ดันกอล์ฟ – ดำน้ำ – ท่องเที่ยวกลางแจ้ง ขยาย ตลาดท่องเที่ยว มูลค่าสูง
เอ็น.ซี.ซี.ฯ - ททท. พร้อมภาคีธุรกิจท่องเที่ยวขยาย ตลาดท่องเที่ยว เชิงกีฬากอล์ฟ - ดำน้ำ - ท่องเที่ยวกลางแจ้ง หนุนการท่องเที่ยวคุณภาพกลุ่มตลาดพรีเมียมมูลค่าสูง เคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
นายสุรพล อุทินทุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า ประเทศไทยก็ถือได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่สำคัญของโลก ส่งผลให้มีกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย และกระจายไปทุกตลาดการท่องเที่ยว โดยหนึ่งในตลาดเฉพาะทาง (Niche Market) ที่เติบโตในระดับสูง ก็คือ การท่องเที่ยวกลางแจ้งทั้งการเล่นกอล์ฟ การดำน้ำ และกิจกรรมท่องเที่ยวและกีฬากลางแจ้ง ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
โดยช่วงหลังจากสถานการณ์โควิด นักท่องเที่ยวดำน้ำ ก็ยังทำกิจกรรมดำน้ำเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ คาดว่าในปี 2566 ตลาดดำน้ำในไทย โดยเฉพาะ โรงเรียนสอนดำน้ำ ร้านขายอุปกรณ์ดำน้ำ และเรือท่องเที่ยวดำน้ำ มีมูลค่าตลาดรวมถึง 1,330 ล้านบาทปัจจุบัน เรือท่องเที่ยวดำน้ำที่เปิดให้บริการในประเทศไทยทั้งฝั่งทะเลอันดามันและฝั่งทะเลอ่าวไทย มี 2 ประเภทคือ ประเภทกินนอนบนเรือ (Live aboard) และเรือดำน้ำแบบเช้าไปเย็นกลับ (Day Trip) เรือท่องเที่ยวดำน้ำทั้ง 2 ประเภท มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 380 ล้านบาทต่อปี
ในส่วนของการเรียนการสอนดำน้ำ ประเทศไทยถือเป็นประเทศหนึ่งที่มีผู้ที่สนใจเรียนดำน้ำจากทั่วโลก เดินทางเข้ามาเรียนและสอบจนสำเร็จเป็นนักดำน้ำ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเรียนในพื้นที่ เกาะเต่า/ สมุย/ ภูเก็ต/ กระบี่/ พัทยา จนทำให้ยอดการผลิตนักดำน้ำที่เรียนจบจากประเทศไทยในหลักสูตรต่างๆ ขึ้นเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชียโดยในปี 2023 คาดว่ามีผู้ที่เรียนดำน้ำจบจากประเทศไทยเป็นจำนวนกว่า 20,000 คน โดยคิดเป็นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท
ทั้งนี้ ปัจจุบันราคาตลาดของอุปกรณ์ดำน้ำในเมืองไทย เป็นราคาที่ค่อนข้างดี ไม่แพงมากนัก และในบางช่วงเวลา อาจจะถูกกว่าซื้อในต่างประเทศ โดยคาดว่าในปี 2567 ยอดขายรวมของธุรกิจดำน้ำในประเทศไทย จะเพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ประเทศไทยมีจำนวนสนามกอล์ฟอยู่ประมาณ 200 กว่าแห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็นสนามกอล์ฟของภาคเอกชนที่เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ประมาณ 160 แห่ง อีก 40 แห่งเป็นสนามกอล์ฟของหน่วยงาน ราชการและรัฐวิสาหกิจ
ซึ่งสนามกอล์ฟของประเทศไทย เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องจากราคาค่าบริการสนามกอล์ฟในประเทศไทยมีราคาที่ถูกกว่าในหลายประเทศ อีกทั้งการให้บริการของสนามกอล์ฟมีคุณภาพและได้มาตรฐาน จึงเป็นที่ดึงดูดให้นักกอล์ฟชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเล่นกอล์ฟกันมากขึ้น
ประกอบกับความนิยมในการเล่นกอล์ฟที่มีมากขึ้น ธุรกิจสนามกอล์ฟยังคงมีแนวโน้มเติบโตในอัตราไม่ต่ำกว่า 10% ตามกระแสนิยมกีฬากอล์ฟที่ยังมาแรงในกลุ่มนักกอล์ฟคนไทย โดยเฉพาะตลาดครอบครัว ทำให้ตลาดนักกอล์ฟคนไทยขยายตัวกว้างขวางครอบคลุมทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่กลุ่มเยาวชนไปจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุ
ขณะที่ ความต้องการกิจกรรมการท่องเที่ยวกลางแจ้ง การผจญภัย การท่องเที่ยวทางเลือก และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาก และตลาดการท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงตามความก้าวหน้าของตลาดในด้านเทคโนโลยี และการโฆษณา จึงทำให้การท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีความเปลี่ยนแปลงตามความต้องการของตลาดที่รวดเร็ว
ทั้งนี้ โดยนักท่องเที่ยวทั้ง 3 กลุ่มนี้ ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวเป้าหมายของรัฐบาล ที่มียอดการใช้จ่ายต่อหัวสูง และมีระยะเวลาการท่องเที่ยวที่ค่อนข้างยาวกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป จึงได้มีการจัดงาน “Thailand Golf & Dive Expo plus OUTDOOR Fest 2024” งานแสดงสินค้าด้านการท่องเที่ยวที่เป็นการรวม 3 งานแสดงสินค้าที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของการท่องเที่ยว ทั้งด้านกีฬากอล์ฟ ดำน้ำ และท่องเที่ยวแนวกิจกรรมกลางแจ้ง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-19 พฤษภาคม 2567 เวลา 11.00-20.00 น. ณ ฮอลล์ 5-6 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
โดยปีนี้เตรียมจัดเต็มงานแสดงสินค้า ทั้งโปรโมชั่นสินค้าท่องเที่ยว และกิจกรรมภายในงาน หลังปีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดีทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งกระแสท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ในปี 2567 นี้ ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งปีนี้ครบรอบ 20 ปีของงาน “Thailand Dive Expo” ด้วย ดังนั้นจึงต้องรวบรวมสินค้าแบรนด์ชั้นนำและแบรนด์ยอดนิยม มาจัดแสดงให้มากที่สุด ครบที่สุด พร้อมโปรโมชั่นที่พิเศษที่สุด เพื่อตอบโจทย์ได้ตรงความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยว
ทั้งนี้ ภายในงานจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานกว่า 500 บูธ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 25% ในจำนวนนี้เป็นผู้ประกอบการต่างชาติประมาณ 20% สำหรับการจัดงานครั้งนี้ ได้มีแบรนด์ดังเข้ามาร่วมเป็นจำนวนมาก พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษที่มีส่วนลดสูงถึง 80% และมีกิจกรรมต่างๆ ให้เข้าร่วมอย่างมากมาย คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวและผู้สนใจทั่วไปเข้ามาร่วมงานไม่น้อยกว่า 55,000 คน และมียอดซื้อขายภายในงานและต่อเนื่องไปในอุตสาหกรรมนี้กว่า 200 ล้านบาท โดยงานนี้นับเป็นหนึ่งในกลไกส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ และขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยได้เป็นอย่างดี
ด้านนางสาวสมฤดี จิตรจง รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวภาพรวม ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ทางการท่องเที่ยว เพิ่มขึ้นกว่าปี 2566 ในช่วงเวลาเดียวกัน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 – มีนาคม 2567 คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยว 2 ล้านล้านคน โดยในปี 2567 ททท. ยังคงเดินหน้าทำการตลาดเชิงรุกเพื่อกระตุ้นการเดินทางและสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวรวม 3 ล้านล้านบาท
โดยทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านตลาดในประเทศ ปี 2567 ททท. มุ่งเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ส่งเสริมการท่องเที่ยววันธรรมดา และจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นให้ เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด 365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน ผ่าน Soft Power ประเทศไทย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน จึงมุ่งเน้นสร้างการรับรู้และนำเสนอขายสินค้าทางการท่องเที่ยว ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กับกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจเฉพาะ ซึ่งปัจจุบันกิจกรรมกลางแจ้งได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ อาทิ กิจกรรมทางน้ำ แคมป์ปิ้ง และกิจกรรมกอล์ฟ
โดยหลายพื้นในประเทศไทยสามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี อาทิ ภาคใต้มีหมู่เกาะต่าง ๆ เป็นที่นิยมสำหรับการดำน้ำ ทั้งดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก และ Free Dive ส่วนสนามกอล์ฟที่มีมาตรฐานชั้นนำหลายๆ แห่ง กระจายตัวอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ อีกทั้งการท่องเที่ยวกลางแจ้งแบบแคมป์ปิ้งได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นอย่างสูง