โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิเคราะห์แคมเปญ “In My Bag” จาก Speedy P9 ของ Louis Vuitton เมื่อกระเป๋ากลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวใบสุดท้ายของคนยุคใหม่

LSA Thailand

อัพเดต 08 เม.ย. เวลา 13.51 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. เวลา 17.38 น. • Lifestyle Asia Thailand

แน่นอนว่าไอเท็มกระเป๋าจาก Louis Vuitton ไม่เคยเป็นเพียงไอเท็มสำหรับการใช้งาน หากแต่เป็นสิ่งที่บรรจุเรื่องราว อัตลักษณ์ และจังหวะชีวิตของผู้ถือเอาไว้เสมอ และแคมเปญ “In My Bag” ที่นำเสนอกระเป๋ารุ่น Speedy P9 ซึ่งถูกตีความขึ้นใหม่ภายใต้การดูแลของ “Pharrell Williams” ก็ยิ่งตอกย้ำแนวคิดนี้อย่างชัดเจน เพราะแคมเปญนี้ไม่ได้ต้องการโชว์กระเป๋าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการโชว์ชีวิตของคนที่ใช้กระเป๋าผ่านเหล่าเฮาส์แอมบาสเดอร์และ Friends of the House อย่าง Jeremy Allen White, Jude Bellingham, Future, LeBron James, Jackson Wang และ Victor Wembanyama

Photo Credit: Courtesy of Louis Vuitton
Photo Credit: Courtesy of Louis Vuitton

แก่นสำคัญของ Speedy P9 คือการเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน กระเป๋า Speedy รุ่นดั้งเดิมถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ทศวรรษ 1930 และกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ด้านการเดินทางของหลุยส์ วิตตองมาโดยตลอด เมื่อ Pharrell Williams เข้ามารับตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์ฝั่งบุรุษเขาไม่ได้สร้างกระเป๋าใบใหม่จากศูนย์ แต่เลือกหยิบไอคอนเดิมมาตีความใหม่ในภาษาของโลกปัจจุบัน จนเกิดเป็น Speedy P9 ที่ยังคงเคารพมรดกของเมซง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความร่วมสมัย กล้าขึ้น และมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นอย่างชัดเจน

ชื่อ Speedy P9 มาจาก Pont-Neuf สะพานในกรุงปารีสที่ใช้จัดแฟชั่นโชว์คอลเลกชั่น Men’s Spring-Summer 2024 ตัวอักษร P มาจาก Pont ส่วนเลข 9 มาจาก Neuf ซึ่งในภาษาฝรั่งเศสมีความหมายว่า “ใหม่” ด้วย ชื่อนี้จึงเหมือนสัญลักษณ์ของการเป็นสะพานที่เชื่อมอดีตกับอนาคต เชื่อมมรดกของแบรนด์เข้ากับโลกยุคใหม่ แต่สิ่งที่ทำให้แคมเปญ “In My Bag” น่าสนใจกว่าแคมเปญทั่วไป คือการที่แบรนด์เลือกเล่าเรื่องผ่าน “ของในกระเป๋า” ไม่ใช่แค่ตัวกระเป๋าเอง สิ่งของที่อยู่ใน Speedy P9 ของแต่ละคนไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ สมุดโน้ต ลูกกอล์ฟ หูฟัง รูบิกส์คิวบ์ ภาพโพลารอยด์ หรือพาสปอร์ต ล้วนเป็นของธรรมดาแต่กลับทำหน้าที่เป็นเหมือนภาพเหมือนของเจ้าของได้อย่างชัดเจน เพราะสิ่งที่เราพกติดตัวทุกวัน มักเป็นสิ่งที่บอกว่าเราเป็นใครโดยไม่ต้องอธิบาย

Photo Credit: Courtesy of Louis Vuitton
Photo Credit: Courtesy of Louis Vuitton

หากมองให้ลึกลงไปแคมเปญนี้กำลังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของคำว่า “ลักชัวรี” อย่างชัดเจน ในอดีต ความหรูหราหมายถึงความสมบูรณ์แบบ ความเนี้ยบ และความห่างไกล แต่ในปัจจุบันความหรูหรากลับหมายถึง “ความเป็นตัวเอง” และ “ความเป็นส่วนตัว” มากขึ้น ผู้คนไม่ได้อยากดูเหมือนคนรวย แต่คนอยากดูเหมือนคนที่มีตัวตนชัดเจน และใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง แบรนด์ลักชัวรีจึงไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่กำลังขายตัวตน เรื่องราว และไลฟ์สไตล์

Photo Credit: Courtesy of Louis Vuitton
Photo Credit: Courtesy of Louis Vuitton

นี่คือเหตุผลที่คอนเทนต์ประเภทเปิดกระเป๋าหรือตามติดชีวิตในปัจจุบันกับไอเท็มคู่ใจถึงได้รับความนิยมอย่างมากในยุคโซเชียลมีเดีย เพราะผู้คนไม่ได้อยากเห็นความสมบูรณ์แบบเพียงอย่างเดียว แต่อยากเห็นชีวิตจริงไปพร้อมกัน และเมื่อแบรนด์ลักชัวรีนำรูปแบบคอนเทนต์แบบนี้มาใช้ในแคมเปญ เส้นแบ่งระหว่างโลกแฟชั่นกับโลกอินเทอร์เน็ตก็เริ่มเลือนลางลง แบรนด์หรูไม่ได้อยู่บนแท่นสูงเสมอไปแต่ลงมาอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว “In My Bag” ไม่ได้กำลังบอกเราว่าคนดังพกอะไรในกระเป๋าเท่านั้น แต่กำลังบอกว่า กระเป๋าที่ดีจริง ๆ ต้องทำหน้าที่ได้มากกว่าการเก็บของ มันต้องสะท้อนตัวตน จังหวะชีวิต และเรื่องราวของผู้ถือได้ด้วย และกระเป๋ายังคงเป็นหนึ่งในไอเท็มที่สำคัญที่สุดในโลกแฟชั่นเสมอมา เพราะบางทีสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าอาจบอกความเป็นตัวเราได้ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งที่เราใส่ซะอีก

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...