"พิมรี่พาย" ยอมขาดทุน 10 ล้าน เหมาสวนทุเรียนจันท์ช่วยชาวสวน
"พิมรี่พาย" ยอมขาดทุน 10 ล้าน เหมาสวนทุเรียนจันท์ช่วยชาวสวน ไม่สนกำไร ปลุกกระแส Soft Power ผลไม้ไทยอร่อยที่สุดในโลก
ยังเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับความร่วมมือระหว่าง กระทรวงพาณิชย์ และแม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง "พิมรี่พาย" ในแคมเปญขายทุเรียนราคาพิเศษเพียงลูกละ 100 บาท ซึ่งเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และคำถามตามมามากมายในโลกโซเชียล ทั้งเจ้าของสวนทุเรียนและบรรดาพ่อค้าแม่ค้าขายปลีก
ดรามาดังกล่าว เริ่มต้นจากการประกาศความร่วมมือในการกระจายผลผลิตทุเรียนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและลดภาระค่าครองชีพ แต่กลับมีกระแสตั้งคำถามในหลายประเด็น เช่น มีการตั้งข้อสังเกตว่าทุเรียนราคา 100 บาท อาจมีจำนวนจำกัดเพียงไม่กี่พันลูก ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน
ผู้บริโภคบางส่วนกังวลเรื่องขนาดและเกรดของทุเรียนว่าจะคุ้มค่ากับราคาหรือไม่ รวมถึงจะมีการบวกค่าส่วนต่างหรือค่าขนส่งเพิ่มเติมจนทำให้ราคาสูงขึ้นกว่าที่ประกาศไว้หรือไม่
ล่าสุดเวลา 20. 00 น. ( 28 เม.ย.69 )ที่ผ่านมา เมื่อแม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง "พิมรี่พาย" ปรากฏตัวไลฟ์สดส่งตรงจากสวนทุเรียนในจังหวัดจันทบุรี โดยสร้างปรากฏการณ์มีผู้ชมพร้อมกันสูงถึง 500,000 คน ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที ท่ามกลางกระแสดราม่าเรื่องราคาทุเรียนที่กำลังร้อนแรง
พิมรี่พาย เปิดใจกลางไลฟ์ถึงสาเหตุที่ลงพื้นที่เมืองจันท์ในครั้งนี้ว่า ตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา เธอเดินสายเข้าหาชาวสวนเพื่อรับซื้อผลผลิต เนื่องจากรับรู้ถึงความลำบากของเกษตรกรที่ปีนี้ประสบปัญหาฝนน้อยแต่ผลผลิตออกมาก จนเสี่ยงต่อภาวะราคาตกต่ำเหมือนกรณีมังคุดในปีที่ผ่านมา
เธอยอมรับว่าการไลฟ์ครั้งนี้ "ขาดทุนฉิบหาย" โดยคาดการณ์ว่าอาจจะต้องควักเนื้อตัวเองไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท เนื่องจากใช้วิธีการ "เหมาสวน" ทำให้ไม่สามารถกำหนดไซส์ทุเรียนได้ แต่ที่ตัดสินใจทำเพราะอยากให้คนไทยได้กินทุเรียนในราคาที่เข้าถึงได้ และไม่อยากเห็นผลไม้ไทยต้องเน่าคาสวน
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ พิมรี่พายเผยว่าไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด โดยพบปัญหาตั้งแต่วันแรกๆ เนื่องจากมีกระแสข่าวลือว่าการเข้ามาของเธออาจจะทำให้ทุเรียนเสียราคาตลาด ทำให้บางสวนปฏิเสธการขาย หรือบางสวนมีการปรับราคาสูงขึ้น
"พิมเข้าไป 20 สวน บางท่านก็กรุณาลดราคาให้ บางท่านก็หมั่นเขี้ยวขึ้นราคา แต่ทุเรียนที่เห็นทั้งหมดคือทุเรียนจากสวนคนไทย พิมอยากให้เกษตรกรยิ้มได้และรวยกันถ้วนหน้า"
นอกจากการขายหมอนทองที่เป็นสินค้าหลักแล้ว พิมรี่พายยังนำทุเรียนเกรดพรีเมียมมานำเสนอ อาทิ มูซานคิง กิโลกรัมละ 5,000 บาท และ ก้านยาว กิโลกรัมละ 900 บาท พร้อมยืนยันจากประสบการณ์ตรงว่า มูซานคิงที่ปลูกในไทยรสชาติดีกว่าของประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย และย้ำว่าไม่มีประเทศไหนที่ทุเรียนอร่อยเท่าประเทศไทยอีกแล้ว
ความน่าสนใจของการไลฟ์ครั้งนี้คือ พิมรี่พายได้ประกาศสนับสนุนแม่ค้าทุเรียนรายย่อยทั่วประเทศ โดยให้ร้านค้าต่างๆ เข้ามาคอมเมนต์ฝากชื่อร้าน พิกัด และเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งเธอจะมีทีมงานรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ใส่ไปในออเดอร์ของลูกค้า เพื่อสนับสนุนให้คนไทยอุดหนุนเกษตรกรใกล้บ้าน
นอกจากนี้ เธอยังประกาศเตรียม แจกปุ๋ยมูลค่ากว่า 3-4 ล้านบาท ให้กับเกษตรกรด้วย และทิ้งท้ายถึงกลุ่มผู้ปลูกมะพร้าวและมะม่วงว่าขอให้รอคิวต่อไป เธอพร้อมจะเข้าไปช่วยเหลืออย่างแน่นอน
สำหรับการไลฟ์ในครั้งนี้ พิมรี่พายตอกกลับชาวเน็ตที่สงสัยเรื่องยอดขาดทุน 10 ล้านบาทไว้อย่างเจ็บแสบว่า "คุณพี่ลองขายของให้ได้ 3,700 ล้านก่อน แล้วจะรู้ว่า 10 ล้านที่เสียไปพิมไม่ได้อวด แต่มันคือความตั้งใจที่จะช่วยจริงๆ"
พิมรี่พาย ยืนยันว่า ยังไม่กลับจนกว่าจะส่งทุเรียนถึงมือทุกคนอย่างสมบูรณ์แบบ
ก่อนจะประกาศทุเรียนคืนนี้มีหลายไซส์ ประเดิมไซส์กินคนเดียว พรีเมียมเหมือนกัน 100 เดียว ,ะหมอนทอง 1 ลูก 1.2-1.9 โล ลูกละ 135 บาท ,ไซส์ 2 โล -3.5 โล ก็ 100 เดียวเช่นกัน ,ส่วนทุเรียนกระดุมทองไซส์ขนาดกำลังทาน 111 บาท ,ไซส์จัมโบ้ หมอนทองจันท์ หนัก 6-8 โล ลูกละ 480 บาท
โดยมีลูกค้าแย่งกันกดซื้อ หมดไวทุกตะกร้า