โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จากรถยนต์สู่กระป๋อง “สงครามอิหร่าน” กำลังกระทบซัพพลายอะลูมิเนียมโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

วิกฤตตะวันออกกลางลุกลามสู่ตลาดโลหะ หลังโรงถลุงถูกโจมตีและเส้นทางขนส่งสะดุด ดันราคาพุ่ง-ซัพพลายตึงตัว กระทบอุตสาหกรรมตั้งแต่ยานยนต์ บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงพลังงานทั่วโลก

วันที่ 17 เมษายน 2569 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อะลูมิเนียมเป็นโลหะที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก เนื่องจากมีปริมาณมาก น้ำหนักเบา และต้นทุนไม่สูงแต่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมนี้มีความซับซ้อนและเปราะบาง ซึ่งวิกฤตสงครามอิหร่านกำลังเผยให้เห็นจุดอ่อนดังกล่าวอย่างชัดเจน

การปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการโจมตีโรงถลุงอะลูมิเนียมในตะวันออกกลาง ส่งผลให้กำลังการผลิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในภูมิภาคที่ถือเป็นแหล่งผลิตสำคัญของโลก ทำให้เกิดช็อกด้านอุปทานที่อาจรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ และเริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องจากอะลูมิเนียมถูกใช้ในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่อิเล็กทรอนิกส์ บรรจุภัณฑ์ ก่อสร้าง ไปจนถึงยานยนต์และการบิน

โดยตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ราคอะลูมิเนียมผันผวนอย่างมาก โดยพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบหลายปี ก่อนจะอ่อนตัว และกลับมาปรับขึ้นอีกครั้งหลังมีการโจมตีโรงผลิตในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรน ส่งผลให้บางโรงงานต้องหยุดดำเนินการ และอาจใช้เวลานานถึง 1 ปีในการฟื้นตัว

ขณะเดียวกัน ราคาฟิวเจอร์สในตลาดโลกยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากตลาดเริ่มกังวลว่าซัพพลายจะตึงตัวมากขึ้น โดยนักวิเคราะห์บางรายคาดว่าราคาอาจทะลุระดับสูงสุดเดิมในปี 2565 ที่มากกว่า 4,000 ดอลลาร์ต่อตัน

นอกจากนี้ราคาซื้อขายจริง (spot) ยังสูงกว่าราคาล่วงหน้า (futures) ซึ่งเป็นสัญญาณว่าความต้องการสูงกว่าปริมาณสินค้าในตลาด ขณะที่ค่าพรีเมียมในการจัดหาสินค้าก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในยุโรป

ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ เป็นฐานการผลิตอะลูมิเนียมสำคัญของโลก คิดเป็นราว 9% ของการผลิตทั้งหมด และมีบทบาทสูงในตลาดส่งออก โดยเฉพาะไปยังยุโรปและสหรัฐ อย่างไรก็ตาม โรงถลุงในภูมิภาคนี้พึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า เช่น อะลูมินา ทำให้เมื่อเส้นทางขนส่งถูกปิด ก็ส่งผลกระทบต่อการผลิตทันที

แม้ก่อนการโจมตีโรงงาน การปิดฮอร์มุซก็เริ่มทำให้วัตถุดิบขาดแคลนแล้ว ส่งผลให้หลายบริษัทต้องลดกำลังการผลิต เช่น ในกาตาร์และบาห์เรน

ความเสี่ยงที่สำคัญคือ การหยุดและเริ่มเดินเครื่องโรงถลุงใหม่มีต้นทุนสูงและใช้เวลานาน ทำให้กำลังการผลิตที่หายไปอาจไม่กลับมาเร็ว แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย

ทั้งนี้อะลูมิเนียมเป็นโลหะที่มีน้ำหนักเบา ทนทาน และไม่เป็นสนิม จึงถูกใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่นรถยนต์ เครื่องบิน กระป๋อง เครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์ โครงสร้างอาคาร สายส่งไฟฟ้า รวมถึงอุตสาหกรรมใหม่อย่างรถยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และดาต้าเซ็นเตอร์

หากราคายังคงเพิ่มขึ้น จะยิ่งเพิ่มต้นทุนให้ผู้ผลิตทั่วโลก ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานอยู่แล้ว

ที่น่ากังวลมากกว่าคือ หากการขาดแคลนรุนแรง อาจทำให้โรงงานบางแห่งต้องลดกำลังผลิตหรือหยุดการผลิตชั่วคราว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ การบิน และก่อสร้าง

ขณะนี้สัญญาณเริ่มชัดเจนแล้ว เช่น ราคาพรีเมียมในญี่ปุ่นพุ่งสูงสุดในรอบกว่า 10 ปี และบริษัทในญี่ปุ่น-เกาหลีใต้เริ่มหาซัพพลายจากแหล่งใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...