24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 14 มีนาคม 2567
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 14 มีนาคม 2567
>> นักศึกษาสาว ขี่รถ จยย. เฉี่ยวชนกับรถกระบะ ก่อนล้มคว่ำแล้วถูกรถบัส ตามหลังทับซ้ำ เสียชีวิต
08.07 น. ได้รับแจ้งจาก มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ มีอุบัติเหตุรถบัสมาเลเซียชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บ บริเวณหน้าวัดปลักกริมใน ถนนพลพิชัย เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกูปปี้ - ไอ สีเทา ทะเบียน 1428 สงขลา ล้มคว่ำ ห่างไปเล็กน้อย พบรถบัส ยี่ห้อซาร์บ สีขาว-แดง ป้ายทะเบียนมาเลเซีย 3299 จอดอยู่ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิต 1 คน เป็นหญิงไทย อายุประมาณ 18 - 20 ปี อยู่ในสภาพมีแผลเปิดที่ศีรษะ เป็นนักศึกษาหญิง คณะศิลปศาสตร์ สาขาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย
เบื้องต้น รถจักรยานยนต์ได้เฉี่ยวชนกับรถกระบะก่อน (กระบะไม่อยู่ที่เกิดเหตุ) ทำให้รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ และเป็นจังหวะที่รถบัสมาเลเซีย ขับผ่านมาพอดี จุงได้เหยียบผู้เสียชีวิตที่ตกจากรถเข้าที่ศีรษะ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงต้องรอผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่
>> "ทักษิณ" ถึงเชียงใหม่ "สมชาย-เยาวภา" มารอรับ "บิ๊กโจ๊ก" นำ ตร.ดูแลความปลอดภัย
09.27 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางโดยเครื่องบินส่วนตัว ถึง ท่าอากาศยาน ทหารกองบิน 41 จ.เชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นการกลับมาบ้านเกิดครั้งแรก ในรอบ 17 ปี หลังเกิด รัฐประหารปี 2549
หลังจาก ช่วงเช้ามืดวันนี้ ได้ไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลหลักเมืองก่อนเดินทางมาถึงจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อมาถึง น.ส.เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้นำขบวนรถไปรับ โดย นายทักษิณ ได้ลดกระจกลง ยกมือสวัสดีทักทายสื่อมวลชน ก่อนที่จะออกจากสนามบิน
ทั้งนี้ รถยนต์ที่ นายทักษิณ นั่ง ที่เชียงใหม่เป็นรถตู้ สีดำ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร โดยมี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาดูแลความปลอดภัยด้วย จากนั้นทั้งหมดจะเดินทางไปยังอุทยานหลวงราชพฤกษ์ เป็นจุดแรก
>> จ.แม่ฮ่องสอน พิจารณาให้สัญชาติไทยและให้สถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย แก่ชนกลุ่มน้อย
09.30 น. ที่ ห้องประชุมประดิษฐ์จองคำ ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานการประชุม คณะอนุกรรมการพิจารณาให้สัญชาติไทยและให้สถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย แก่ชนกลุ่มน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครั้งที่ 1/2567 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม
สำหรับการประชุมในครั้งนี้เพื่อทราบพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 การประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ให้สถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายและมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาในราชอาณาจักรไทยและอาศัยอยู่มานาน นอกจากนั้นยังพิจารณาคำร้องขอมีสถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายฯ จากอำเภอและได้ตรวจสอบเอกสารประกอบคำร้องแล้ว พบว่ามีคำร้องที่นำเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาให้สถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย แก่ชนกลุ่มน้อยระดับจังหวัด เพื่อพิจารณาคุณสมบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 จำนวน 202 ราย
โดยมติที่ประชุมพิจารณาคุณสมบัติโดยมีเงื่อนไขว่าถ้าผลตรวจสอบพฤติการณ์แล้วพบว่าไม่มีพฤติการณ์ด้านความมั่นคงให้ถือว่าผู้ยื่นคำขอฯ มีคุณสมบัติครบถ้วนจึงส่งคำขอดังกล่าวให้กรมการปกครองดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
>> ปปง. ประสาน สน.เตาปูน สอบเส้นทางการเงินผู้ต้องหาฟอกเงินเว็บพนันออนไลน์ BNK Master ที่มีตำรวจชั้นผู้ใหญ่เอี่ยว
12.00 น. นายวิทยา นีติธรรม โฆษกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เปิดเผยถึงดำเนินการในกรณีผู้ต้องหาที่มีทั้งตำรวจและพลเรือน รวมถึงนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาสมคบกันกระทำความผิดฐานฟอกเงินฯ และเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงินในคดีเว็บพนันออนไลน์ BNK Master นั้น ขณะนี้ ปปง.อยู่ระหว่างการงานร่วมกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลเตาปูน เพื่อนำรายงานการสอบสวนในคดีมาพิจารณาว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายมูลฐานความผิดการฟอกเงินหรือไม่ หากพบว่าเข้าข่ายความผิด ปปง.จะดำเนินการตรวจสอบยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยยืนยันว่าจะดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและข้อมูลตำรวจที่ส่งมาด้วยว่า มีความแน่นหนาเพียงใด
ส่วนกรณีการตรวจสอบการทำธุรกรรมซื้อขายทองของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท เมื่อปี 2563 ตามที่มีกระแสข่าวนั้น นายวิทยาเปิดเผยว่า ตามกฎหมายแล้ว หากร้านทองมีการทำธุรกรรมซื้อขายเกิน 2 ล้านบาท จะต้องรายงานมายัง ปปง. ทุกครั้ง มิฉะนั้นจะมีความผิดกรรมละ 1 ล้านบาท และจะถูกปรับรายวันอีกวันละ 1 หมื่นบาท จนกว่าจะรายงานข้อมูลถูกต้อง โดยสำหรับร้านทองที่มีกระแสข่าวนั้น จากการตรวจสอบพบว่ามีการรายงานธุรกรรมการซื้อขายทองดังกล่าวมายัง ปปง.แล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า ปปง.ได้ดำเนินการตรวจสอบการรายงานธุรกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการฟอกเงินตามที่ปรากฏเป็นข่าวแล้ว พบว่าทางร้านทองที่รับซื้อได้รายงานการทำธุรกรรมดังกล่าวมายัง ปปง.ตั้งแต่ปี 2563 โดยเป็นการซื้อขายหลายครั้ง ผ่านธุรกรรมทางธนาคาร ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเส้นทางการเงินจากร้านทองที่ชำระให้กับผู้ขายว่าปัจจุบันไปอยู่ที่ใด ซึ่งยอดเงินอาจสูงถึงกว่า 200 ล้านบาท
>> หนุ่มวัย 21 ปีขับรถกระบะ ชนท้ายรถเทรลเลอร์ เสียชีวิตร่างติดค้างในซากรถ
12.37 น. มูลนิธิกู้ชีพพะตงเทิดธรรม ได้รับแจ้ง มีอุบัติเหตุรถกระบะ ชนท้ายรถเทรลเลอร์ และมีผู้บาดเจ็บติดค้างในยานพาหนะ บริเวณจุดกลับรถก่อนถึงวัดโคกศักดิ์ ถนนกาญจนวนิช ม.5 ต.พังลา อ.สะเดา จ.สงขลา
ที่เกิดเหตุ พบรถเทรลเลอร์ จอดขวางอยู่กลางถนน ในสภาพท้ายรถมีรอยการเฉี่ยวชนเสียหาย ใกล้กันพบรถกระบะ โตโยต้า สีดำ ป้ายทะเบียน สงขลา พลิกตะแคงสภาพหน้ารถพังยับ ตรวจสอบพบว่าคนขับรถกระบะ ได้เสียชีวิตและร่างยังติดภายในซาก รถเจ้าหน้าที่กู้ชีพใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดรถ และสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้ ตรวจสอบเอกสาร ทราบชื่อ นายศรราม อายุ 21 ปี ในส่วนของสาเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองแงะ จะดำเนินการสอบสวน ก่อนมอบให้กู้ชีพในพื้นที่นำร่างผู้เสียชีวิตส่งนิติเวช รพ.สะเดา
>> ไฟไหม้รถตู้ วอดทั้งรถและเงินแสนที่กู้ธนาคารมาใช้หนี้
14.00 น. สภ.ประจันตคาม ได้รับว่า มีเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ บริเวณถนนเส้นทางอำเภอศรีมหาโพธิ มุ่งหน้าอำเภอประจันตคาม จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณ บ้านเกาะเสือ หมู่ที่ 4 ต.เกาะลอย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี จึงประสานรถน้ำของ อบต.ประจันตคาม และอบต.เกาะลอย เข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้รถยนต์ตู้อย่างรุนแรง ทางเจ้าหน้าที่จึงระดมฉีดน้ำดับเพลิง โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที เพลิงจึงสงบ ปรากฏว่ารถตู้ถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด จากการตรวจสอบพบว่า พบว่าเป็นรถตู้ โตโยต้า คอมมิวเตอร์ สีขาว ทะเบียน ชลบุรี เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
โดย คนขับรถตู้ เปิดเผยว่า ตนเองได้ขับรถมาจากบ้านเขาหินซ้อน เพื่อจะเดินทางไป อ.ประจันตคาม เพื่อซื้อของไปขาย เมื่อขับรถมาถึงยังจุดเกิดเหตุ ได้กลิ่นเหม็นไหม้เหมือนไฟไหม้อะไรสักอย่าง จึงได้จอดรถและเดิน ขณะเดินวนดูรอบรถยังไม่ทันอะไร ก็เกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นมา ตนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนมองไฟไหม้รถของตนเอง โทรศัพท์ก็อยู่ในรถ รวมทั้งทรัพย์สินเป็นเงินสดกว่า 100,000 บาท เป็นเงินของแม่ได้ไปกู้ธนาคารมา เพื่อจะมาใช้หนี้ แต่ต้องมาถูกเพลิงลุกเผาไหม้จนหมด ไม่เหลืออะไรเลย ตอนนี้ทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งซึมเศร้าอยู่ที่เกิดเหตุ โดยไม่รู้ๆจ ะทำยังไงต่อไป
>> จ.สมุทรสาคร 'จระเข้น้ำจืด' หลุดจากบ่อ จับกลับมาได้ 11 ยังเหลืออีก 2
14.30 น. พ.ต.ท.โสภาส ถนนทิพย์ สวป.สภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งเหตุมีจระเข้หลุดออกจากบ่อ พื้นที่ตำบลคอกกระบือ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยนายสิริพงษ์ กลัดเจริญ ปลัดอำเภอเมืองสมุทรสาคร นายกุณสมบัติ ศิริสมบัติ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนและชาวบ้านตำบลคอกกระบือ
จากการสอบถามเจ้าของบ่อจระเข้ บอกว่า จระเข้ที่หลุดตอนนี้ประมาณกว่า 10 ตัว โดยบ่อนี้มีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ เลี้ยงมา 12 ปี สาเหตุที่หลุดคือบ่อแตกตรงบริเวณหัวบ่อข้างคลอง กว้างประมาณ 2 เมตร "คือจระเข้มันอยู่ในน้ำ บ่อเป็นครึ่งบกครึ่งน้ำตามธรรมชาติ พอกินเสร็จก็จะลงน้ำ และขึ้นมาผึ่งแดด แต่ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์จะอยู่ในน้ำ แต่บ่อที่มันแตกอยู่บนบก โดยทางด้านนายกุณสมบัติ ศิริสมบัติ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่าจระเข้ที่หลุดออกไปยาวประมาณ 3.5-4 เมตร ซึ่งขณะนี้เหลืออีก 2 ตัว ประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงถ้าพบเจอก็แจ้งเจ้าหน้าที่ได้ที่สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาครหรือหน่วยงานปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ ทางเราจะรีบจับจระเข้ที่เหลือให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่
โดยวิธีการสังเกตจระเข้ช่วงกลางคืนดวงตาจะกระทบกับแสงก็จะสามารถเห็นได้อยู่ แต่ภายในคืนนี้คิดว่าจะจับได้หมด โดยใช้เจ้าหน้าที่ผู้มีความเชี่ยวชาญจากกรมประมงซึ่งกำลังเดินทางมาทำการจับกุม
>> ผบ.ทร. สั่งสอบด่วน เหตุปืนใหญ่ ร.ล.ชลบุรี ลั่นใส่ ร.ล.คีรีรัฐ ทำให้เกิดไฟไหม้ มีกำลังพลประจำเรือได้รับบาดเจ็บ
16.05 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีเกิดเหตุไฟไหม้ "เรือหลวงคีรีรัฐ" สังกัดกองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือยุทธการ ระหว่างจอดเทียบท่าแหลมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินคล้ายเสียงปืนใหญ่ ขนาด 76 มม. มาจากเรือหลวงชลบุรี หลังจากนั้นเกิดกลุ่มควันไฟที่ท้ายเรือหลวงคีรีรัฐ รถดับเพลิง 4 คัน ระดมเข้าฉีดน้ำสกัด ใช้เวลาราว 30 นาที จึงสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ส่งผลให้กำลังพลประจำเรือได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ต่อมาเจ้าหน้าที่เร่งดับเพลิงท้ายเรือหลวงคีรีรัฐ พร้อมรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น
ทั้งนี้ มีการรายงานว่า สาเหตุของการเกิดเหตุระเบิด เกิดจากลูกระเบิดค้างในลำปืนใหญ่ ปืนขนาด 76 มม. หัวเรือหลวงชลบุรี ที่จอดติดกัน ได้ลั่นใส่ท้ายเรือหลวงคีรีรัฐ เนื่องจากวานนี้ เรือหลวงชลบุรีกลับจากการฝึกยิงปืน แต่ลูกปืนค้างรังเพลิง งัดไม่ออก วันนี้จึงได้ให้ช่างมาซ่อมจึงปืนเกิดลั่น กระสุนพุ่งใส่เรือหลวงคีรีรัฐ อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลสรุปจากกองทัพเรือที่แน่ชัดอีกครั้ง
>> ไฟไหม้กุฏิวัดบ้านนา เจ้าหน้าที่พร้อมรถดับเพลิงาะดมหัวฉีดน้ำ จนเพลิงสงบไม่ลุกลาม
17.15 น. รับแจ้งจากศูนย์วิทยุกู้ภัยสายชลชุมพร มีเหตุเพลิงไหม้บริเวณวัดบ้านนา ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร หน่วยกู้ภัยสายชลพร้อมรถดับเพลิงเทศบาลตำบลวังไผ่ เทศบาลเทศบาลเมืองชุมพร จำนวน 3 คันร่วมดำเนินการ
ที่เกิดเหตุ พบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้บ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ลักษณะเป็นกุฏิพระ มีแสงเพลิงที่ชั้นบนของกุฏิ เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงช่วยกันระดมฉีดน้ำ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ก่อนเพลิงจะสงบในเวลาต่อมา ขณะเกิดเหตุไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เบื้องต้นทราบว่า ที่ชั้นของกุฏิดังกล่าว เอาไว้ใช้เป็นห้องเก็บของ ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร จะทำการสืบสวนต่อไป
>> รถเก๋ง ชนกับรถกระบะ บาดเจ็บ 1 และเสียชีวิต 2 คน
20.05 น. กู้ชีพเจดีย์ทอง รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคล ชนกับรถกระบะ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ บนถนนเส้นทาง จะนะ - หาดใหญ่ ก่อนถึงโรงพยาบาลนาหม่อม ประมาณ 3 กม. ในพื้นที่โคกต้นม่วง ม.2 ต. เนินพิจิตร อ.นาหม่อม จ.สงขลา
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน สงขลา ลักษณะชนกับรถกระบะ อีซูซุ สีเทา รถทั้ง 2 คันพุ่งลงข้างทาง ก่อนที่รถเก๋งจะพลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้า ตรวจสอบพบว่าในรถมีผู้เสียชีวิต 1 คน เป็นผู้หญิง อายุ 24 ปี นั่งข้างคนขับเก๋ง สภาพติดภายในรถ มีแผลฉีกขาดที่ค้างประมาณ 3 ซม ขาซ้ายผิดรูป และมีแผลฉีกขาดบริเวณขาซ้าย 5 ซม ไม่รู้สึกตัวและไม่มีชีพจร
และพบผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุ 21 ปี เป็นคนข้บรถเก๋ง มีแผลฉีกขาดที่ศรีษะ 1 ซม เลือดออกทางหูและจมูก มีแผลถลอกตามร่างกาย ไม่รู้สึกตัว ไม่มีชีพจร กู้ชีพเจดีย์ทองนำส่ง รพนาหม่อม และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ส่วนคนขับรถกระบะ เป็นชายชาวเมียนมา อายุ 41 ปี บาดเจ็ลมีอาการปวดบริเวณแขนขวา รู้สึกตัวดี รถกู้ชีพนำส่ง รพ.นาหม่อม ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาหม่อม
>> สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 15 มีนาคม 2567 เวลา 05.00 น.
ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกจำนวน 704,209,680 ราย รักษาอาการดีขึ้น 675,057,496 ราย เเละเสียชีวิตสะสม 7,005,901 ราย
1. ประเทศ สหรัฐอเมริกา ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 111,657,554 ราย เสียชีวิต 1,217,509 คน
2. ประเทศ อินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 45,032,096 ราย เสียชีวิต 533,513 คน
3. ประเทศ ฝรั่งเศส ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 40,138,560 ราย เสียชีวิต 167,642 คน
4. ประเทศ เยอรมนี ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 38,824,874 ราย เสียชีวิต 182,797 คน
5. ประเทศ บราซิล ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 38,592,310 ราย เสียชีวิต 710,427 คน