โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ไซมิส แอสเสท” เปิดตำรับ “ข้าวแช่ชาววัง 8 เครื่องเคียง” ที่ร้าน “มารี กีมาร์”

Wealthy Thai

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 13.45 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 06.57 น.

เมื่อฤดูร้อนเวียนกลับมาอีกครั้ง ร้านอาหารไทย “มารี กีมาร์” หนึ่งในธุรกิจอาหารของ บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA ชวนสัมผัสเมนูคลายร้อนแบบไทยแท้กับ “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์ 2569” ถ่ายทอดเสน่ห์ของอาหารไทยชาววังผ่านความประณีตในทุกขั้นตอน โดย เชฟปิ๊ก – คณิน สินพันธ์ Executive Chef ของร้าน ที่คัดสรรวัตถุดิบจากหลายจังหวัดทั่วประเทศมารังสรรค์เป็นสำรับอาหารฤดูร้อนที่งดงามทั้งรสชาติและเรื่องราว
ร้านอาหาร “มารี กีมาร์” ยังเป็นร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพอาหารไทยแท้ในระดับสากล ขณะที่เมนู “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์” ถือเป็นหนึ่งในเมนูประจำฤดูร้อนที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รอคอยของลูกค้าในทุก ๆ ปี
ในโอกาสนี้ คุณอายุษกร อารยางกูร Group F&B Director บริษัท ไซมิส เทสท์ จำกัด และ เชฟปิ๊ก คณิน สินพันธ์ ได้ร่วมต้อนรับสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติให้ร่วมสัมผัสเมนูข้าวแช่ตำรับพิเศษดังกล่าว ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของอาหารไทยโบราณผ่านการจัดสำรับอย่างพิถีพิถัน
ข้าวแช่ปีนี้ถูกจัดเสิร์ฟอย่างประณีตใน ภาชนะรักษ์โลกจากจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินท้องถิ่น สะท้อนความงดงามของศิลปหัตถกรรมไทยผ่านภาชนะที่ใช้เสิร์ฟอาหาร พร้อมลำดับการรับประทานแบบโบราณ แบ่งออกเป็น 3 สำรับ
สำรับแรก : ของว่างคลายร้อนจากตำรับอยุธยา

เริ่มต้นมื้อด้วยเมนูโบราณ “แตงโมหน้าปลาแห้ง” ของว่างขึ้นชื่อมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยคัดเลือกแตงโมเนื้อหวานจากจังหวัดสุพรรณบุรี รับประทานคู่กับปลาแห้งที่ใช้ปลาช่อนแดดเดียวจากจังหวัดสิงห์บุรี นำมาย่างด้วยเตาถ่าน ก่อนโขลกให้ฟูและผัดจนแห้ง ปรุงรสด้วยน้ำตาลดอกมะพร้าวจากจังหวัดสมุทรสงคราม ดอกเกลือ และหอมเจียว

สำรับที่สอง : ข้าวแช่ตำรับไทยกับเครื่องเคียง 8 อย่าง

หัวใจสำคัญของเมนูคือ ข้าวแช่ ที่เชฟปิ๊กเลือกใช้ข้าวพันธุ์ “เจ๊กเชย” จากจังหวัดสระบุรี ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความหอมและเม็ดข้าวที่สวยงาม นำมาหุงอย่างพิถีพิถัน ก่อนแช่ใน น้ำแร่จากอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ที่ผ่านการต้มและพักในโอ่งดินเผา จากนั้นลอยด้วยดอกไม้หอม 4 ชนิด ได้แก่ ชมนาด กระดังงาไทย กุหลาบมอญ และดอกมะลิ ก่อนอบควันเทียนให้เกิดกลิ่นหอมละมุน
เสิร์ฟคู่กับ เครื่องเคียงโบราณ 8 อย่าง ได้แก่

  • ลูกกะปิหอมชุบไข่ทอด รับประทานคู่กระชายอ่อนแกะสลักเป็นดอกจำปา

  • หอมแดงสอดไส้ปลา

  • พริกชี้ฟ้าแห้งสอดไส้ปลา

  • พริกหยวกสอดไส้หมูผัดห่อไข่ เอกลักษณ์ของร้านมารี กีมาร์

  • ปลาช่อนแดดเดียวฉาบหวาน

  • ไชโป๊วผัดหวานน้ำมันหมู

  • หมูฝอยทอดกรอบ

  • ไข่เค็มชุบแป้งทอด รับประทานคู่มะม่วงเขียวเสวยและผักแนมตามตำรับ

สำรับสุดท้าย : ของหวานฤดูร้อน

ปิดท้ายสำรับด้วยของหวานฤดูร้อน “ส้มฉุนมะยงชิด” ที่ใช้มะยงชิดสดใหม่จากจังหวัดนครนายก โรยด้วยหอมเจียวและขิงอ่อนซอย เพิ่มมิติรสชาติหวานอมเปรี้ยว สดชื่น เหมาะสำหรับฤดูร้อน
นอกจากนี้ทางร้านยังมี ชุดตะกร้าข้าวแช่สำหรับซื้อกลับบ้าน สำหรับ 2 ท่าน พร้อมขนมทองมารี 1 กล่อง ในราคา 1,299 บาท
เมนู “ข้าวแช่ตำรับมารี กีมาร์ 2569” ให้บริการในราคา 999++ บาทต่อสำรับ (รับประทานที่ร้านเท่านั้น)ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 15 พฤษภาคม 2569
ผู้ที่สนใจสามารถมาลิ้มลองสำรับข้าวแช่ตำรับไทยได้ที่ ร้านอาหารมารี กีมาร์ ชั้น 28 โรงแรม Wyndham Bangkok Queen Convention Centre Hotel เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00 – 21.00 น.สอบถามข้อมูลหรือสำรองที่นั่ง โทร 090-234-5822 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.marieguimarbkk.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...