โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"พิมรี่พาย" ยอมขาดทุน 10 ล้าน เหมาสวนทุเรียนจันท์ช่วยชาวสวน

Amarin TV

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“พิมรี่พาย” ยอมขาดทุน 10 ล้าน เหมาสวนทุเรียนจันท์ช่วยชาวสวน ไม่สนกำไร ปลุกกระแส Soft Power ผลไม้ไทยอร่อยที่สุดในโลก

"พิมรี่พาย" ยอมขาดทุน 10 ล้าน เหมาสวนทุเรียนจันท์ช่วยชาวสวน ไม่สนกำไร ปลุกกระแส Soft Power ผลไม้ไทยอร่อยที่สุดในโลก

ยังเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับความร่วมมือระหว่าง กระทรวงพาณิชย์ และแม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง "พิมรี่พาย" ในแคมเปญขายทุเรียนราคาพิเศษเพียงลูกละ 100 บาท ซึ่งเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และคำถามตามมามากมายในโลกโซเชียล ทั้งเจ้าของสวนทุเรียนและบรรดาพ่อค้าแม่ค้าขายปลีก

ดรามาดังกล่าว เริ่มต้นจากการประกาศความร่วมมือในการกระจายผลผลิตทุเรียนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและลดภาระค่าครองชีพ แต่กลับมีกระแสตั้งคำถามในหลายประเด็น เช่น มีการตั้งข้อสังเกตว่าทุเรียนราคา 100 บาท อาจมีจำนวนจำกัดเพียงไม่กี่พันลูก ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

ผู้บริโภคบางส่วนกังวลเรื่องขนาดและเกรดของทุเรียนว่าจะคุ้มค่ากับราคาหรือไม่ รวมถึงจะมีการบวกค่าส่วนต่างหรือค่าขนส่งเพิ่มเติมจนทำให้ราคาสูงขึ้นกว่าที่ประกาศไว้หรือไม่

ล่าสุดเวลา 20. 00 น. ( 28 เม.ย.69 )ที่ผ่านมา เมื่อแม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง "พิมรี่พาย" ปรากฏตัวไลฟ์สดส่งตรงจากสวนทุเรียนในจังหวัดจันทบุรี โดยสร้างปรากฏการณ์มีผู้ชมพร้อมกันสูงถึง 500,000 คน ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที ท่ามกลางกระแสดราม่าเรื่องราคาทุเรียนที่กำลังร้อนแรง

พิมรี่พาย เปิดใจกลางไลฟ์ถึงสาเหตุที่ลงพื้นที่เมืองจันท์ในครั้งนี้ว่า ตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา เธอเดินสายเข้าหาชาวสวนเพื่อรับซื้อผลผลิต เนื่องจากรับรู้ถึงความลำบากของเกษตรกรที่ปีนี้ประสบปัญหาฝนน้อยแต่ผลผลิตออกมาก จนเสี่ยงต่อภาวะราคาตกต่ำเหมือนกรณีมังคุดในปีที่ผ่านมา

เธอยอมรับว่าการไลฟ์ครั้งนี้ "ขาดทุนฉิบหาย" โดยคาดการณ์ว่าอาจจะต้องควักเนื้อตัวเองไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท เนื่องจากใช้วิธีการ "เหมาสวน" ทำให้ไม่สามารถกำหนดไซส์ทุเรียนได้ แต่ที่ตัดสินใจทำเพราะอยากให้คนไทยได้กินทุเรียนในราคาที่เข้าถึงได้ และไม่อยากเห็นผลไม้ไทยต้องเน่าคาสวน

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ พิมรี่พายเผยว่าไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด โดยพบปัญหาตั้งแต่วันแรกๆ เนื่องจากมีกระแสข่าวลือว่าการเข้ามาของเธออาจจะทำให้ทุเรียนเสียราคาตลาด ทำให้บางสวนปฏิเสธการขาย หรือบางสวนมีการปรับราคาสูงขึ้น

"พิมเข้าไป 20 สวน บางท่านก็กรุณาลดราคาให้ บางท่านก็หมั่นเขี้ยวขึ้นราคา แต่ทุเรียนที่เห็นทั้งหมดคือทุเรียนจากสวนคนไทย พิมอยากให้เกษตรกรยิ้มได้และรวยกันถ้วนหน้า"

นอกจากการขายหมอนทองที่เป็นสินค้าหลักแล้ว พิมรี่พายยังนำทุเรียนเกรดพรีเมียมมานำเสนอ อาทิ มูซานคิง กิโลกรัมละ 5,000 บาท และ ก้านยาว กิโลกรัมละ 900 บาท พร้อมยืนยันจากประสบการณ์ตรงว่า มูซานคิงที่ปลูกในไทยรสชาติดีกว่าของประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย และย้ำว่าไม่มีประเทศไหนที่ทุเรียนอร่อยเท่าประเทศไทยอีกแล้ว

ความน่าสนใจของการไลฟ์ครั้งนี้คือ พิมรี่พายได้ประกาศสนับสนุนแม่ค้าทุเรียนรายย่อยทั่วประเทศ โดยให้ร้านค้าต่างๆ เข้ามาคอมเมนต์ฝากชื่อร้าน พิกัด และเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งเธอจะมีทีมงานรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ใส่ไปในออเดอร์ของลูกค้า เพื่อสนับสนุนให้คนไทยอุดหนุนเกษตรกรใกล้บ้าน

นอกจากนี้ เธอยังประกาศเตรียม แจกปุ๋ยมูลค่ากว่า 3-4 ล้านบาท ให้กับเกษตรกรด้วย และทิ้งท้ายถึงกลุ่มผู้ปลูกมะพร้าวและมะม่วงว่าขอให้รอคิวต่อไป เธอพร้อมจะเข้าไปช่วยเหลืออย่างแน่นอน

สำหรับการไลฟ์ในครั้งนี้ พิมรี่พายตอกกลับชาวเน็ตที่สงสัยเรื่องยอดขาดทุน 10 ล้านบาทไว้อย่างเจ็บแสบว่า "คุณพี่ลองขายของให้ได้ 3,700 ล้านก่อน แล้วจะรู้ว่า 10 ล้านที่เสียไปพิมไม่ได้อวด แต่มันคือความตั้งใจที่จะช่วยจริงๆ"

พิมรี่พาย ยืนยันว่า ยังไม่กลับจนกว่าจะส่งทุเรียนถึงมือทุกคนอย่างสมบูรณ์แบบ

ก่อนจะประกาศทุเรียนคืนนี้มีหลายไซส์ ประเดิมไซส์กินคนเดียว พรีเมียมเหมือนกัน 100 เดียว ,ะหมอนทอง 1 ลูก 1.2-1.9 โล ลูกละ 135 บาท ,ไซส์ 2 โล -3.5 โล ก็ 100 เดียวเช่นกัน ,ส่วนทุเรียนกระดุมทองไซส์ขนาดกำลังทาน 111 บาท ,ไซส์จัมโบ้ หมอนทองจันท์ หนัก 6-8 โล ลูกละ 480 บาท

โดยมีลูกค้าแย่งกันกดซื้อ หมดไวทุกตะกร้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...