ทอ. แจงเครื่องบินรบสหรัฐ ขึ้น-ลง สนามบินกระบี่ ไม่เกี่ยวสู้รบตะวันออกกลาง
8 เม.ย. พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ ชี้แจงกรณี เครื่องบินทหารของประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น C-130, MV-22 Ospery, H-60 Seahawk ใช้ท่าอากาศยานกระบี่ บินขึ้นลงทั้งกลางวันและกลางคืน วันละหลาย 10 เที่ยวบิน ท่ามกลางการตั้งข้อสงสัยของคนในพื้นที่ว่า มีการมาสำรวจหาที่ตั้งฐานทัพของสหรัฐอเมริกาในฝั่งอันดามันของไทยหรือไม่ หรือ เป็นการนำทหารสหรัฐอเมริกามาผ่อนคลายหลังจากเข้าร่วมทำสงครามที่ตะวันออกกลางว่ากองทัพอากาศ กําลังจะออกเป็นเอกสารชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งเป็นกิจกรรม ที่เกิดขึ้นเป็นประจํา แต่สาเหตุที่ประชาชนตระหนกตกใจเพราะว่าเป็นครั้งแรก ที่เครื่องบินเหล่านี้ไปลงจอดที่ท่าอากาศยานกระบี่ ก่อนหน้านั้นจะใช้ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ท่าอากาศยานภูเก็ต หลายครั้ง แต่ในครั้งนี้คนกระบี่ตกใจว่าเพราะเหตุใดถึงมาลงที่ท่าอากาศยานกระบี่ โดยปีนี้สหรัฐขอใช้ท่าอากาศยานกระบี่ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เรียกว่าการสับเปลี่ยนกำลังพล และมีเรื่องของการส่งผู้ป่วยมารักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นกําลังพลที่ป่วยอยู่บนเรือที่ลอยลํากลางทะเล
พร้อมทั้งปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีการสู้รบตะวันออกกลาง เป็นกิจกรรมที่ทําอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว และทางสหรัฐมีการขออนุญาตทุกอย่างถูกต้องตามขั้นตอน รวมถึงกระทรวงต่างประเทศ ไม่มีลัดขั้นตอน ส่วนที่เจาะจงใช้ท่าอากาศยานกระบี่ ไม่เลือกใช้ท่าอากาศยานอื่นเหมือนที่ผ่านมานั้น เนื่องจากท่าอากาศยานอื่นมีปัญหาเรื่องปริมาณเครื่องบินที่ลงมาจอดที่ท่าอากาศยานเป็นจํานวนมาก
"การนำเครื่องบินขอลงจอดในประเทศไทยผ่านกระบวนการกระทรวงต่างประเทศทุกอย่าง และจะมีการพิจารณาถึงความเหมาะสม ซึ่งทั้งหมดไม่ได้มีการละเมิดข้อบังคับหรือข้อตกลงใด ซึ่งการลงจอดทำถูกต้องตามขั้นตอนทุกอย่าง เพียงแต่มาลงจอดที่ท่าอากาศยานกระบี่เป็นครั้งแรก คนในพื้นที่จึงตกใจ" โฆษกกองทัพอากาศ ระบุ
ต่อมา พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า กรณีอากาศยานของสหรัฐฯ ลงจอด ณ ท่าอากาศยานนานากระบี่ ตามที่ปรากฏกระแสข่าวและข้อซักถามจากสื่อมวลชนเกี่ยวกับกรณีอากาศยานของสหรัฐฯ ลงจอด ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ นั้น กองทัพอากาศขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้
การลงจอดของอากาศยานดังกล่าว เป็นไปเพื่อภารกิจด้านการสับเปลี่ยนกำลังพล และการลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ (Medical Evacuation : MEDEVAC) ซึ่งเป็นภารกิจตามปกติของกองทัพสหรัฐฯ และเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวได้เป็นไปตามขั้นตอนและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องทุกประการ โดยฝ่ายสหรัฐฯ ได้ดำเนินการขออนุญาตทางการทูต (Diplomatic Clearance) ผ่านช่องทางที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วน และได้รับการพิจารณาอนุมัติจากหน่วยงานของไทยที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ ยังได้มีการประสานงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดกระบี่ รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคง ท่าอากาศยาน และหน่วยสนับสนุนต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและกำกับดูแลให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือการใช้บริการของพี่น้องประชาชน
กองทัพอากาศขอยืนยันว่า การลงจอดของอากาศยานในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามกรอบความร่วมมือที่มีอยู่เดิม และเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นตามปกติ มิได้มีลักษณะพิเศษหรือมีนัยสำคัญทางการทหารแต่อย่างใด ทั้งนี้ การพิจารณาอนุญาตให้อากาศยานลงจอดเป็นไปตามเงื่อนไข ที่ใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับทุกประเทศ รวมทั้งไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค หรือการนำไปสู่การมีส่วนร่วมในความขัดแย้งใด ๆ
กองทัพอากาศขอให้ประชาชนมั่นใจว่า การดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานไทยอย่างใกล้ชิด โดยคำนึงถึงอธิปไตย ความมั่นคงของประเทศ และผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ