โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

รีวิว ROG Phone 8 Pro Edition ดีไซน์สวยแบบเรียบหรู แต่ยังแรงดุดันฉบับนักเล่นเกม

Siamphone

อัพเดต 06 ก.พ. 2567 เวลา 12.49 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2567 เวลา 03.15 น.
รีวิว ROG Phone 8 Pro Edition ดีไซน์สวยแบบเรียบหรู แต่ยังแรงดุดันฉบับนักเล่นเกม

มาถึงกันแล้วกับ ROG Phone 8 Series โดยขนมาขายในบ้านเราด้วยกัน 3 รุ่นคือ ROG Phone 8 Pro Edition, ROG Phone 8 Pro และ ROG Phone 8 การมารอบนี้ยังคงให้สเปคที่จัดเต็ม เหมาะกับการเป็นสมาร์ทโฟนเพื่อการเล่นเกมเช่นเคย แต่สิ่งที่แปลกออกไปคือ การดีไซน์ตัวเครื่องที่ดูเรียบหรูให้ความพรีเมี่ยมมากขึ้น ซึ่งมีตัวเครื่องที่บาง ขอบเครื่องแบบเรียบ หน้าจอกว้างชิดขอบ และไม่ได้ดูล้ำๆ แปลกๆ เหมือนกับ ROG Phone ที่ผ่านๆ มา สำหรับ 2 รุ่นแรกจะต่างกันแค่ขนาด RAM กับ ROM และรุ่นเล็กสุดจะถูกลดสเปคบางส่วน พร้อมกับดีไซน์ที่แตกต่างเล็กน้อย แต่ในการรีวิวนี้จะเน้นไปในรุ่น ROG Phone 8 Pro Edition

ขนาดตัวเครื่อง และน้ำหนัก

  • ROG Phone 8 Pro Edition : 163.8x76.8x8.9 มิลลิเมตร และน้ำหนัก : 225 กรัม
  • ROG Phone 8 : 163.8x76.8x8.9 มิลลิเมตร และน้ำหนัก : 225 กรัม

หน้าจอแสดงผล AMOLED กว้าง 6.78 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400x1080) อัตรา Refresh Rate แบบ LTPO สูงสุด 165Hz ปรับความสว่างได้สูงสุด 2,500nits และครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass Victus 2

เหนือหน้าจอแสดงผล ใช้ดีไซน์รอยแหว่งแบบจอเจาะรู ในนั้นมีกล้องหน้า ความละเอียด 32MP และขอบหน้าจอด้านบนเป็นลำโพงเสียง

ล่างหน้าจอแสดงผล มีที่สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และไม่มีปุ่มใช้งานแบบฮาร์ดแวร์

ข้างซ้ายตัวเครื่อง มีพอร์ต USB Type-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ และติดตั้งพัดลมระบายความร้อน AeroActive Cooler X

ข้างขวาตัวเครื่อง มีปุ่มใช้งานพื้นฐานคือ ปุ่มยาวเพิ่มเสียงลดเสียง และปุ่มเพาเวอร์ ถัดลงมาเป็นรูไมโครโฟน นอกจากนี้ด้านบนสุด และล่างสุดยังเป็นปุ่มเสริม AirTrigger เพิ่มมิติในการเล่นเกม

ส่วนบนตัวเครื่อง มีเพียงรูไมโครโฟนเท่านั้น

ใต้ตัวเครื่อง ทางซ้ายสุดมีรูไมโครโฟน ถัดมาเป็นพอร์ต USB Type-C ตามมาด้วยช่องใส่ถาดซิมกาด รองรับ NanoSIM 2 ช่อง และมีลำโพงเสียง พร้อมช่องเสียบหูฟัง 3.5mm

ด้านฝาหลังตัวเครื่อง ROG Phone 8 Pro Edition จะให้ความพรีเมี่ยมมากกว่า โดยมีผิวสัมผัสแบบนุ่มๆ เหมือนบาง และมีผิวแบบดำด้าน ส่วน ROG Phone 8 จะเป็นแบบพลาสติก ทั้งคู่ยังมีหน้าจอไฟ LED หรือทาง ROG เรียกว่า Anime Vision

ส่วนกล้องหลังจะมีโมดูลแบบ 5 เหลี่ยม นูนสูงขึ้นมา โดยทั้ง 2 รุ่นมีกล้องหลังที่แตกต่างกัน

ROG Phone 8 Pro Edition

  • กล้องหลัก Sony IMX890 ขนาด 1/1.56 นิ้ว ความละเอียด 50MP รูรับแสง f/1.9 กันสั่น Gimbal OIS
  • กล้อง Telephoto ความละเอียด 32MP รูรับแสง f/2.4
  • กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 13MP เปิดมุมกว้าง 120 องศา

ROG Phone 8

  • กล้องหลัก Sony IMX890 ขนาด 1/1.56 นิ้ว ความละเอียด 50MP รูรับแสง f/1.9 กันสั่น Gimbal OIS
  • กล้อง Macro ความละเอียด 5MP
  • กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 13MP มุมกว่าง 120 องศา

อุปกรณ์ในกล่อง

  • ตัวเครื่อง ROG Phone 8 Edition
  • อะแดปเตอร์ Type-C จ่ายไฟ 65W
  • สายถัก USB Type-C To Type-C
  • พัดลม AeroActive Cooler X (ROG Phone 8 จะไ่ม่ได้พัดลม)
  • เคส Aero Case
  • สายนำถาดซิมออก
  • ซองผ้าใส่พัดลม
  • คู่มือการใช้งาน และใบรับประกัน

โดดเด่นด้วยดีไซน์สวยแบบเรียบๆ ดูพรีเมี่ยมROG Phone 8 Pro Edition มีความโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ปรับโฉมมาใหม่ดูเรียบหรู ไม่ดุดันเหมือน ROG Phone รุ่นเก่าๆ ที่มีความเป็นเกมมิ่งโฟนแบบจ๋าๆ และยังมีความบางกว่า 15% เล็กกว่า 17% เบากว่า 9% หากเทียบกับรุ่นก่อนหน้า นอกจากนี้ยังมีฝาหลังให้การสัมผัสแบบนุ่มๆ ผิวแบบดำด้านเนียนๆ ให้ความเป็นสมาร์ทโฟนผสมเกมมิ่งโฟนแบบ Premium Device อย่างลงตัว ส่วน ROG Phone 8 จะให้ฝาหลังแบบพลาสติก แต่ขนาดกับน้ำหนักยังเท่าตัวโปร

จอหลัง AniMe Vision ไฟ LED ใส่ข้อความเองได้ด้วยด้านฝาหลังของ ROG Phone 8 Pro Edition จะมีหน้าจอ LED ที่เรียกว่า AniMe Vision โดยในจอมีไฟ LED กว่า 341 ดวง สามารถแสดงภาพเคลื่อนไหว หรือปรับแต่งเองได้ เวลาทำกิจกรรมต่างๆ ในเครื่อง ส่วนสิ่งที่ชอบมากๆ คือ การใส่ข้อความได้เอง ทำเป็นไฟวิ่งเวลาไปดูคอนเสิร์ตได้อีกทาง ส่วน ROG Phone 8 จะเป็นไฟ Aura Sync เล่นแสงสีกับโลโก้ ROG แทน

หน้าจอแสดงผล AMOLED รีเฟรช LTPO 165Hzมารอบนี้ ROG Phone 8 Series ปรับหน้าจอใหม่ดูกว้าง และทันสมัยขึ้น เพราะมีการปรับมาใช้รอยแหว่งหน้าจอแบบจอเจาะรู จากเดิมส่วนบนจะมีการกินพื้นที่หน้าจอไว้เป็นกล้องหน้า ส่วนหน้าจอยังเป็นพาแนล E6 AMOLED กว้าง 6.78 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ให้สีที่แม่นยำสวยงามมาตรฐาน Delta-E < 1 และปรับความสว่างได้สูงสุด 2500nits ในขณะที่อัตรา Refresh Rate สูงสุด 165Hz เป็นแบบ LTPO รองรับ adaptive refresh rate ปรับให้แบบอัตโนมัติตามลักษณะการใช้งาน และมีอัตราการตอบสนองสูงถึง 720Hz สัมผัส เคลื่อนไหวติดนิ้ว ไม่พอแค่นั้นยังมีความแข็งแกร่งด้วยการครอบทับ Gorilla Glass Victus 2

สเปคแรงเล่นเกมลื่นๆ ด้วย Snapdragon 8 Gen 3ทั้งการใช้งาน และการเล่นเกมแทบไม่ต้องเป็นห่วง เพราะ ROG Phone 8 Series ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 ชิปเซ็ตระดับเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด ทำงานร่วมกับ RAM สูงสุด 24GB LPDDR5x และ ROM 1TB แบบ UFS 4.0 ความแรงไม่ได้มีแค่ฮาร์ดแวร์ยังมีซอฟแวร์ X-Mode ช่วยรีดประสิทธิภาพการทำงานให้อยู่ขั้นสูงสุดตลอดเวลา เสริมความเร็วให้ทุกการใช้งานได้ง่ายๆ โดยการเข้า X-Mode สามารถเริ่มได้ด้วยการบีบตัวเครื่องช่วงล่าง แต่การใช้งานในโหมดนี้จะกินแบตเตอรี่พอสมควร

ทดสอบการเล่นเกมROG Phone 8 Series เป็นเกมมิ่งโฟนตัวท็อปขนาดนี้ เล่นเกมแบบปรับกราฟฟิกสูงๆ ไม่ได้ก็เสียชื่อเปล่าๆ โดยในการทดสอบได้ใช้เกม Genshin Impact ในการทดสอบก็เล่นได้แบบลื่นๆ ด้วยกราฟฟิกระดับสูง และอัตรารีเฟรช 60fps ส่วนอีกเกมเป็น PUBG Mobile สามารถปรับกราฟิกในระดับ Ultra HDR และเฟรมเรตระดับสูง ซึ่งการเล่นจริงก็ไร้ปัญหาเช่นเคย ทั้งนี้ในระหว่างเล่นเกมผู้ใช้สามารถเปิดหน้าต่างตัวช่วยอย่าง Game Genie สำหรับการปรับแต่งต่างๆ ในระหว่างเล่นเกม โดยการเปิดหน้าต่างต้องทำการปัดหน้าจอมุมบนซ้าย หรือขวาลากเป็นแนวทแยง

เล่นเกมง่ายขึ้นจากปุ่ม AirTriggersปุ่มเสริม AirTriggers ยังคงมีมาให้เช่นเดิม โดยจะอยู่ทางด้านขวาของตัวเครื่อง แต่ละข้างสามารถแบ่งเป็น 2 ปุ่มได้ และปรับแรงกดได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีการควบคุมแบบไจโร เหมาะกับเกมแนวขับรถ และปุ่มเสริมอีก 2 ปุ่มบนพัดลมระบายความร้อน AeroActive Cooler X ส่วนการตั้งค่าปุ่มสามารถปรับแต่งในระหว่างเล่นเกม ในแผงเครื่องมือ Game Genie

การระบายความร้อนดีเยี่ยม ติดพัดลม AeroActive Cooler X ยิ่งเย็นหายห่วงแม้ว่าตัวเครื่องจะมีความบางขึ้น แต่ระบบระบายความร้อนก็ให้มาแบบจัดเต็มด้วยระบบ GameCool 8 ภายในมีทั้ง Graphite Sheet 2 ชั้น, Rapid-cooling Conductor, Boron Nitride, Dual Batteries, และ Vapor Chamber ทั้งหมดสามารถระบายความร้อนได้ดี 360 องศา และลดความร้อนได้ดีขึ้น 20% จากที่ทดสอบก็ยังมีความร้อนออกมาอยู่ในการเล่นเกม Genshin Impact แบบปรับสุด แต่ก็ไม่ส่งผลกับการเล่นเกมแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ROG Phone 8 Pro Edition ยังมีทางเลือกเสริมในการระบายความร้อนมาให้อีกคือ พัดลม AeroActive Cooler X เย็นจับใจมากกว่าเดิม พร้อมไฟ RGB ส่วนงาม

ระบบเสียง 3 มิติ ต่อหูฟังก็คุณภาพเสียงเต็มประสิทธิภาพเรื่องของระบบเสียงก็ให้มาแบบจัดเต็ม สร้างความบันเทิงได้เต็มรูปแบบ โดยลำโพงเสียงมาแบบลำโพงคู่ Stereo ปรับแต่งด้วยเทคโนโลยี OZO Audio ให้เสียงออกมาแบบ 3 มิติ และกำจัดเสียงรบกวนได้ดี นอกจากนี้ยังมีให้ประสบการณ์เสียงแบบขั้นสุดในการเชื่อมต่อกับหูฟัง ไม่ว่าจะไร้สาย หรือแบบสาย โดยมีระบบ Dirac Virtuo พร้อมกับระบบ AI ในการตัดเสียงรบกวน ไม่พอแค่นั้นยีงให้คุณภาพเสียงเทียบเคียงไฟล์ต้นฉบับด้วย Hi-Res และเสียงเที่ยงตรง และมีความหน่วงต่ำอย่าง Qualcomm aptX Adaptive และ aptX Lossless

ระบบความปลอดภัยไบโอเมตริกROG Phone 8 Pro Edition, ROG Phone 8 Pro และ ROG Phone 8 มาพร้อมระบบความปลอดภัยไบโอเมตริกทั้งสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และสแกนใบหน้า

แบตเตอรี่เยอะ รองรับชาร์จไว 65Wทั้งหมด ROG Phone 8 Pro Edition, ROG Phone 8 Pro และ ROG Phone 8 มีแบตเตอรี่ขนาด 5500mAh มาให้ หากใช้งานทั่วไปก็เหลือๆ ตลอดทั้งวัน แต่เอาจริงๆ คนใช้งาน ROG Phone ก็จะเน้นใช้เล่นเกมเป็นหลัก แบบปรับภาพสวยๆ แน่นอนว่าคงไม่เหลือรอด ยิ่งเปิด X-Mode ยิ่งสูบแบตเตอรี่ไปใหญ่ ซึ่งตัวเครื่องก็รองรับการชาร์จพร้อมเล่นเกมไปด้วยได้ โดยรองรับการชาร์จเร็ว 65W HyperCharge USB PD สามารถชาร์จจาก 1% ใช้เวลา 45นาที กลับมาเต็ม 100% นอกจากนี้ยังรองรับการชาร์จไร้สาย 15W อีกด้วย

สเปคกล้องถ่ายรูปแม้ว่า ROG Phone 8 Pro Edition จะเป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นการเล่นเกมเป็นหลัก แต่การใช้งานกล้องถ่ายรูป ก็ถูกยกระดับให้ดีขึ้นมากทีเดียว โดยรอบนี้มาพร้อมตัวกันสั่นแบบ Gimbal OIS ใช้บันทึกวิดีโอระดับ FHD ที่ 60fps ได้ นอกจากนี้ยังมีกล้องหลัง 3 ตัว กล้องหลัก ความละเอียดสูงสุด 50MP ใช้เซนเซอร์ Sony IMX890 ขนาด 1/1.56 นิ้ว ต่อมาเป็นกล้อง Telephoto ความละเอียด 32MP กันสั่น OIS สามารถซูมแบบ Optical ได้ 3 เท่า และกล้องสุดท้ายเป็น Ultra-Wide ความละเอียด 13MP เปิดมุมกว้างได้ 120 องศา และมีกล้องหน้า ความละเอียด 32MP

ส่วนตัว ROG Phone 8 จะโดนตัดกล้อง Telephoto ออกไป และให้กล้อง Macro ความละเอียด 5MP มาแทน

สเปคของ ROG Phone 8 Pro Edition

  • ขนาดตัวเครื่อง : 163.8x76.8x8.9 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 225 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล : E6 AMOLED กว้าง 6.78 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400x1080) อัตรา Refresh Rate แบบ LTPO สูงสุด 165Hz ปรับความสว่างได้สูงสุด 2,500nits และครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass Victus 2
  • ชิปเซ็ต : Qualcomm Snapdragon 8 Gen 3 ความเร็ว 3.3GHz
  • RAM : 16GB LPDDR5x
  • ROM : 1TB UFS 4.0
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 14
  • กล้องหลัง 3 ตัว พร้อมไฟแฟลช LED- กล้องหลัก Sony IMX890 ขนาด 1/1.56 นิ้ว ความละเอียด 50MP รูรับแสง f/1.9 กันสั่น Gimbal OIS- กล้อง Telephoto ความละเอียด 32MP รูรับแสง f/2.4- กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 13MP เปิดมุมกว้าง 120 องศา
  • กล้องหน้า ความละเอียด 32MP
  • เครือข่าย : 5G / 4G LTE / 3G / 2G รองรับ Nano SIM 2 ช่อง
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 7, Bluetooth 5.3, NFC, GPS, พอร์ต USB Type-C, ช่องเสียบหูฟัง 3.5mm
  • แบตเตอรี่ : 5,500mAh สนับสนุนชาร์จเร็วผ่านสาย 65W และไร้สาย 15W

สรุปสิ่งที่ ROG Phone 8 โดนลดสเปคลงมา

  • ROG Phone 8 คือรุ่นเล็กสุดในซีรี่ย์ โดยมีการดีไซน์ฝาหลังเป็นแบบพลาสติก และไฟฝาหลังแบบ RGB บนโลโก้ ROG
  • ไม่มีกล้อง Telephoto ได้กล้อง Macro แทน
  • RAM 12GB และ ROM 256GB

การทดสอบความเร็วและการแสดงผลของเครื่อง

  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพความเร็ว AnTuTu Benchmark : 2,194,945 คะแนน
  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพโดยรวม Geekbench 5 ได้คะแนน Single-Core : 2263 คะแนน และ Multi-Core : 7118 คะแนน
  • ผลการทดสอบกราฟิกด้วย 3D MARK (Wild Life Extreme) : 5194 คะแนน
  • ผลตรวจสอบระบบสัมผัสหน้าจอแบบ Multitouch สูงสุด 10 จุด

สรุปราคา และการจัดจำหน่ายในตอนนี้ ROG Phone 8 Series ก็ตบเท้าเข้ามาวางขายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยมาด้วยกัน 3 รุ่นคือ ROG Phone 8 Pro Edition, ROG Phone 8 Pro และ ROG Phone 8 พร้อมกับราคาเริ่มต้นที่ 29,990 บาท เริ่มเปิดให้จับจองในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นไป

AIS Promotionราคาพิเศษเมื่อซื้อเครื่องพร้อมแพ็คเกจรายเดือนกับ AIS 5GROG Phone 8 ราคาเริ่มต้นที่ 25,690.-*, ROG Phone 8 Pro ราคาเริ่มต้นที่ 33,690.-* และ ROG Phone 8 Pro Edition ราคาเริ่มต้นที่ 43,690.-**เงื่อนไขตามที่ AIS กำหนด อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://m.ais.co.th/epHZ4PpuY

คุ้มอีกถึง 3 ต่อ !!“พบกับโปรโมชันเปิดตัว ROG Phone 8 – Early Bird ซื้อก่อน คุ้มกว่าถึง 3 คุ้ม"

- คุ้มแรก :ครั้งแรกกับการ Trade-in ‘เก่าแลกใหม่’ ที่สามารถนำเครื่องเก่ามาแลกเป็นส่วนลดได้ พร้อมรับส่วนลดเพิ่มอีก 3,000 บาท จากราคาประเมินเฉพาะร้านตัวแทนจำหน่ายสาขาที่ร่วมรายการเท่านั้นเฉพาะวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2567

- คุ้มที่สอง :ซื้อตอนนี้ รับเลย1) DevilCase for ROG Phone 8 มูลค่า 1,490 บาท2) Glass Screen Protector for ROG Phone 8 มูลค่า 590 บาทของแถมจำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย

- คุ้มที่สาม :สแกน QR Code เพื่อลงทะเบียน รับกระเป๋า ROG Slash Sling Bag 2.0 มูลค่า 1,990 บาทสำหรับเฉพาะลูกค้าที่ซื้อรุ่น ROG Phone 8 (12/256) ทั้งสีเทา/สีดำ และ ROG Phone 8 Pro (16/512)โดยโปรโมชันนี้เฉพาะวันที่ 1 – 18 กุมภาพันธ์ 2567 เท่านั้น”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...