คดี OpenAI เดือด! Brockman เผยถือหุ้นเกือบ 3 หมื่นล้านดอลลาร์–โยงผลประโยชน์ Altman
คดี OpenAI เดือด! Brockman เผยถือหุ้นเกือบ 3 หมื่นล้านดอลลาร์–โยงผลประโยชน์ Altman ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นอิสระ คดีอาจชี้ชะตาอนาคตบริษัท AI ระดับโลก
วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เวลา 07.55 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การพิจารณาคดีระหว่าง OpenAI กับอีลอน มัสก์ มีความเข้มข้นมากขึ้น หลัง Greg Brockman ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริษัท เปิดเผยในศาลถึงความสัมพันธ์ทางการเงินกับซีอีโอ Sam Altman ที่ลึกซึ้งกว่าที่เคยทราบกัน รวมถึงการถือหุ้นใน OpenAI มูลค่าเกือบ 30,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งไม่เคยเปิดเผยมาก่อน
ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยระหว่างการซักถามโดยทนายของมัสก์ ซึ่งกำลังฟ้องร้อง OpenAI โดยกล่าวหาว่าบริษัทเบี่ยงเบนจากเป้าหมายเดิมในฐานะองค์กรไม่แสวงหากำไร ไปสู่การเป็นบริษัทแสวงหากำไรเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว โดยทีมกฎหมายของ Musk ชี้ว่า ความสัมพันธ์ทางการเงินระหว่าง Brockman กับ Altman อาจกระทบต่อความเป็นอิสระในการตัดสินใจ และทำให้ Brockman สนับสนุนแนวทางของ Altman ที่ผลักดันให้ OpenAI เปลี่ยนโครงสร้างเป็นองค์กรแสวงหากำไร
Brockman ยังยอมรับในศาลว่า เขาถือหุ้นในสตาร์ทอัพหลายแห่งที่ Altman สนับสนุน รวมถึงมีส่วนแบ่งในกองทุนครอบครัวของ Altman ด้วย โดยย้อนกลับไปในปี 2570 Altman เคยมอบสิทธิ์ถือหุ้นในกองทุนครอบครัวให้ Brockman มูลค่าราว 10 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถูกมองว่าอาจสร้างความผูกพันด้านผลประโยชน์ระหว่างทั้งสองฝ่าย
การพิจารณาคดีในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งขณะนี้เข้าสู่สัปดาห์ที่สอง อาจเป็นจุดชี้ขาดอนาคตของ OpenAI บริษัทที่จุดกระแสปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ทั่วโลก หลังเปิดตัว ChatGPT ในปี 2565 และสามารถระดมทุนได้มากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายธุรกิจและเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าตลาดหุ้นในอนาคตที่อาจมีมูลค่าสูงถึงระดับล้านล้านดอลลาร์
ในคดีนี้ Musk เรียกร้องให้ปลด Altman และ Brockman ออกจากตำแหน่งผู้บริหาร พร้อมเรียกค่าเสียหายสูงถึง 150,000 ล้านดอลลาร์ โดยอ้างว่าเขาเคยสนับสนุน OpenAI ด้วยเงินและทรัพยากรส่วนตัว ภายใต้เงื่อนไขว่าจะพัฒนา AI อย่างปลอดภัยในรูปแบบองค์กรไม่แสวงหากำไร แต่บริษัทกลับเปลี่ยนทิศทางเพื่อแสวงหากำไรในภายหลัง
อย่างไรก็ตาม OpenAI โต้กลับว่ามัสก์มีแรงจูงใจจากความต้องการควบคุมบริษัท และไม่พอใจกับความสำเร็จของ OpenAI หลังจากเขาลาออกจากบอร์ดในปี 2018 อีกทั้งยังกล่าวหาว่า มัสก์ไม่ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นความปลอดภัยของ AI ในช่วงที่ยังมีบทบาทในองค์กร และกำลังพยายามผลักดันบริษัท AI ของตนเองอย่าง xAI ให้แข่งขันกับ OpenAI ซึ่งยังตามหลังในด้านจำนวนผู้ใช้งาน
อ้างอิง : reuters.com