โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์: ดวงอาทิตย์คือสาเหตุของสภาวะโลกร้อน จริงหรือ?

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 31 ม.ค. 2567 เวลา 06.43 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2567 เวลา 23.43 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

31 มกราคม 2566
แปลและเรียบเรียงบทความโดย : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ข้อมูลที่ถูกแชร์ :

มีข้อมูลเท็จเผยแพร่ทาง X (Twitter) ในต่างประเทศ อ้างว่าองค์การนาซายืนยันว่าสาเหตุที่ทำให้โลกเข้าสู่สภาวะโลกร้อนหรือ Global Warming มีสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงวงโคจรของโลกกับดวงอาทิตย์ หรือที่เรียกว่า วัฏจักรมิลานโควิตช์ (Milankovitch Cycles) และไม่ได้มีสาเหตุเพราะก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ตามที่วงการวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมกล่าวอ้าง

บทสรุป :

  • การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกจากการโคจรของโลกกับดวงอาทิตย์จะเกิดขึ้นทุกหมื่น-แสนปี ต่างจากสภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นในเวลาไม่กี่ร้อยปี
  • การสำรวจขององค์การนาซาไม่พบว่าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ส่งมายังโลกเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
  • องค์การนาซาพบว่าอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นเฉพาะชั้นบรรยากาศด่านล่างสุด จากปรากฏการณ์เรือนกระจกเพราะการปลดปล่อย CO2 ในสิ่งแวดล้อมมากเกินไป

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

Milankovitch Cycles

วัฏจักรมิลานโควิตช์ คือทฤษฎีทางดาราศาสตร์ที่ใช้อธิบายช่วงเวลาการอุบัติและการสิ้นสุดของยุคน้ำแข็ง นำเสนอโดย มิลูติน มิลานโควิตช์ นักธรณีฟิสิกส์และนักดาราศาสตร์ชาวเซอร์เบียในช่วงทศวรรษ 1920’s

ปัจจัยที่นำไปสู่การอุบัติและการสิ้นสุดของยุคน้ำแข็งมีด้วยกัน 3 ประการ ได้แก่

  • วงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ (Eccentricity) จากวงกลมเป็นวงรี (ใช้เวลาประมาณ 100,000 ปี)
  • ความเอียงของแกนโลก (Obliquity) จาก 22.1 องศาเป็น 24.5 องศา (ใช้เวลาประมาณ 41,000 ปี)
  • การหมุนควงของแกนโลก (Precession) (ใช้เวลาประมาณ 26,000 ปี)

ปัจจัยทั้ง 3 ส่งผลทำให้โลกมีระยะเวลาและบริเวณที่ได้รับแสงอาทิตย์ไม่เท่ากัน ทำให้ช่วงที่รับแสงอาทิตย์น้อย โลกจะเข้าสู่ยุคน้ำแข็ง และเมื่อโลกได้รับแสงอาทิตย์มากขึ้น ยุคน้ำแข็งก็จะสิ้นสุดลง

โดย 1-3 ล้านปีก่อน คาดว่าวัฏจักรยุคน้ำแข็งจะเกิดขึ้นทุก ๆ 41,000 ปี ส่วนในช่วง 800,000 ปีที่ผ่านมา วัฏจักรยุคน้ำแข็งจะเกิดขึ้นทุก ๆ 100,000 ปี ซึ่งตรงกับที่วัฏจักรมิลานโควิตช์คาดการณ์เอาไว้

อย่างไรก็ดี วัฏจักรมิลานโควิตช์ไม่ใช่ปัจจัยก่อให้เกิดสภาวะโลกร้อนในปัจจุบันตามที่กล่าวอ้าง

ไทลาร์ กรีน โฆษกขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกาหรือ NASA ยืนยันว่านาซาไม่เคยประกาศว่าสภาวะโลกร้อนมีสาเหตุจากการโคจรของโลกกับดวงอาทิตย์

แม้วัฏจักรมิลานโควิตช์จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศของโลก แต่การเปลี่ยนแปลงของวัฏจักรมิลานโควิตช์แต่ละครั้งต้องใช้เวลานับหมื่นถึงแสนปี ต่างจากสภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน ที่อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาแค่ไม่กี่ร้อยปี

ปัจจัยหลักมาจากการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกโดยกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการปลดปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ส่งผลให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.1 องศาเซลเซียสนับตั้งแต่ปี 1880 เป็นต้นมา

หลักฐานที่ NASA พบว่า สภาวะโลกร้อนในปัจจุบันไม่มีความเกี่ยวข้องกับอิทธิพลของดวงอาทิตย์ มีด้วยกัน 2 ประการ

  • พลังงานดวงอาทิตย์ที่ส่งมายังโลกไม่เพิ่มขึ้น

นับตั้งแต่ปี 1978 เป็นต้นมา นักวิทยาศาสตร์ได้สำรวจปริมาณพลังงานแสงอาทิตย์ จากการตรวจจับโดยระบบเซนเซอร์บนดาวเทียม ไม่พบหลักฐานว่าปริมาณพลังงานแสงอาทิตย์ที่ส่งมายังโลกเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

  • อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเฉพาะพื้นผิวโลก

หากดวงอาทิตย์คือสาเหตุของสภาวะโลกร้อนจริง จะต้องพบการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในทุก ๆ ชั้นบรรยากาศ แต่ขณะที่อุณหภูมิของบรรยากาศชั้นสตราโทสเฟียร์ยังมีอุณหภูมิเท่าเดิม แต่บรรยากาศชั้นพื้นผิวกลับร้อนขึ้น ซึ่งมีสาเหตุจากการกักเก็บความร้อนภายในชั้นบรรยากาศใกล้พื้นผิวโลก

ข้อมูลอ้างอิง :

https://apnews.com/article/fact-check-nasa-climate-change-547058505788
https://www.reuters.com/article/idUSL1N2YO23I/
https://climate.nasa.gov/faq/14/is-the-sun-causing-global-warming/
https://climate.nasa.gov/news/2948/milankovitch-orbital-cycles-and-their-role-in-earths-climate/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...