โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เชลซีพังต่อ! พาลเมอร์พลาดโทษ พ่ายฟอเรสต์คาบ้าน 1-3

Soccersuck

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • Soccersuck

ความหวังของเชลซีในการจบพื้นที่ท็อปไฟว์พรีเมียร์ลีกสิ้นสุดลงแล้ว หลังเปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์แพ้น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-3 เมื่อวันจันทร์ โดยตามรายงานของ Goal ระบุว่า “สิงห์บลูส์” ทำผลงานน่าผิดหวังอย่างหนัก และแพ้ในลีกเป็นเกมที่ 6 ติดต่อกัน ทำให้โอกาสลุ้นตั๋วแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าเหลือริบหรี่เต็มที

ฟอเรสต์เปลี่ยนผู้เล่นถึง 8 ตำแหน่ง ก่อนลงเล่นยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดสองกับแอสตัน วิลลาในวันพฤหัสบดี ทำให้เชลซีถูกมองว่าเป็นตัวเต็งที่จะชนะเกมนี้ แต่เจ้าถิ่นกลับเสียประตูตั้งแต่ 98 วินาทีแรก เมื่อไตโว อโวนิยี โหม่งที่เสาไกลจากลูกเปิดของดิลาน บัควา

เชลซีเกือบตอบโต้ทันทีจากจังหวะที่เอ็นโซ เฟร์นานเดซยิงชนเสา แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายลงก่อนครบ 15 นาที เมื่อมาโล กุสโต้ถูกจับฟาวล์จากจังหวะดึงอโวนิยีในเขตโทษ ก่อนที่อิกอร์ เชซุสจะสังหารจุดโทษเข้าไปให้ทีมเยือนนำ 2-0

ก่อนพักครึ่ง ทีมของคาลัม แม็คฟาร์เลนได้โอกาสทองในการตีไข่แตก หลังเกิดจังหวะปะทะศีรษะอย่างรุนแรงระหว่างแซ็ค แอ็บบ็อตต์กับเจสซี เดอร์รี จนเชลซีได้จุดโทษ เกมต้องหยุดไป 12 นาทีเพื่อให้ทีมแพทย์ดูแลเดอร์รี ซึ่งลงเล่นพรีเมียร์ลีกนัดแรก ก่อนถูกหามออกจากสนาม แต่โคล พาลเมอร์กลับยิงไปติดเซฟของมัตซ์ เซลส์

ครึ่งหลัง เชลซียังเจอฝันร้ายต่อ เมื่อมอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ ตัวสำรองหลุดเข้าไปหลังแนวรับแล้วปาดให้อโวนิยียิงประตูที่สองของตัวเองอย่างง่ายดาย ช่วยให้ฟอเรสต์หนีเป็น 3-0

ชูเอา เปโดรเคยส่งบอลเข้าประตูได้แต่ถูก VAR ริบคืนเพราะล้ำหน้า ขณะที่พาลเมอร์ยังโดนเซลส์ปฏิเสธอีกครั้ง ก่อนที่เชลซีจะหยุดสถิติยิงไม่ได้ในลีกยาวนาน 9 ชั่วโมงในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จากลูกจักรยานอากาศสุดสวยของเปโดร

อย่างไรก็ตาม ประตูดังกล่าวเป็นเพียงการปลอบใจเท่านั้น เชลซียังรั้งอันดับ 9 ของตาราง และความหวังในการคว้าพื้นที่ฟุตบอลยุโรปผ่านอันดับลีกกำลังลดน้อยลงเรื่อย ๆ ท่ามกลางฟอร์มที่ยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวอย่างจริงจัง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...