โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

“ราชทัณฑ์” ยันพักโทษ “ทักษิณ“ ไม่ขัดกฎหมาย หลัง “หมอตุลย์” เบรกพักโทษ!

เดลินิวส์

อัพเดต 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 5.33 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“ราชทัณฑ์” ร่ายยาว ยันชัดพักโทษ “ทักษิณ“ ไม่ขัดกฎหมาย หลัง

เมื่อเวลา 21.15 น. วันที่ 5 พ.ค. กรมราชทัณฑ์ โดยส่วนประชาสัมพันธ์ เผยแพร่เอกสารระบุใจความว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่าการพิจารณาพักการลงโทษต้องเป็นนักโทษชั้นดีขึ้นไปตามกฎกระทรวง กำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 มีเนื้อหาขัดต่อ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 วรรคแรก ซึ่งนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นกลางและจำคุกเป็นครั้งที่ 2 นั้น

กรมราชทัณฑ์ขอเรียนดังนี้ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 วรรคแรก บัญญัติว่า “นักโทษเด็ดขาดคนใดแสดงให้เห็นว่ามีความประพฤติดี มีความอุตสาหะ ความก้าวหน้าในการศึกษา และทำการงานเกิดผลดีหรือทำความชอบแก่ทางราชการเป็นพิเศษ อาจได้รับประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้” นั้น เป็นการกล่าวถึงภาพรวมของนักโทษเด็ดขาดที่จะได้รับประโยชน์ตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ว่ามี 8 ข้อ ได้แก่ (1) ได้รับความสะดวกในเรือนจำตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ (2) เลื่อนชั้น (3) ได้รับแต่งตั้งให้มีตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือเจ้าพนักงานเรือนจำ (4) ลาไม่เกินเจ็ดวันในคราวหนึ่ง (5) ลดวันต้องโทษจำคุกให้เดือนละไม่เกินห้าวัน (6) ลดวันต้องโทษจำคุกลงอีกไม่เกินจำนวนวันที่ทำงานสาธารณะ (7) พักการลงโทษเมื่อนักโทษเด็ดขาดที่ได้รับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือ 1 ใน 3 ของกำหนดโทษตามหมายศาลในขณะนั้นแล้วแต่อย่างหนึ่งอย่างใดจะมากกว่า และ (8) ได้รับการพิจารณาอนุญาตให้ออกไปฝึกวิชาชีพในสถานประกอบการ ทั้งนี้ มิได้กล่าวถึงการกำหนดชั้นของนักโทษเด็ดขาดไว้แต่อย่างใด

กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดและเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 ได้กำหนดเรื่องการพักการลงโทษกรณีปกติไว้ โดยนักโทษเด็ดขาดตั้งแต่ชั้นกลางขึ้นไปอาจได้รับพักการลงโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด หากมีการพระราชทานอภัยโทษให้ถือกำหนดโทษตามหมายแจ้งโทษเด็ดขาดฉบับหลังสุด เป็นการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ มาตรา 52 (7) ซึ่งได้บัญญัติไว้ว่าการพักการลงโทษ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการราชทัณฑ์ ดังนั้น กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ฯ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2564 จึงมิได้เป็นการขัดต่อ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 แต่อย่างใด

กรมราชทัณฑ์ ระบุต่อว่า นายทักษิณ ต้องโทษจำคุกรวม 3 คดี ต่อมาได้รับพระราชทานอภัยลดโทษ เหลือโทษจำคุกต่อไปอีก 1 ปี โดยต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้วินิจฉัยว่าการบังคับโทษไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเงื่อนไขของกฎหมาย จำเลยจึงไม่อาจถือเอาช่วงระยะเวลาที่จำเลยอยู่ในโรงพยาบาลตำรวจมาหักเป็นวันคุมขังได้ จึงมีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุกแก่จำเลยมีกำหนด 1 ปี ดังนั้น การบังคับโทษ 1 ปี ของนายทักษิณจึงมิใช่กรณีกระทำความผิดซ้ำตามมาตรา 92 หรือมาตรา 93 แห่งประมวลกฎหมายอาญาหรือตามกฎหมายอื่น และมิใช่กรณีเป็นนักโทษเด็ดขาดซึ่งเคยต้องโทษจำคุกและพ้นโทษแล้วกลับมากระทำความผิดอีกภายใน 5 ปี นับแต่วันที่พ้นโทษจำคุกคราวก่อน จากประเด็นดังกล่าว นายทักษิณจึงมีคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 คือ เป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นกลาง ต้องโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด และได้รับพักการลงโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแจ้งโทษเด็ดขาด

การพิจารณาของคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ได้พิจารณาจากข้อเท็จจริง พฤติการณ์และคุณสมบัติของผู้ต้องขังตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและกฎกระทรวงกำหนดไว้อย่างครบถ้วน รอบคอบ และเป็นธรรม โดยมิได้มีการเลือกปฏิบัติหรือให้สิทธิประโยชน์เกินกว่าที่กฎหมายบัญญัติไว้แต่อย่างใด

กรมราชทัณฑ์ ขอยืนยันว่า กระบวนการพิจารณาพักการลงโทษของนายทักษิณ ชินวัตร ได้ดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมาย กฎกระทรวง และระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกประการ โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์และสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายอย่างเสมอภาค โปร่งใส และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า แถลงการณ์ดังกล่าวของกรมราชทัณฑ์ เนื่องมาจากกรณีที่วันนี้ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เดินทางไปที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนทำเนียบรัฐบาล เพื่อส่งหนังสือถึงนายกฯ ขอให้ทบทวนการพิจารณาอนุมัติการพักโทษของนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่จะปล่อยตัวพักโทษคุมประพฤติในวันที่ 11 พ.ค.69 โดยยกเหตุผลว่านายทักษิณไม่ใช่นักโทษชั้นดีขึ้นไป เนื่องจากเคยถูกศาลพิพากษาจำคุกมาแล้วถึง 2 ครั้ง จึงถือเป็นเพียงนักโทษเด็ดขาดชั้นกลางเท่านั้น และแม้กฎกระทรวงจะเปิดช่องให้นักโทษชั้นกลางสามารถได้รับการพักการลงโทษได้ในบางกรณี แต่เนื้อหาดังกล่าวอาจขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายแม่บท จึงขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมทบทวนและระงับคำสั่งดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...