โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คาราบาว เปิดศึกตลาดเบียร์ 2.6 แสนล้าน ส่งเบียร์ตัวที่ 5 เขย่าวงการ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 มี.ค. 2567 เวลา 14.03 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. 2567 เวลา 12.29 น.

“กลุ่มคาราบาว” เปิดศึกตลาดเบียร์ 2.6 แสนล้านอีกครั้ง เตรียมส่ง “ตะวันแดง IPA” เบียร์ตัวที่ 5 สะเทือนวงการตลาดเบียร์อย่างที่ไม่มีใครทำมาก่อน ชู “IPA สไตล์แปซิฟิก” เน้นกลิ่นหอม ทำมาเพื่อประเทศไทยซึ่งเป็นเมืองร้อนโดยเฉพาะ

วันที่ 18 มีนาคม ที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง พระราม 3 นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มคาราบาว เปิดเผยว่า หลังจากปลายปี 2566 บริษัทได้เปิดตัวเบียร์ 2 แบรนด์ คือ คาราบาว และตะวันแดง พร้อมกัน 4 รสชาติ ประกอบด้วยแบรนด์ คาราบาว 2 รสชาติ ได้แก่ เบียร์ลาเกอร์ เบียร์ดุงเกล และแบรนด์ตะวันแดง 2 รสชาติ ได้แก่ เบียร์ไวเซ่น เบียร์โรเซ่ ล่าสุดเปิดตัว “ตะวันแดง IPA” (เบียร์ตะวันแดงไอพีเอ) เบียร์ตัวที่ 5 ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น Creative Beer เพิ่มทางเลือกให้กับคนไทยให้สามารถเข้าถึงเบียร์มาตรฐานระดับโลก ซึ่งได้เดินทางไปค้นคว้าและคัดสรรรสชาติของเบียร์ตะถึงประเทศต้นกำเนิดประเทศอังกฤษ เป็นระยะเวลาเกือบปี จนได้เบียร์ที่มีคุณภาพ เพื่อเมืองไทยโดยเฉพาะ

“เบียร์ตะวันแดง IPA สไตล์แปซิฟิก เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยจุดเด่นกับกลิ่นหอมละมุนที่ผสมผสานจากฮอปส์ 5 สายพันธุ์ ที่ผ่านการคัดสรรจากหลายประเทศ ให้รสสัมผัสที่นุ่ม ลุ่มลึก และสดชื่น เหมาะกับเมืองร้อน พร้อมอาฟเตอร์เทสขมชุ่มคอที่ลงตัว เน้นดื่มง่ายด้วยปริมาณแอลกอฮอล์ 5.5% ด้วยราคากระป๋องเล็ก 45 บาท และกระป๋องใหญ่ 60 บาท” นายเสถียรกล่าว

นายเสถียรกล่าวว่า ด้านช่องทางการจำหน่าย จะปูพรมขายในร้านค้าในเครือของกลุ่ม คาราบาว ได้แก่ CJ MORE ที่มีกว่า 1,000 สาขาทั่วประเทศ, ร้านถูกดี มีมาตรฐาน ที่มีร้านค้าอยู่ทั่วประเทศ และหน่วยรถในศูนย์กระจายสินค้าทั้ง 30 แห่ง ที่สามารถเข้าถึงร้านค้าปลีกทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางของโมเดิร์นเทรด อาทิ โลตัส,โกโฮลเซลล์, กูร์เมต์ มาร์เก็ต, ท็อปส์, ลอว์สัน108, ฟู้ดแลนด์และวิลล่า มาร์เก็ต รวมถึงผ่านช่องทาง On-premise ร้านอาหาร ผับบาร์ต่างๆ ภายในเดือนมีนาคม 2567 และเทรดดิชันนอลเทรดพร้อมกระจายสินค้าตรงสู่ “ตัวแทนจำหน่ายประจำพื้นที่ระดับอำเภอ” เพื่อทำให้สินค้าเข้าถึงร้านค้าย่อยหรือโชห่วยได้ทั่วประเทศ

นายเสถียรกล่าวว่า ตลาดเบียร์มูลค่า 2.6 แสนล้านบาท ถือเป็นตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ใหญ่ที่สุด โดยกลุ่มคาราบาวได้ทุ่มงบลงทุนถึง 4,000 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตเบียร์ที่ชัยนาท ด้วยเทคโนโลยีการผลิตมาตรฐานโลกจากเครื่องจักรที่นำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด มีกำลังการผลิตประมาณ 400 ล้านลิตร ช่วงแรกนำร่องการผลิตที่ 200 ล้านลิตร ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ นับจากลงทุนโรงสุราตะวันแดง 1999 รวมถึงทุ่มงบการตลาดครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี โดยทั้ง 2 แบรนด์ลงเล่นในเซ็กเมนต์อีโคโนมี และสแตนดาร์ด ซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ของตลาดเบียร์ถึง 95% เพื่อสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคครอบคลุมในทุกกลุ่ม โดยตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาด 30% ในปีแรก และขึ้นเป็นผู้เล่นหลัก 1 ใน 3 ของตลาดเบียร์

นายเสถียรกล่าวว่า จากข้อมูลยอดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประเภทเบียร์ที่ได้เปิดตัวไปแล้วช่วงกลางปี 2566 นั้น ทำให้ในภาพรวมธุรกิจ เบียร์กลุ่มคาราบาวอยู่อันดับ 3 ของตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รวม โดยขณะนี้มีตัวแทนขายตามร้านค้าอยู่หลักหมื่นราย แต่หากประเมินตามแผนการทำงาน และความคาดหวังในช่วงการเปิดตัวเบียร์กลุ่มคาราบาว ถือว่ายังไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวังที่วางไว้ เนื่องจากจำนวนร้านค้า หรือตัวแทนจำหน่ายยังไม่ได้มีมากเท่าที่คาดไว้ แม้ว่าสินค้าจะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในระดับที่สูง จากการสำรวจตลาด ทำให้ต้องต่อสู้เพื่อการแข่งขันอย่างยาวนานต่อไป ซึ่งยอดขายของเบียร์กลุ่มคาราบาวตอนนี้ดีใกล้เคียงกันในทุกประเภท โดยเฉพาะเบียร์ตะวันแดง IPA ที่เพิ่งเปิดตัวมา แต่เห็นยอดขายเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดดมาก หลังจากลุ่มผู้บริโภคได้ลองเบียร์ที่เปิดตัวแล้วก็อยากลองตัวใหม่ดูบ้าง

นายเสถียรกล่าวว่า จากกระแสข่าวการปลดล็อกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้คลายความเข้มงวดลงกว่าเดิมนั้น มองว่าเรื่องที่ควรผ่อนปรนมากที่สุดเป็นเรื่องการโฆษณา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เข้มงวดมากของไทย เพราะต้องบอกว่าตัวเองเคยเดินทางไปต่างประเทศจำนวนหลายประเทศมากๆ แต่ยังไม่เคยเห็นประเทศไหนเลยที่มีกฎหมายห้ามโฆษณาแอลกอฮอล์เข้มข้นมากเท่าไทย จนบางครั้งผู้ประกอบการก็ไม่รู้ว่าอะไรที่สามารถทำได้บ้าง เพราะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้วย โดยมองว่ากฎหมายห้ามโฆษณาแอลกอฮอล์นี้ไม่ยุติธรรมกับผู้ประกอบการรายใหม่ โดยเฉพาะรายเล็กที่จะเข้าตลาดมาเล่นในธุรกิจนี้ และไม่สอดคล้องกับการแข่งขันในธุรกิจเดียวกันด้วย ทั้งผู้เล่นรายใหม่ที่อาจไม่พัฒนาสินค้าให้ดีมากขึ้น เพราะมีสินค้าของตัวเองติดตลาดอยู่แล้ว ส่วนผู้เล่นรายใหม่ก็เข้ามาเพื่อพัฒนาสินค้าแข่งด้วยยากเช่นกัน

“กฎหมายห้ามโฆษณาที่เข้มงวดแบบนี้จะทำให้เกิดการผูกขาดธุรกิจ ไม่เอื้อต่อการแข่งขัน และการเข้ามาใหม่ของผู้ประกอบการ โดยหากสลับภาพเป็นการเพิ่มกฎหมายควบคุมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เข้มกว่าเดิม ห้ามโฆษณาในรูปแบบที่เข้มสุดๆ จะส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจที่ยากมากขึ้น โดยเฉพาะผู้เล่นรายใหม่ แม้แต่กลุ่มคาราบาวเองก็ถูกกระทบด้วย แต่มองว่าคงไม่ได้ทำให้การบริโภคแอลกอฮอล์ลดลง เหมือนอย่างบุหรี่ที่ถูกคุมเข้ม แต่คนก็สูบอยู่ดี” นายเสถียรกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คาราบาว เปิดศึกตลาดเบียร์ 2.6 แสนล้าน ส่งเบียร์ตัวที่ 5 เขย่าวงการ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...