‘มูลนิธิอมตะ’ จัดพิธีมอบรางวัล ‘นักเขียนอมตะ’ เชิดชูเกียรติ ‘อัศศิริ ธรรมโชติ-โบตั๋น’
The Bangkok Insight
อัพเดต 19 ก.พ. 2567 เวลา 12.01 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2567 เวลา 12.01 น. • The Bangkok Insight"มูลนิธิอมตะ" จัดพิธีมอบรางวัล "นักเขียนอมตะ" ครั้งที่ 9 และ 10 เชิดชูเกียรติ "อัศศิริ ธรรมโชติ" นักเขียนผู้สร้างสมดุลระหว่างชนชั้นในสังคม และ "โบตั๋น" สตรีผู้สะท้อนปัญหาสังคมร่วมสมัย
นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานมูลนิธิอมตะ เปิดเผยว่า ทางมูลนิธิได้จัดงานพิธีมอบรางวัล "นักเขียนอมตะ" ประจำปี 2563 และ 2566 พร้อมมอบโล่รางวัล และเงินรางวัลคนละ 1,000,000 บาท ให้แก่ นายอัศศิริ ธรรมโชติ ผู้ได้รับรางวัลนักเขียนอมตะ ครั้งที่ 9 ประจำปี 2563 และนางสุภา สิริสิงห หรือ "โบตั๋น" ผู้ได้รับรางวัลนักเขียนอมตะ ครั้งที่ 10 ประจำปี 2566
คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สาขาวรรณกรรม พิจารณาเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ภายใต้หลักเกณฑ์ในการพิจารณา ประกอบด้วย ต้องเป็นนักเขียนสัญชาติไทย มีชีวิตอยู่ในวันที่เสนอชื่อ และมีผลงานเผยแพร่ต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่องเป็นภาษาไทย รวมถึงต้องเป็นผลงานที่ทรงคุณค่าสร้างสรรค์สังคม และมวลมนุษยชาติ
นายอัศศิริ เป็นทั้งนักเขียน และนักหนังสือพิมพ์ ผลงานทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย และวรรณกรรมเยาวชน สะท้อนความเข้าใจโลก และชีวิตเป็นอย่างดี เน้นความเป็นมนุษย์ได้อย่างเข้มข้นทั้งในแง่มุมของนักข่าว และนักเขียน ทำให้ผู้อ่านมีจิตสำนึกอันดีงาม เป็นการยกระดับจิตใจมนุษย์ และลดช่องว่างระหว่างชนชั้นในสังคม
ทั้งยังเป็นตัวอย่างของเรื่องสั้นที่มีสุนทรียภาษา อันแสดงพลังภาษาไทยได้ดียิ่ง มีผลงานมากกว่า 20 เล่ม รวมถึงเรื่องสั้น "ขุนทอง…เจ้าจะกลับมาเมื่อฟ้าสาง" ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปี 2524 และได้รับการประกาศเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ เมื่อปี 2543
ส่วนนางสุภา หรือ โบตั๋น เป็นนักเขียนสตรีผู้สะท้อนมุมมองปัญหาสังคมร่วมสมัย เช่น ปัญหาคนรากหญ้า ปัญหาเด็กและวัยรุ่น ปัญหาผู้หญิง ผลงานมีทั้งนวนิยาย เรื่องสั้น วรรณกรรมสำหรับเด็ก และเยาวชนนับ 100 เรื่อง ได้รับการกล่าวขาน และเป็นที่นิยมของผู้อ่าน จนมีการพิมพ์ซ้ำ และมีการนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ และภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง เช่น ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด ทองเนื้อเก้า และตราไว้ในดวงจิต
ผลงานหลายเรื่องยังได้รับรางวัลระดับชาติและนานาชาติ เช่น นวนิยายเรื่องจดหมายจากเมืองไทย (2512) ได้รับรางวัล ส.ป.อ. (สนธิสัญญาป้องกันเอเชียอาคเนย์) และได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศมากกว่า 10 ภาษา ได้รับการประกาศเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ เมื่อปี 2542
ทั้งนี้ รางวัลนักเขียนอมตะ ถือเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศ อันเปี่ยมด้วยคุณค่า มาตรฐาน และคงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ อิสระ เชิดชูเกียรติประวัตินักเขียนไทย ที่มีความสามารถให้ปรากฏ และถือเป็นรางวัลที่สร้างขวัญ และกำลังใจแก่นักเขียนไทยที่ทุ่มเท และอุทิศตน เพื่อผลงานทรงคุณค่าควรแก่การนำมาเผยแพร่สู่สาธารณชน ในระดับสากล
มูลนิธิอมตะได้ประกาศเชิดชูเกียรตินักเขียนอมตะแล้ว 9 ราย ได้แก่
- นายศักดิชัย บำรุงพงศ์ นามปากกา "เสนีย์ เสาวพงศ์"
- นายโรจ งามแม้น นามปากกา "เปลว สีเงิน"
- นายโกวิท เอนกชัย นามปากกา "เขมานันทะ"
- นายสมบัติ พลายน้อย นามปากกา "ส.พลายน้อย"
- พระไพศาล วิสาโล
- นายคำสิงห์ ศรีนอก นามปากกา "ลาว คำหอม"
- นายฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ นามปากกา "พนมเทียน"
- นายอาจินต์ ปัญจพรรค์
- นางสุกัญญา ชลศึกษ์ นามปากกา "กฤษณา อโศกสิน"
ในปี 2564 และ 2565 มูลนิธิได้ยกเว้นการมอบรางวัลอมตะไป เนื่องจากสถานการณ์โควิด
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'มูลนิธิสัมมาชีพ' มอบรางวัลต้นแบบสัมมาชีพ ปี 66 เชิดชู 'คน-องค์กร' นำสังคมสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่
- ผบ.ตร. มอบ 'ทำดีมีรางวัล' หนุ่มไรเดอร์ ทิ้งรถจยย.ช่วยเด็กน้อย 3 ขวบ
- 'สสส.' คว้ารางวัล 'เนลสัน แมนเดลา' อนามัยโลกยกย่อง 'ต้นแบบ' สร้างความเท่าเทียมสุขภาพ
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter):https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg