ธนชาตประกันภัย วางระบบเคลมครบ “ก่อน-ระหว่าง-หลังวิกฤต”
ธนชาตประกันภัย เดินหน้าดูแลผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ จัดการเคลมเป็นระบบ “ก่อน–ระหว่าง–หลังวิกฤต” เร่งจ่ายสินไหมถึงมือผู้เอาประกันเร็วขึ้น
27 ม.ค. 69 - นางวิชินี โอรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนชาตประกันภัย ยืนยันความพร้อมในการดูแลลูกค้าและประชาชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการวางแผนรับมือภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งการป้องกัน การช่วยเหลือระหว่างเกิดเหตุ และการเร่งเคลมหลังสถานการณ์คลี่คลาย เพื่อให้การช่วยเหลือเกิดขึ้นอย่าง “ทันเวลา ตรงจุด และต่อเนื่อง”
บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเคลมในช่วงวิกฤตเป็นพิเศษ โดยออกแบบการทำงานแบ่งออกเป็น 3 ระยะหลัก เพื่อให้ลูกค้าได้รับความช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนี้
- วางแผนล่วงหน้า ลดความเสียหายตั้งแต่ต้นทาง ในช่วงก่อนเกิดเหตุ ธนชาตประกันภัยมุ่งลดความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายให้มากที่สุด ผ่านการสื่อสารเชิงรุกไปยังลูกค้า ทั้งการแจ้งเตือนสถานการณ์อุทกภัย การแนะนำแนวทางป้องกันความเสียหายล่วงหน้า รวมถึงการสนับสนุนจุดจอดรถในพื้นที่ปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม
- ลงพื้นที่ทันทีระหว่างวิกฤต เมื่อเกิดอุทกภัย เป้าหมายหลักของบริษัทคือการช่วยให้ลูกค้าและประชาชนพ้นวิกฤตโดยเร็วที่สุด ทีมงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนเรือ รถยก และเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการเข้าถึงพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน การดูแลครอบคลุมทั้งลูกค้า ประชาชน และพนักงานในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้จัดเตรียมถุงยังชีพจำนวน 300 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงเร่งด่วน
- เร่งเคลมหลังน้ำลด ช่วยให้ชีวิตกลับสู่ปกติ หลังสถานการณ์คลี่คลาย ธนชาตประกันภัยเร่งดำเนินการพิจารณาและอนุมัติสินไหมทดแทนอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วนของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมบ้าน การนำรถกลับมาใช้งาน หรือการบริหารค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เป้าหมายคือให้การช่วยเหลือ “เกิดขึ้นเร็วพอ” เพื่อประคับประคองการดำรงชีวิตและการทำมาหากินหลังวิกฤต
นางวิชินี กล่าวว่า เพื่อเพิ่มความคล่องตัว บริษัทได้เสริมมาตรการพิเศษ อาทิ การเพิ่มช่องทางแจ้งเคลมผ่านระบบดิจิทัล เปิดศูนย์บริการลูกค้าชั่วคราวในพื้นที่ประสบภัย จัดตั้ง War Room เพื่อติดต่อลูกค้าและติดตามการช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด รวมถึงส่งทีมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประเมินความเสียหาย เพื่อเร่งการอนุมัติการซ่อมแซมให้เร็วที่สุด
ครอบคลุมทั้งออฟไลน์และออนไลน์
สำหรับการเคลมประกันภัยรถยนต์ในกรณีปกติ ผู้เอาประกันสามารถแจ้งเคลมได้หลายช่องทาง ทั้งการแจ้งเหตุ ณ จุดเกิดเหตุผ่านศูนย์รับแจ้งอุบัติเหตุ โทร. 1519 ตลอด 24 ชั่วโมง การนัดหมายสำรวจความเสียหายล่วงหน้า หรือการแจ้งเคลมออนไลน์ผ่านช่องทางของบริษัท โดยธนชาตประกันภัยจะประสานงานกับศูนย์ซ่อมในเครือและติดตามสถานะการซ่อมอย่างต่อเนื่อง
ยอดเคลมกว่า 3,000 เคส
ปัจจุบัน ธนชาตประกันภัยได้เข้าไปดูแลพื้นที่ภาคใต้รวม 9 อำเภอ ครอบคลุมจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีการแจ้งเคลมรวมกว่า 3,000 เคส ทั้งประกันภัยรถยนต์และประกันภัยที่อยู่อาศัย
โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีการแจ้งเคลมรวม 2,381 เคส แบ่งเป็นประกันภัยรถยนต์ประมาณ 2,100 เคส และประกันภัยบ้าน 281 เคส โดยได้อนุมัติจ่ายค่าสินไหมทดแทนแล้ว คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 750 ล้านบาท
เครือข่ายอู่ซ่อมหนุนฟื้นฟูเร็ว
ด้านการให้บริการ ธนชาตประกันภัยมีเครือข่ายอู่ซ่อมในพื้นที่ภาคใต้กว่า 180 แห่ง รองรับการซ่อมแซมรถยนต์ของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ ช่วยให้ลูกค้ากลับมาใช้รถและกลับไปทำงานได้เร็วขึ้น สะท้อนบทบาทของบริษัทในการเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูชีวิตและเศรษฐกิจหลังภัยพิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
เสียงสะท้อนลูกค้าจริง
กลุ่มประกันภัยที่อยู่อาศัย
ฑิฆัมพร นวลวิไลลักษณ์ ผู้ถือทั้งประกันบ้านและประกันรถยนต์ ระบุว่า บ้านพักอาศัยได้รับการอนุมัติค่าสินไหมเต็มทุน วงเงิน 200,000 บาท โดยขั้นตอนการเคลมไม่ยุ่งยาก และใช้ระยะเวลาดำเนินการรวดเร็วกว่าที่เคยได้รับจากบริษัทประกันอื่น
ขณะที่ อารักษ์ รุจิระศิริกุล อีกหนึ่งลูกค้าในพื้นที่เดียวกัน ได้รับการอนุมัติค่าสินไหมเต็มทุน 200,000 บาทเช่นกัน โดยมองว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่มีความชัดเจน ช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด และสามารถจ่ายสินไหมได้ภายในกรอบเวลาที่แจ้งไว้ สร้างความพึงพอใจต่อการบริการโดยรวม
กลุ่มประกันภัยรถยนต์
จักรกฤษณ์ รัตนพันธ์ ลูกค้าธนชาตประกันภัยมานาน 9 ปี ระบุว่า รถยนต์ ISUZU MU-X ปี 2012 ที่ทำประกันชั้น 1 แบบคืนทุน ได้รับค่าสินไหม 390,000 บาทตามเงื่อนไข โดยขั้นตอนการเคลมและการรับรถกลับมาเป็นไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเปรียบเทียบกับประสบการณ์จากบริษัทอื่น ถือว่ามีความคล่องตัวและได้มาตรฐาน
ด้าน นายเผด็จ บริสุทธิ์ ลูกค้ามา 7 ปี ซึ่งทำประกันรถยนต์ MERCEDES-BENZ GLA 200 แบบคืนทุน ได้รับค่าสินไหม 950,000 บาท มองว่าการยื่นเอกสารใช้เวลาไม่นาน และได้รับบริการรวดเร็ว แม้ต้องมีการติดตามบางขั้นตอน แต่โดยรวมยังพึงพอใจกับการดูแลและผลลัพธ์ของการเคลม
เสียงสะท้อนจากลูกค้าทั้งสองกลุ่มชี้ให้เห็นว่า ความรวดเร็วในการอนุมัติและการจ่ายค่าสินไหมทดแทน เป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นต่อบริษัทประกันภัย โดยเฉพาะในช่วงที่ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและภัยธรรมชาติเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา