โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

หลายบ้านเสียดาย! 4 เมนูห้ามเก็บค้างคืนกินซ้ำ อันตรายกว่าที่คิด สะสมสารก่อมะเร็ง

News In Thailand

เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 06.07 น. • oum
หลายบ้านเสียดาย! 4 เมนูห้ามเก็บค้างคืนกินซ้ำ อันตรายกว่าที่คิด สะสมสารก่อมะเร็ง

คุณหมอโภชนาการได้ออกมาเตือนว่า อาหารที่ทิ้งไว้เกิน 6 ชั่วโมง หรือค้างคืน มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดแบคทีเรียสะสม หากโชคร้ายอาจนำไปสู่โรคกระเพาะลำไส้อักเสบเฉียบพลัน หรือรุนแรงถึงขั้นติดเชื้อในกระแสเลือดได้

4 ประเภทอาหารที่ห้ามเก็บมากินซ้ำ

1. น้ำซุปกระดูกหมู / น้ำสต๊อก หลายคนชอบต้มหม้อใหญ่แล้วฟรีซเก็บไว้ใช้หลายวัน แต่ความจริงคือยิ่งเก็บนาน ยิ่งเสี่ยงเชื้อแบคทีเรียสะสม นอกจากนี้ เครื่องปรุงและเกลือในน้ำซุปที่ผ่านการต้มซ้ำจะยิ่งทำให้ปริมาณไนไตรต์สูงขึ้น และที่อันตรายกว่าคือ "การเก็บในหม้อโลหะ" เช่น อลูมิเนียมหรือสแตนเลสข้ามคืน สารพิษจากโลหะอาจหลุดรอดออกมาปนเปื้อนในอาหารได้

2. ผักใบเขียว (ผักผัด, แกงผัก, ผักลวก) ผักใบเขียวมีไนเตรตตามธรรมชาติสูง เมื่อปรุงสุกแล้วทิ้งไว้ข้ามคืน ไนเตรตจะเปลี่ยนเป็น "ไนไตรต์" ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งตัวร้าย หากกินสะสมเป็นเวลานานจะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหารและมะเร็งกระเพาะอาหาร หรือในระยะสั้นอาจทำให้ท้องเสียและติดเชื้อในทางเดินอาหาร

3. อาหารทะเล อาหารทะเลที่ปรุงสุกแล้วทิ้งไว้ข้ามคืนจะเกิดการย่อยสลายของโปรตีนในรูปแบบที่ผิดปกติ ซึ่งส่งผลเสียโดยตรงต่อ "ตับและไต" อีกทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แบคทีเรียชั้นดี ต่อให้เก็บในตู้เย็นก็ยังมีโอกาสเกิดอาการอาหารเป็นพิษได้สูง

4. เมนูไข่ ไข่มีโปรตีนและไนโตรเจนสูง เมื่อนำมาอุ่นซ้ำหรือผ่านความร้อนหลายครั้ง โปรตีนเหล่านี้จะเกิดกระบวนการออกซิเดชันจนเปลี่ยนสภาพเป็นสารก่อมะเร็ง นอกจากนี้ สารอาหารในไข่แดงจะเสื่อมสภาพและเปลี่ยนเป็นสารที่เป็นโทษต่อร่างกายหากได้รับความร้อนซ้ำๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...