โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐกู้ 4 แสนล้านดันไทยโตเพิ่ม 0.8% รอหน่อย“คนละครึ่งพลัส”สูตรใหม่จะเข้าครม.19 พ.ค.นี้

Thairath Money

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
ภาพไฮไลต์

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวถึงการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ วงเงิน 400,000 ล้านบาท ว่า วงเงินกู้ดังกล่าวจะแบ่งเป็น 2 ส่วนส่วนละ 200,000 ล้านบาท ส่วนแรกจะใช้เพื่อการเยียวยาและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการกลุ่มเปราะบางโดยตรง ส่วนที่สองจะใช้เพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition) ไปสู่การใช้พลังงานทดแทน พลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศ นอกจากนั้น รัฐบาลยังอยู่ระหว่างพิจารณาเงินจากเงินงบกลางปีที่เหลือ 20,000 ล้านบาท เงินงบประมาณปี 69 ที่ยังไม่ได้ทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างอีก 50,000 ล้านบาท มาดำเนินการ ซึ่งต้องรอสำนักงบประมาณ เสนอรายละเอียดให้พิจารณา

ทั้งนี้ หลักเกณฑในการกลั่นกรองโครงการที่จะขอใช้เงินกจะยึดหลัก 5 T คือ 1.Target กลุ่มเป้าหมายชัดเจน เช่น กลุ่มเปราะบาง เน้นพลังงานสะอาด 2.Transition การเร่งรัดการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 3.Transformation ปฏิรูปการใช้พลังงานฟอสซิลไปพลังงานสะอาด 4.Transparent โปร่งใส ตรวจสอบได้ และ 5.Together ขับเคลื่อนร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อให้เงินทุกบาทใช้สร้างคุณค่าสูงสุดแก่ประเทศชาติประชาชน โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)ได้ประเมินผลการกู้เงินครั้งนี้ว่า จะมีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ0.8% กรอบเงินเฟ้อปี 2570 อยู่ที่ 1.5%

นายเอกนิติ ยังกล่าวถึง การเดินหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส ว่า คลังตั้งใจนำโครงการคนละครึ่งพลัส และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มารวมเป็นแพ็คเกจเดียวกัน และเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองโครงการกู้เงิน 400,000 ล้านบาท ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน พิจารณาในการประชุมนัดแรก ก่อนเสนอให้ ครม.เห็นชอบวันที่ 19 พ.ค.นี้ เพื่อให้โครงการเริ่มใช้ได้ทัน 1 มิ.ย.69 โดยมาตรการนี้จะครอบคลุมการเยียวยาประชาชน 43 ล้านคน เป็นการช่วยเหลือตรงเป้าหมายและลดความซับซ้อนในการลงทะเบียน

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติ พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ วงเงิน 400,000 ล้านบาทและประกาศในราชกิจจานุเบกษา จากนั้นสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) จะจัดทำแผนบริหารหนี้สาธารณะปี 2569 ครั้งที่ 2 เสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติในวันที่ 12 พ.ค.69 จากนั้นวันที่ 14 พ.ค. จะต้องนำเสนอเข้าสู่วาระการพิจารณาของที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังจะออกระเบียบ 2 ฉบับ คือ หลักเกณฑ์การใช้เงิน และการประเมินผล ติดตามการใช้เงิน โดยสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ ที่มีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน แต่ละหน่วยงานที่ต้องการใช้เงิน จะต้องเสนอโครงการตามวัตถุประสงค์ของการกู้เงินเท่านั้น โดยในส่วนของคลัง จะเสนอรายละเอียดการใช้เงินกู้ในโครงการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ในคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ซึ่งเร็วที่สุด จะนำเสนอ ครม.ในวันที่ 19 พ.ค.นี้ แต่หากช้าสุดภายในวันที่ 26 พ.ค. 2569 ถือว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยสบน. กล่าวว่า เมื่อครม.อนุมัติแผนบริหารหนี้สาธารณะปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 2 แล้ว สบน.พร้อมที่จะกู้เงินตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2569 นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัสสูตร 60:40 นั้น ขณะนี้กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างการออกแบบเช่นเดียวกับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะโอนเงินให้ทุกเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน และต้องใช้หมดภายในเดือนนั้น ๆ หากไม่หมดก็ต้องส่งคืนคลัง ไม่มีการสะสม เบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิราว 43.25 ล้านคน ใช้เงินราว 173,000 ล้านบาท ซึ่งจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบมากกว่า 250,000 ล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัฐกู้ 4 แสนล้านดันไทยโตเพิ่ม 0.8% รอหน่อย“คนละครึ่งพลัส”สูตรใหม่จะเข้าครม.19 พ.ค.นี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...