MJets ชี้วิกฤตตะวันออกกลางดันดีมานด์เครื่องบินส่วนตัวพุ่ง สวนทางต้นทุนเชื้อเพลิง
แม่ทัพ MJets ระบุสงครามตะวันออกกลางและวิกฤตเชื้อเพลิงเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้น กลุ่มทุนข้ามชาติยอมจ่ายแลก "ความเร็ว-ความคล่องตัว" ท่ามกลางภาวะสงครามระงับเที่ยวบินพาณิชย์ เร่งอัปเดตราคาเชื้อเพลิงวันต่อวัน Gulfstream เล็งเห็นศักยภาพอาเซียนโตแกร่ง 20% ประกาศแต่งตั้ง MJets เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (ISR) ชูรุ่น G700 และ G800 บุกเบิกมาตรฐานใหม่แห่งการเดินทางหรู รองรับเศรษฐกิจฟื้นตัวระยะยาว
13 มีนาคม 2569– ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการบินพาณิชย์และราคาพลังงานโลก บริษัท เอ็มเจ็ท จำกัด (MJets) ผู้ให้บริการเครื่องบินส่วนตัวชั้นนำในเอเชีย เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจที่ยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยระบุว่าวิกฤตการณ์ดังกล่าวกลับกลายเป็นปัจจัยเร่งให้กลุ่มนักธุรกิจระดับสูงและนักลงทุนข้ามชาติหันมาใช้บริการเครื่องบินส่วนตัว (Private Jet) มากขึ้น เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเวลาและการเดินทางที่หยุดชะงัก
พลิกวิกฤตพลังงานและสงคราม ดัน Private Jet ตอบโจทย์การลงทุนในภาวะเสี่ยง
คุณณัฏฐภัทร สีบุญเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเจ็ท จำกัด (MJets) วิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจไว้อย่างน่าสนใจว่า สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงการระงับเที่ยวบินและราคาเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นเพียงผลกระทบในระยะสั้นสำหรับอุตสาหกรรมการบินส่วนตัว
"สงครามตะวันออกกลาง การระงับเที่ยวบิน ราคาเชื้อเพลิงขึ้น เรามองว่าเป็นผลกระทบระยะสั้น เพราะ Private Jet มันมูฟเอาท์ง่ายกว่า เพราะฉะนั้นโดยรวมเรามองว่าเป็นบวกอยู่" — ณัฏฐภัทร สีบุญเรือง
ในแง่ของการบริหารจัดการต้นทุนน้ำมันที่ผันผวน MJets ยืนยันว่ามีการรับมืออย่างเป็นระบบ โดยทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์รายใหญ่ในประเทศอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้กระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าต่างชาติ
"เราไม่ได้เป็นผู้สต๊อกน้ำมัน เราเองก็ซื้อจาก Supply รายใหญ่ในประเทศ ตอนนี้เราก็มีการคุยกันในผู้บริหารในการทำงานกับ Supply น้ำมันอย่างใกล้ชิด อัปเดตกันวันต่อวัน เพราะเราไม่ได้ดูแลเฉพาะธุรกิจของเรา แต่เราดูแลลูกค้าที่มาจากต่างประเทศ เราจะต้อง Make Sure ว่าลูกค้ามาแล้วจะต้องไม่ Impact เรื่องน้ำมัน"
คุณณัฏฐภัทร ยังเสริมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคในเซกเมนต์นี้ว่ามีความแตกต่างจากกลุ่มการบินทั่วไปอย่างชัดเจน โดยมองว่าเครื่องบินส่วนตัวไม่ใช่เพียงเครื่องมือแสดงความหรูหรา (Luxury Tool) แต่เป็นปัจจัยพื้นฐานในการขับเคลื่อนธุรกิจ
"ลูกค้าเราส่วนมากเป็น Regular Customer ทำให้มีปัญหาในเรื่องของการปรับค่าบริการ กลุ่มที่มีการใช้ Private Jet ไม่ได้มองว่าเป็น Luxury Tool แต่มองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางปกติเหมือนเรานั่งรถจากบ้านมาทำงาน เพราะฉะนั้นถ้าธุรกิจยังเดินไปข้างหน้า นักธุรกิจก็ยังต้องทำให้ธุรกิจโตขึ้น แม้ว่าต้นทุนน้ำมันจะเพิ่มขึ้นก็ตาม"
"ในมุมของ Consumer ถ้าต้องการไปเที่ยวก็มองว่าค่าตั๋วเพิ่ม 10,000 บาท ก็เป็นต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้นจากที่เคยวาง Budget ไว้ ก็ต้องเก็บเงินเพิ่ม แต่นักธุรกิจเวลาไปลงทุนเขาจะมองว่าดีลนี้สามารถทำมูลค่าได้มากกว่า ต้นทุนอาจจะเพิ่มหลักแสนหลักล้าน แต่สิ่งที่ได้กลับมาในทางธุรกิจมีมูลค่าสูงกว่ามาก เพราะฉะนั้นยัง Make Sense ที่จะใช้ Private Jet เป็นเครื่องมือในการทำให้ธุรกิจโตในอนาคต"
โซลูชันเร่งด่วนท่ามกลางภาวะสงคราม
สถานการณ์ปัจจุบันในตะวันออกกลางทำให้ความต้องการเครื่องบินส่วนตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในเส้นทางที่สายการบินพาณิชย์ไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ
"ส่วนใหญ่ตอนนี้ที่ติดต่อมาให้ขนคนกลับบ้าน คือเส้นทางที่ผ่านกาตาร์ Emirates หรือสายการบินที่ยังบินตรงไม่ได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้ใครที่กำลังรอกลับบ้านประเทศต่างๆ จะเป็นกลุ่มนั้นมากกว่าที่ได้รับเอฟเฟกต์จากการปิดสนามบินในโซนนั้น ที่เขาจำเป็นจะต้องใช้ Private Jet" คุณณัฏฐภัทรกล่าว
ปัจจุบัน MJets มีเครื่องบินพร้อมให้บริการ 4 ลำ แต่กลยุทธ์สำคัญคือการเป็น Solution Provider ที่ไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ทรัพยากรที่มีอยู่เท่านั้น "Motto ของเราคือเราไม่เคยปฏิเสธลูกค้า ลูกค้ามาหาเราพร้อมปัญหา เขาเชื่อมั่นในเรา เราก็ต้องหา Solution ให้เขา"
ปักหมุดไทย "Gateway of ASEAN"
[caption id="attachment_231340" align="aligncenter" width="881"]
คุณวิลเลียม อี. ไฮเน็ค ผู้ก่อตั้ง MJets[/caption]
คุณวิลเลียม อี. ไฮเน็ค ผู้ก่อตั้ง MJets เน้นย้ำถึงศักยภาพของภูมิภาคว่า "ประเทศไทยอยู่ศูนย์กลางของอาเซียน เหมาะมากๆ ที่จะเป็นฮับของการเติบโต รวมถึงมีผู้ประกอบการระดับโลกและความต้องการเดินทางระยะไกลที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ" โดยกลุ่มลูกค้าหลักยังคงเป็นฐานลูกค้าไทยที่ขยายตัวไปสู่ระดับสากล และเชื่อว่าอุตสาหกรรมการบินจะกลับมาแข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญกับเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
"ในธุรกิจของ MJets มีการใช้เครื่องบิน Private Aviation ที่สูงมากๆ มาตลอด 10-15 ปี เช่นในมัลดีฟส์เราก็เป็นเจ้าแรกที่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปมัลดีฟส์ดังนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่ Private Aviation จะไม่มีความสำคัญในธุรกิจ " — วิลเลียม อี. ไฮเน็ค ผู้ก่อตั้ง MJets
คุณวิลเลียม ยังเปิดเผยข้อมูลสำคัญว่าในช่วงวิกฤตที่เครื่องบินพาณิชย์ถูกระงับ เจ้าของเครื่องบินส่วนตัว (Private Owners) หลายรายได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยสนับสนุนการเดินทางของบริษัท ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของระบบนิเวศการบินส่วนบุคคลในภาวะฉุกเฉิน
ยกระดับดีลยักษ์ข้ามโลก: Gulfstream รุกฆาตตลาดไทย ชูเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน
ท่ามกลางโอกาสที่เปิดกว้างGulfstream Aerospace Corp. ได้ประกาศแต่งตั้ง เอ็มเจ็ท จำกัด (MJets Limited) เป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องบินในต่างประเทศอย่างเป็นทางการ (International Sales Representative - ISR) ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อดูแลการขายเครื่องบินธุรกิจระดับโลก
Mr. Michael Swift รองประธานกลุ่มงานขายระหว่างประเทศของ Gulfstream ให้ความเห็นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการเดินทางระหว่างประเทศให้สูงขึ้น โดยเฉพาะการเปิดตัวเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ประหยัดพลังงานเพื่อสู้กับภาวะน้ำมันแพง
"ราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นจากผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง เป็นต้นทุนก้อนใหญ่สำหรับธุรกิจการบิน แต่เครื่องบินรุ่นใหม่ๆ ของ Gulfstream สามารถลดการใช้เชื้อเพลิงที่เห็นได้ชัดมากขึ้น ซึ่งจะช่วยในสถานการณ์ที่ราคาเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นนี้"
Mr. Swift เผยข้อมูลสถิติว่า ตลาดอาเซียนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีการเติบโตเกือบ 20% และมีสัดส่วนผู้ซื้อเครื่องบินส่วนตัวลำแรกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมองเป้าหมายการเติบโตต่อเนื่องในระยะ 10 ปีข้างหน้า
เจาะโมเดล "เรือธง" MJets: สร้าง New S-Curve ผ่านศูนย์ซ่อมและการบินพยาบาล
ความแข็งแกร่งของMJets ไม่ได้หยุดอยู่ที่การบินหรือการขายเครื่องบินเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงระบบบริการหลังการขายแบบครบวงจร (End-to-End Journey)
คุณณัฏฐภัทร อธิบายว่า"เรามีบริการหลังการขายคือศูนย์ซ่อมบำรุง ลูกค้าที่อยู่กับเราเราจะดูแลเขาทั้งเจอร์นีย์ตั้งแต่ซื้อ ได้เครื่อง Manage การซ่อมบำรุง ดูแลเรื่องการบินจนจบเจอร์นีย์ของเขา คือการหาเครื่องบินลำใหม่เพื่อให้ลูกค้าได้ประสบการณ์สูงสุด ซึ่งต่างจากบริษัทอื่นที่ขายอย่างเดียวหรือซ่อมอย่างเดียว"
ในด้านผลประกอบการ ธุรกิจเช่าเหมาลำของMJets เติบโตขึ้นกว่า 100% ตั้งแต่ช่วงก่อนและหลังโควิด-19 โดยมีรายได้หลักจาก:
- FBO (Fixed-based Operator): การให้บริการภาคพื้นดินและ Terminal ส่วนบุคคล
- Maintenance: ศูนย์ซ่อมบำรุงที่เป็น "เรือธง" ของกลุ่ม
- Air Ambulance: บริการเครื่องบินพยาบาลที่เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลระดับอินเตอร์เนชั่นแนลในไทย เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์
ความร่วมมือระหว่าง MJets และ Gulfstream ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวย่างสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมการบินส่วนบุคคลในประเทศไทย ให้พร้อมรับมือกับทั้งวิกฤตการณ์โลกและโอกาสใหม่ๆ ในเศรษฐกิจยุคถัดไป
บริหารสินทรัพย์พันล้านแบบครบวงจรด้วยIS-BAO/BAH หนึ่งเดียวในภูมิภาค
MJetsไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นผู้จำหน่าย แต่ยังวางโครงสร้างรายได้ผ่าน Value Asset และการบริการหลังการขายที่ครบวงจร (Integrated Ecosystem) โดยมีศูนย์ซ่อมบำรุง (Maintenance) เป็นหนึ่งในธุรกิจเรือธง (Flagship) ซึ่งช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน MJetsให้บริการครอบคลุมตั้งแต่:
- Private Jet Terminal: ศูนย์บริการอาคารผู้โดยสารส่วนบุคคลแห่งแรกในไทย ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง
- FBO (Fixed-based Operator): การบริการภาคพื้นดินเต็มรูปแบบ
- Aircraft Management: การบริหารจัดการเครื่องบินสำหรับเจ้าของส่วนบุคคล
- Maintenance: ศูนย์ซ่อมบำรุงที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล IS-BAO และ IS-BAH