง นักลงทุนกังวลราคาน้ำมันพุ่ง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบอย่างหนักในวันพฤหัสบดี (12 มี.ค. 2569) โดยดัชนีหลักทั้งสามปรับตัวลง หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากสถานการณ์สงครามอิหร่าน ซึ่งกระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและทำให้ความหวังการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐลดลง
- ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 46,677.85 จุด ลดลง 739.42 จุด (-1.56%)
- ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,672.62 จุด ลดลง 103.18 จุด (-1.52%)
- ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 22,311.979 จุด ลดลง 404.155 จุด (-1.78%)
การปรับตัวลงของตลาดเกิดขึ้นพร้อมกับราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังมีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกพลังงานในตะวันออกกลาง นักลงทุนยังจับตาการประกาศดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐให้ความสำคัญ
ตลาดหุ้นยุโรปลดลง ท่ามกลางความกังวลสงครามและราคาพลังงาน
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันเดียวกัน เนื่องจากนักลงทุนติดตามสถานการณ์สงครามอิหร่านและความผันผวนของราคาน้ำมันโลก แม้สำนักงานพลังงานสากลประกาศเตรียมปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินเพื่อบรรเทาการขาดแคลน
- ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 598.86 จุด ลดลง 3.68 จุด (-0.61%)
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 23,589.65 จุด ลดลง 50.38 จุด (-0.21%)
- ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 7,984.44 จุด ลดลง 57.37 จุด (-0.71%)
หุ้นกลุ่มธนาคารกดดันตลาด เนื่องจากนักลงทุนกังวลการเปิดรับความเสี่ยงในตะวันออกกลาง ขณะที่หุ้นอุตสาหกรรมกลาโหมและบางบริษัทในยุโรปปรับตัวขึ้นจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
ตลาดหุ้นอังกฤษอ่อนตัว นักลงทุนกังวลความเสี่ยงตะวันออกกลาง
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเช่นกัน ท่ามกลางแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มการเงิน หลังนักลงทุนประเมินผลกระทบของความตึงเครียดในตะวันออกกลางต่อภาคธุรกิจและระบบการเงิน
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,305.15 จุด ลดลง 48.62 จุด (-0.47%)
หุ้นธนาคารขนาดใหญ่ถูกแรงขาย โดยเฉพาะ HSBC หลังการตัดสินใจปิดสาขาในกาตาร์ชั่วคราวเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงในภูมิภาค
ราคาน้ำมันพุ่งแรง ทะลุ 100 ดอลลาร์จากความตึงเครียดตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นอย่างมาก หลังอิหร่านประกาศจะคงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ทำให้ตลาดกังวลต่อภาวะขาดแคลนอุปทานพลังงาน
- ราคาน้ำมันดิบ WTI (ส่งมอบเดือนเมษายน) ปิดที่ 95.73 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 9.72%
- ราคาน้ำมันดิบ Brent (ส่งมอบเดือนพฤษภาคม) ปิดที่ 100.46 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 9.22%
แม้ IEA จะประกาศปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉิน 400 ล้านบาร์เรล แต่ตลาดยังคงกังวลว่าปริมาณดังกล่าวอาจไม่เพียงพอชดเชยการหยุดชะงักของอุปทาน
ราคาทองคำลดลง หลังดอลลาร์แข็งค่าและคาดลดดอกเบี้ยลดลง
ราคาทองคำโลกปรับตัวลดลงมากกว่า 1% เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง รวมถึงความคาดหวังในการลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐที่ลดลง แม้ว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังช่วยพยุงแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วน
- ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ปิดที่ 5,118.16 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 1.1%
- ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนเมษายน) ปิดที่ 5,125.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 1%
นักวิเคราะห์ระบุว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นและค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ แม้การซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกยังคงช่วยพยุงตลาด
ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า นักลงทุนแห่ถือสินทรัพย์ปลอดภัย
ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังราคาพลังงานพุ่งสูงและนักลงทุนหันเข้าถือสินทรัพย์ปลอดภัย
- ยูโร/ดอลลาร์ ปิดที่ 1.1513 ดอลลาร์ ลดลงประมาณ 0.5%
- ดอลลาร์/เยน ปิดที่ 159.395 เยน เพิ่มขึ้นประมาณ 0.3%
- ปอนด์/ดอลลาร์ ปิดที่ 1.3348 ดอลลาร์ ลดลงประมาณ 0.5%
นักวิเคราะห์มองว่าการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานอาจสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะยุโรปที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง ขณะที่นักลงทุนยังจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐและยุโรปเพื่อประเมินทิศทางนโยบายดอกเบี้ยต่อไป