โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

VinFast ขาดทุนเพิ่มขึ้น 26% แตะ 1.2 แสนล้านบาท แม้รายได้โต 105% ก็ตาม

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 21.32 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 03.05 น.

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า “VinFast” ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของเวียดนาม มีผลขาดทุนสุทธิ 3.87 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.2 แสนล้านบาท) ซึ่งเป็นการ “ขาดทุนเพิ่มขึ้น 26%” ในปี 2025 จากปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน VinFast มีรายได้รวม 3.59 พันล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้น 105%

สำหรับต้นทุนหลักของบริษัทคือ ต้นทุนการผลิต ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 5.13 พันล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ บริษัทต้องบันทึกค่าเสียหาย 236 ล้านดอลลาร์ จากโครงการโรงงานในรัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐ ที่ล่าช้า

VinFast ระบุว่า บริษัทมีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฮบริด ขยายตลาดสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไปยังประเทศอื่น ๆ และกลับมาเริ่มก่อสร้างโรงงานในสหรัฐอีกครั้งในปี 2026 โดยตั้งเป้าเริ่มเดินสายการผลิตในปี 2028

นอกจากนี้ เมื่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางขยายตัว VinFast ได้ลดราคารถอีวีลงประมาณ 3% เพื่อจูงใจผู้ขับรถให้เปลี่ยนจากรถใช้น้ำมันมาเป็นรถไฟฟ้า

ในไตรมาสสุดท้ายของปี VinFast เร่งยอดขายอย่างมาก โดยคิดเป็น 44% ของยอดขายทั้งปีที่ 196,919 คัน การเพิ่มขึ้นนี้ ซึ่งรวมถึงยอดขายให้กับ GSM ช่วยให้บริษัททำเป้าหมายขายรถได้มากกว่าปี 2024 ถึงสองเท่า

ส่วนยอดขายให้กับบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน คิดเป็น 33% ของยอดขายไตรมาส 4 ซึ่งเพิ่มจาก 27% ของยอดขายทั้งปี โดยส่วนใหญ่ส่งไปยังอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

VinFast ระบุว่า บริษัทได้ใช้เงินไปแล้ว 1.1 พันล้านดอลลาร์ จากเงิน 2 พันล้านดอลลาร์ ที่ฝ่ามเญิ๊ตเวือง ประธานกลุ่มบริษัท Vingroup ให้การสนับสนุนส่วนตัวแก่ธุรกิจ

ณ วันที่ 31 ธันวาคม บริษัทได้กู้เงิน 413 ล้านดอลลาร์ จากวงเงิน 1.4 พันล้านดอลลาร์ ที่ Vingroup เปิดให้ใช้ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2024 ถึงพฤศจิกายน 2026

ที่ผ่านมา บริษัทผู้ผลิตรถ EV รายนี้ขาดทุนมาตลอดตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2017 และตั้งเป้าว่าจะเริ่มถึงจุดคุ้มทุนในปีนี้

เหงียน ลาน แองประธานเจ้าหน้าที่การเงิน (CFO) กล่าวว่า “เราคาดว่าหนทางไปสู่การทำกำไรจะเริ่มเห็นชัดมากขึ้นในระยะกลาง” โดยตอบคำถามนักวิเคราะห์ว่า อัตรากำไรขั้นต้นอาจกลับมาเป็นบวกได้ในปี 2026 หรือ 2027

ในปี 2025 VinFast ยังขายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าและจักรยานไฟฟ้าได้ 406,498 คัน โดยบริษัทระบุว่า มาตรการของรัฐบาลเวียดนามที่ต้องการจำกัดรถใช้น้ำมันในบางพื้นที่ของฮานอยและโฮจิมินห์ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยหนุนยอดขาย

บริษัทยังตั้งเป้าขยายตลาดสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไปยัง ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และอินเดีย

เมื่อถูกถามถึงข่าวลือเรื่อง “รถไฮบริด” ซึ่งบริษัทเคยหลีกเลี่ยงมาก่อน VinFast ระบุว่า กำลังพิจารณาเปิดตัวรถประเภทนี้ เพื่อเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่รถ EV เต็มรูปแบบ

ทั้งนี้ VinFast ตั้งเป้ายอดขายรถ EV จำนวน 300,000 คันในปี 2026 เพิ่มขึ้นประมาณ 50% จากปี 2025 โดยบริษัทมีกำลังการผลิตรวม 600,000 คันต่อปี จากโรงงานในไฮฟองและฮาติ๋ญ (เวียดนาม) อินเดีย และอินโดนีเซีย

หลังจากในช่วงแรกเน้นตลาดอเมริกาเหนือและยุโรป ปัจจุบันบริษัทได้ปรับกลยุทธ์ หันมาโฟกัสตลาดใกล้บ้านมากขึ้น เช่น อินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปีที่ผ่านมา รถของ VinFast ถึง 89% หรือประมาณ 175,000 คัน ถูกขายในเวียดนาม
อ้างอิง: nikkei

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...