ญี่ปุ่น ลดจ้างบัณฑิตใหม่ในรอบ 5 ปี เร่งใช้ AI แทนมนุษย์
ผลสำรวจเกียวโดชี้บิ๊กคอร์ปอเรชันลดจ้างงานกลุ่มบัณฑิตครั้งแรกในรอบ 5 ปี หลังเร่งนำระบบดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพ มูราตะ-ฮิตาชิ นำร่องเน้นจ้างพนักงานสายอาชีพ (Mid-career) แทนกลุ่มไร้ประสบการณ์เพื่อดึงแรงงานทักษะสูง สัดส่วนบริษัทลดจ้างงานพุ่ง 23% ท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนแรงงานและการรุกคืบของ Generative AI
20 เมษายน 2569 - ผลสำรวจล่าสุดจากสำนักข่าวเกียวโด (Kyodo News) เปิดเผย แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตลาดแรงงานญี่ปุ่น โดยบริษัทขนาดใหญ่มีทิศทางลดการรับนักศึกษาจบใหม่ในปีงบประมาณ 2570 (เริ่มเดือนเมษายน 2569) แม้ประเทศจะยังคงเผชิญกับภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนักก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงการเร่งรัดนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาทดแทนแรงงานมนุษย์เพื่อเพิ่มผลิตภาพการดำเนินงาน
โครงสร้างตลาดแรงงานเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล
จากการสำรวจบริษัทชั้นนำ 111 แห่ง พบว่ามีบริษัทถึง 23% หรือ 25 บริษัท ที่วางแผนลดสัดส่วนการรับพนักงานใหม่ ซึ่งเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่มีเพียง 16% หรือ 18 บริษัทที่ยังคงแผนเพิ่มการจ้างงาน ส่งผลให้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่จำนวนบริษัทที่ลดการจ้างงานมีสัดส่วนมากกว่าบริษัทที่ขยายการจ้างงาน
แนวโน้มนี้บ่งชี้ว่าภาคธุรกิจญี่ปุ่นกำลังขยับจากการจ้างงานเชิงรุกในช่วงหลังวิกฤตโควิด-19 ไปสู่การปรับโครงสร้างแรงงานเชิงกลยุทธ์ โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่งานที่ใช้แรงงานเข้มข้น (Labor-intensive) ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ได้รับแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
มูราตะ แมนูแฟกเจอริง (Murata Manufacturing) ระบุถึงปัจจัยสำคัญในการปรับลดพนักงานว่า:
“การใช้ AI เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัทตัดสินใจลดการรับพนักงานใหม่ลง”
การขยายตัวของกลุ่มแรงงานทักษะสูงและแรงงานต่างชาติ
ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า หลายบริษัทเริ่มเปลี่ยนผ่านนโยบายการจัดหาบุคลากรจากการพึ่งพาเด็กจบใหม่ ไปสู่การดึงตัวพนักงานสายอาชีพ (Mid-career) ที่มีประสบการณ์และทักษะเฉพาะทางมากขึ้น โดยเฉพาะด้านดิจิทัล เพื่อลดระยะเวลาในการฝึกอบรมและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้ทันที
บริษัทยักษ์ใหญ่ อาทิ ฮิตาชิ (Hitachi) และ ธนาคารเอ็มยูเอฟจี (MUFG) ยืนยันว่า การรับนักศึกษาจบใหม่ในปีงบประมาณหน้าจะมีสัดส่วนต่ำกว่าการจ้างงานกลุ่มผู้มีประสบการณ์ในปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนความต้องการแรงงานทักษะสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การจ้างงานแรงงานต่างชาติยังเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อรองรับการขยายธุรกิจและการพัฒนานวัตกรรม โดย 39% ของบริษัทที่สำรวจ รวมถึงฟูจิฟิล์ม โฮลดิ้งส์ (Fujifilm Holdings) และ สกายลาร์ก โฮลดิ้งส์ (Skylark Holdings) มีแผนที่จะเพิ่มจำนวนพนักงานต่างชาติในญี่ปุ่นอย่างมีนัยสำคัญ
แม้ญี่ปุ่นจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ แต่การนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานหลัก (Core Operation) ได้เปลี่ยนมุมมองของการจ้างงานจากปริมาณสู่คุณภาพ บริษัทญี่ปุ่นกำลังให้ความสำคัญกับบุคลากรที่สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีขั้นสูงได้มากกว่าการสะสมจำนวนพนักงาน
การตัดสินใจของภาคธุรกิจในครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ ว่า ตลาดแรงงานในอนาคตต้องการทักษะที่แตกต่างไปจากเดิม โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลที่สามารถทำงานควบคู่ไปกับระบบอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการจ้างงานในญี่ปุ่นนับจากปี 2570 เป็นต้นไป
สำนักข่าวเกียวโด ระบุถึงภาพรวมการจ้างงานว่า “แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการจ้างงานเชิงรุกไปสู่การปรับโครงสร้างแรงงาน โดยใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาทดแทนงานที่ใช้แรงงานเข้มข้น ขณะเดียวกันความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกก็เป็นอีกปัจจัยกดดันให้บริษัทต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน”