“อาเซียน” ถกด่วนวันนี้ ปมวิกฤตตะวันออกกลาง หลังราคาน้ำมันพุ่ง-การค้าปั่นป่วน
"อาเซียน" ถกด่วนวันนี้ ปมวิกฤตตะวันออกกลาง ประเมินความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อ การค้า และพลังงาน หลังช่องแคบฮอร์มุซปิดดันราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
วันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 17.37 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างมีแนวโน้มจะเป็นประเด็นหลักของการหารือในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (ASEAN Economic Ministers’ Retreat) ในวันศุกร์นี้ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเตรียมจัดประชุมพิเศษผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในวันเดียวกัน เพื่อรับมือกับวิกฤตที่ทวีความรุนแรงและสร้างความปั่นป่วนต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงิน
ฟิลิปปินส์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปีนี้ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่กำลังประเมินผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงการหยุดชะงักของระบบขนส่ง โลจิสติกส์ และเส้นทางการค้าต่าง ๆ ที่มีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาค ซึ่งส่วนใหญ่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก
อัลลัน เกปตี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการค้าของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ภูมิภาคไม่สามารถเพิกเฉยต่อผลกระทบของวิกฤตครั้งนี้ต่ออัตราเงินเฟ้อและการจ้างงานได้ พร้อมย้ำว่าอาเซียนจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ความตึงเครียดเริ่มปะทุขึ้นเกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากสหรัฐและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ซึ่งจนถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตราว 2,000 คน และได้สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดพลังงานและระบบขนส่งทั่วโลก
ขณะเดียวกันความขัดแย้งยังส่งผลให้ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ประมาณหนึ่งในห้าของโลกที่ส่งไปยังเอเชีย ถูกปิดลงโดยพฤตินัย ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นเกินระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนต้องเรียกประชุมพิเศษผ่านระบบออนไลน์ เพื่อประเมินผลกระทบต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยหลายประเทศในภูมิภาคยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบและ LNG จากตะวันออกกลางเป็นสัดส่วนสูง
สำหรับฟิลิปปินส์นั้น นำเข้าน้ำมันส่วนใหญ่จากตะวันออกกลาง ขณะที่การหยุดส่งออก LNG จากกาตาร์ยิ่งทำให้ภาวะอุปทานพลังงานตึงตัวมากขึ้น
หลายประเทศในอาเซียนเริ่มดำเนินมาตรการเพื่อรับมือกับผลกระทบของวิกฤตดังกล่าวแล้ว โดยฟิลิปปินส์ได้ลดจำนวนวันทำงานของหน่วยงานภาครัฐเพื่อประหยัดเชื้อเพลิง และประธานาธิบดีได้ขออำนาจจากรัฐสภาในการระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันชั่วคราว เพื่อช่วยควบคุมต้นทุนพลังงาน
ขณะที่เวียดนามได้ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงลงเมื่อวันพฤหัสบดี หลังราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเตือนว่าราคาพลังงานยังคงมีความผันผวน และอาจเผชิญการหยุดชะงักของอุปทานเพิ่มเติม ก่อนหน้านี้ในเดือนเดียวกันไทยได้ประกาศระงับการส่งออกพลังงานไปยังทุกประเทศ ยกเว้นลาวและเมียนมา
เกปตี กล่าวว่า“สิ่งสำคัญคือการดำเนินการและการตอบสนองต่อความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน”
ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้แสดงความกังวลต่อการยกระดับของความขัดแย้ง โดยระบุว่า เป็นสถานการณ์ที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการสู้รบโดยทันที พร้อมทั้งใช้ความอดกลั้นสูงสุด ปกป้องพลเรือน และแก้ไขความขัดแย้งผ่านการเจรจาตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
ขณะที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ จะเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษ (ผ่านระบบออนไลน์) ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของไทยเกี่ยวกับสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางต่ออาเซียน และแลกเปลี่ยนแนวทางในการรับมือ และเตรียมความพร้อมของอาเซียนในระยะยาว รวมไปถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาด้วย
โดยการประชุมนี้จะเป็นโอกาสในการตอกย้ำความเป็นเอกภาพของอาเซียน และการเป็นแกนกลางของอาเซียน ในการรับมือกับวิกฤติที่ส่งผลกระทบต่อภูมิภาค
อ้างอิง : www.reuters.com