โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PRM อัดงบ 3 พันล้านบาท ขยายกองเรือ รับดีมานด์พุ่ง ดันรายได้ปี 67 โต 10%

Wealthy Thai

อัพเดต 08 เม.ย. 2567 เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. 2567 เวลา 06.33 น.

PRM ประกาศแผนปี 67 อัดงบลงทุนกว่า 3พันล้านบาท ขยายกองเรือกลุ่มเรือขนส่งปิโตรเคมี เรือขนส่งระหว่างประเทศและเรือ Offshore Supportตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% จากปัจจัยหนุนดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น ตามแผนเพิ่มกำลังการผลิตของโรงกลั่นในภูมิภาค และกิจกรรมการสำรวจและผลิตน้ำมันในอ่าวไทยที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่ Carbon Neutral/Net Zero เพื่อความยั่งยืน
นางสาวสุธาสินี หมื่นละม้าย รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพาณิชย์และการลงทุน บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM เปิดเผยแผนการดำเนินงานในปี 2567ว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% จากปีก่อน โดยบริษัทมุ่งเน้นการขยายธุรกิจในกลุ่มเรือขนส่งน้ำมันและปิโตรเคมีเหลว ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ และเรือให้การสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล (Offshore Support) รองรับความต้องการที่สูงขึ้น สอดรับกับการขยายกำลังการผลิตของโรงกลั่นในภูมิภาคและราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น กระตุ้นดีมานด์การสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางอ่าวไทย ประกอบกับเหตุตึงเครียดในทะเลแดงที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ผู้ใช้บริการเรือขนส่งเร่งมองหาการขนส่งสินค้าแบบกำหนดระยะเวลาหนึ่ง หรือ Time Charter เพื่อป้องกันความเสี่ยงและความผันผวนของค่าระวางเรือในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถเพิ่มสัดส่วนสัญญา Time Charter และสร้างรายได้อย่างมั่นคงในระยะยาวเช่นกัน
สำหรับแผนขยายกองเรือ ในปี 2567บริษัทมีแผนขยายกองเรือเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น และทดแทนเรือลำเดิมที่มีอายุใกล้ปลดระวาง โดยข้อมูล ณ สิ้นปี 2566บริษัทมีจำนวนเรือให้บริการทั้งสิ้น 62ลำ ประกอบด้วย 1.เรือขนส่งน้ำมัน และปิโตรเคมีเหลวในประเทศ 38ลำ 2.เรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ ประกอบด้วย เรือ Aframax 1 ลำ และเรือ VLCC จำนวน 3ลำ 3.เรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบ และผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป (FSU) 5ลำ 4.เรือขนส่งสนับสนุนงานสำรวจ และผลิตปิโตเลียมกลางทะเล (Offshore Support) ประกอบด้วย เรือ AWB 2ลำ เรือ Crew Boat 13ลำ ส่วนธุรกิจบริหารจัดการเรือ มีจำนวนเรือให้บริการนอกกลุ่ม 3ลำ
นอกจากนี้ บริษัทยังมีเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาและขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น ล่าสุดในปี 2566ที่ผ่านมา บริษัทได้จัดตั้ง "คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี และการพัฒนาอย่างยั่งยืน" เพื่อกำหนดนโยบายและให้คำปรึกษาแก่ "คณะทำงานด้านเทคนิคส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจกของบริษัท” หรือ Green Voyage Committeeเพื่อทำหน้าที่ศึกษาข้อมูลการดำเนินการของเรือและสำนักงานที่เหมาะสม รวมทั้งศึกษาเทคโนโลยี อุปกรณ์ ที่สามารถนำมาพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของเรือเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มบริษัทร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจและสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งภายในและต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการทำงานใน 3ส่วนหลัก ได้แก่ (1) กลุ่มเรือที่มีอยู่ในปัจจุบัน (Existing Ships) โดยติดตามการดำเนินงานผ่านระบบปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องรวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน และอุปกรณ์ควบคุมการใช้กำลังของเครื่องยนต์ รวมทั้งบำรุงรักษาเรือตามระยะเวลาที่เหมาะสม (2)กลุ่มเรือต่อใหม่ (Newbuilding Ships) ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่การออกแบบเรือใหม่ ที่มุ่งเน้นการลดอัตราการใช้พลังงานเมื่อเทียบกับกองเรือที่มีอยู่ในปัจจุบัน ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเรือ และ (3) อาคารสำนักงาน มีการรณรงค์เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ในเรื่องของการอนุรักษ์พลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของพนักงานทั้งกลุ่มบริษัท และนโยบายจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เพื่อตอกย้ำการขับเคลื่อนองค์กรสู่ Carbon Neutrality และ Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุดเมื่อเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัทได้รับมอบเรือ "Crew Boat ระบบไฮบริด พลัส กรีน เทคโนโลยี" จำนวน 2ลำ ซึ่งใช้ระบบแบตเตอรี่ในการช่วยขับเคลื่อนเครื่องยนต์ระบบ Hybrid โดยมีการออกแบบเรือให้มีประสิทธิภาพทางด้านพลศาสตร์วิศวกรรม และใช้เทคโนโลยีที่ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงของเรือเมื่อเทียบกับเรือ Crew Boat ทั่วไป ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ลดปัญหาโลกร้อน และรองรับความต้องการใช้เรือของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการขับเคลื่อนองค์กรสู่ Net Zero เช่นกัน ทั้งนี้เรือ 2 ลำดังกล่าวถือเป็นเรือ Crew Boat กลุ่มแรก ที่ได้นำ “กรีน เทคโนโลยี” มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ
"ธุรกิจพลังงานปัจจุบัน แม้จะมีการปรับตัวเพื่อรับยุคของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มุ่งลดการใช้น้ำมัน แต่การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศยังคงเพิ่มขึ้น 2-3% ทุกปีรวมถึงปริมาณอุปทานของปิโตรเคมีที่ยังคงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการขยายกำลังการผลิตของโรงกลั่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้น บริษัทจึงยังมุ่งมั่นที่จะหาโอกาสในการขยายจำนวนเรือเพิ่ม ทั้งเรือขนส่งปิโตรเคมีเหลว เรือขนส่งในธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศ เรือในธุรกิจ Offshore Support และเรือ FSU เพื่อสร้างการเติบโตให้กับทุกธุรกิจ โดยวางงบประมาณลงทุนรวมมากกว่า 3พันล้านบาท เพื่อรองรับการขยายจำนวนเรือที่เพิ่มขึ้น" นางสาวสุธาสินี กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...