ยศชนันหาเสียง ‘สระบุรี’ ชูนโยบายเรียนได้เงิน จบได้งาน ย้ำ 'โครงการเศรษฐีเงินล้าน' ไม่ใช่การแจกเงิน
วันนี้ (27 มกราคม 2569) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส.ชัยนาท ในฐานะแกนนำพรรค ดูแลพื้นที่ภาคกลาง เดินทางมาที่สนามกีฬาเทศบาลทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.ทั้ง 4 เขต หาเสียง โดยทันทีที่เดินทางมาถึง เวทีได้เปิดเพลงใหม่ “อาจารย์เชน“ ที่เปิดตัวไปเมื่อวานนี้ ทำให้ประชาชนต่างลุกขึ้นเต้น และเข้าไปรุมล้อมขอถ่ายรูป พร้อมมอบพวงมาลัยดอกดาวเรือง, กะหรี่ปั๊บ, กล้วยกวน , กระยาสารท รวมไปถึงพวงมาลัยตุ๊กตาวัว ซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณ์ประจำจังหวัดสระบุรี เพื่อต้อนรับ
จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวปราศรัยว่า ตนเองขอพูดคุยเกี่ยวกับความฝันความหวังของสระบุรี และ 8 ก.พ. ตนเองจะเปลี่ยนความหวัง ความฝัน ให้เป็นความจริง สระบุรีมีหลายอย่างที่คนทั้งโลกจำเป็นต้องมา เป็นเมืองท่องเที่ยว เมืองสวยงาม เมืองแห่งประวัติศาสตร์ เมืองแห่งเกษตรกรรม เมืองที่อุตสาหกรรม และ วิทยาการต่างๆ ต้องเกิดที่นี่และลูกหลานของสระบุรีต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยจำเป็นต้องปลดพันธนาการต่างๆ ออกจากตัวเราก่อนที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีคือเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ก่อนจะย้ำถึงนโยบายการแก้ไขหนี้ทั้งระบบ พักชำระหนี้เกษตรกร 3 ปี
บนเวทีดังกล่าว ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยต่อว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยจะแจกคูปองให้ประชาชน ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ก็สามารถเรียนหนังสือได้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด คูปองส่วนนี้มีมูลค่า 10,000 บาท เพื่อให้คนไทยมีทักษะใหม่ ๆ เรียนไปจนถึง 4 ปี ซึ่งไม่เหมือนการเรียนในโรงเรียน เพราะไม่มีการตัดเกรด แต่เรียนแล้วจะได้เงิน จบแล้วจะได้งาน ในนโยบายด้านการศึกษา “เรียนได้เงิน จบได้งาน”
ศ.ดร.ยศชนัน ยังย้ำนโยบาย รัฐจ่าย 70 ประชาชนจ่าย 30 มั่นใจทำทันที และการเติมเงินให้ถึงเดือนละ 3,000 บาท ความเท่าเทียมทางสุขภาพ สานต่อเป็น 30 บาท AI รวมถึงกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจสู่ท้องถิ่น และยังย้ำนโยบายเศรษฐีเงินล้าน 9 คน โดยยืนยันว่า ไม่ใช่นโยบายแจกเงิน แต่เป็นการสร้างแรงจูงใจในการหารายได้ ซึ่งรัฐบาลจะกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่น ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจไปสู่ท้องถิ่นและประชาชน ผ่านการกระจายงบประมาณและลดอำนาจส่วนกลางและกระจายสู่หน่วยงานท้องถิ่น
ดังนั้นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่เปลี่ยนความฝันความฝันของพี่น้องเป็นความจริง เข้าสภาคนเดียวไม่ได้ ขอสระบุรีทั้ง 4 เขต พรรคเพื่อไทยครั้งนี้เราดูแลทุกคนเท่าเทียมกัน ครั้งนี้เสถียรภาพทางการเมืองสำคัญ ดังนั้นขอให้ยศชนันที่ได้ฝากตัวเป็นลูกหลานของพี่น้องชาวสระบุรี ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ด้วยครับ
ช่วงหนึ่งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวคารวะผู้มาร่วมฟังปราศรัยหลายคนที่สวมเสื้อสีแดงตัวเก่าตัวเดิมที่เคยร่วมต่อสู้กันในทุกสมรภูมิการเมือง โดยมีบางรายเดินมาทักทายว่าตอนนี้ดูมีราศีจับ ซึ่งนายณัฐวุฒิได้เล่นมุขตลกเรียกเสียงเฮว่า "ขอให้ราศีจับบ้าง เพราะที่ผ่านมามีแต่โดนตำรวจจับ"
ด้านนายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่าในการเลือกตั้งปี 2566 พรรคเพื่อไทยเคยมี สส.ที่เขตนี้มาแล้ว แต่ตอนนี้ได้จากไปโดยไม่รู้ว่าเดินไปหรือเลื้อยไป แบบที่สื่อเรียกว่า สส.งูเห่า ซึ่งการย้ายพรรคไปไหนไม่ใช่เรื่องผิด แต่ประชาชนจะตัดสินใจเปลี่ยนตัว สส.คนใหม่ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดเช่นเดียวกัน
"ทุกการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยเดินลงสนามการเมือง เราเอาชนะด้วยการไม่ใช้เงิน แต่เราเอาผลงานจากนโยบาย เดินซื้อใจประชาชน"
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่าในรอบ 20 ปี พรรคเพื่อไทยโดนความจากกระบวนการอยุติธรรมเล่นงานมาโดยตลอด ทั้งการยุบพรรคหรือปลดนายกฯ ถ้าเป็นพรรคอื่นโดนแบบนี้ พับฐานเลิกไปแล้ว แต่วันนี้พรรคเพื่อไทยยังเดินทางต่อเป็นตัวเลือกให้ประชาชนได้ เพราะประชาชนจดจำเราได้ว่านี่คือพรรคที่ทำเพื่อประชาชน
โดยช่วงหนึ่งมีผู้ฟังปราศรัยบอกว่าอยากให้มีนโยบายเพิ่มเบี้ยชรา 3,000 บาท ซึ่งนายณัฐวุฒิตอบว่าในรอบนี้มีนโยบายคนไทยไร้จน ที่จะดูแลคนกลุ่มเปราะบางด้วยการเติมเงิน 3,000 บาท ให้กับประชาชน 3.4 ล้านคน เพื่อให้ก้าวพ้นความยากจน อยู่ได้อย่างมีศักดิ์และเท่าเทียม โดยมีเสียงปรบมือจากผู้สนับสนุนพรรคเพื่อให้การตอบรับนโยบาย
ในช่วงท้าย นายณัฐวุฒิ กล่าวถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าไม่มีวันได้กินหวยสีแดง เหมือนหวยสีส้ม เพราะหากเพื่อไทยเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้ง เพื่อไทยโหวต ศ.ดร.ยศชนัน เพียงหนึ่งเดียว
"วันนี้ต้องดึงอำนาจกลับมาจากฝ่ายสีน้ำเงิน ตอนนี้เขามี สว.ที่มีคดีฮั้ว สว. ถ้ารัฐบาลเป็นสีน้ำเงินอีกครั้ง ประเทศไทยจะเดินถอยหลังไปอีกหลายสิบปี ดังนั้นต้องกลับมายืนด้วยกัน กาเพื่อไทยทั้งสองใบให้เป็นรัฐบาล ดึงอำนาจรัฐกลับมาให้อยู่กับฝ่ายประชาธิปไตย"
.