งานวิจัยชี้ เด็กประถมเชียงใหม่ 52% มีภาวะปอดผิดปกติ
ภาคเหนือของไทย โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ต้องเผชิญกับปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 เป็นประจำทุกปี ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อคุณภาพอากาศ แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะ “เด็ก” ที่ถือเป็นกลุ่มเปราะบางมากที่สุด
งานวิจัยล่าสุดในปี 2024 ที่ทำการศึกษาในอำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้สำรวจผลกระทบของฝุ่น PM2.5 ต่อระบบทางเดินหายใจของเด็กนักเรียนประถมอายุ 8–12 ปี โดยใช้การตรวจสมรรถภาพปอด ควบคู่กับข้อมูลค่าฝุ่นจากสถานีตรวจวัดใกล้เคียง
ผลลัพธ์ที่ได้ค่อนข้างน่ากังวล
จากเด็กทั้งหมด 93 คนที่สามารถตรวจวัดได้อย่างสมบูรณ์
- 52% มีลักษณะปอดผิดปกติแบบ “จำกัดการขยายตัว”
- 18% มีภาวะ “ทางเดินหายใจอุดกั้น”
- มีเพียง 30% ที่ปอดทำงานปกติ
ที่น่าสนใจคือ เมื่อปรับปัจจัยด้านดัชนีมวลกายแล้ว พบว่าเด็กผู้ชายมีโอกาสเกิดความผิดปกติของปอดน้อยกว่าเด็กผู้หญิงอย่างมีนัยสำคัญ
แม้ว่าค่าบางตัว เช่น อัตราส่วน FEV1 ต่อ FVC จะยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ค่าความจุปอดโดยรวมและความสามารถในการหายใจออกกลับต่ำกว่ามาตรฐานอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่า “ปอดของเด็กมีขนาดหรือความจุน้อยลง” มากกว่าจะเป็นปัญหาทางเดินหายใจตีบ
นักวิจัยอธิบายว่า รูปแบบความผิดปกตินี้น่าจะเกิดจากการสะสมของฝุ่น PM2.5 ในระยะยาว โดยเฉพาะจากการเผาไหม้ชีวมวลในช่วงฤดูหมอกควัน รวมถึงฝุ่นจากภายนอกที่เล็ดลอดเข้ามาในอาคาร และแหล่งกำเนิดฝุ่นภายในบ้าน ซึ่งส่งผลต่อปอดของเด็กที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่
PM2.5 อันตรายกว่าที่เห็น เพราะเข้าได้ลึกถึงกระแสเลือด
ฝุ่น PM2.5 เป็นอนุภาคขนาดเล็กมาก จนสามารถเล็ดลอดผ่านระบบทางเดินหายใจลงไปถึงถุงลมในปอด และบางส่วนสามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้
เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะกระตุ้นให้เกิด
- การอักเสบ
- ภาวะเครียดออกซิเดชัน
ซึ่งส่งผลทำลายเนื้อเยื่อ ลดประสิทธิภาพการทำงานของปอด และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะในเด็กที่ปอดและระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่
เชียงใหม่ เผชิญฝุ่นหนักติดอันดับโลก
เชียงใหม่ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจาก PM2.5 รุนแรงที่สุดในประเทศไทย และเคยถูกจัดอยู่ในกลุ่มเมืองที่มีมลพิษสูงของโลก
ตัวอย่างเช่น ในเดือนมีนาคม 2021 ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 รายวันพุ่งสูงถึง 187.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินค่ามาตรฐานความปลอดภัยอย่างมาก และสัมพันธ์กับจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้น
แหล่งกำเนิดฝุ่นในพื้นที่ไม่ได้มีแค่การเผาในที่โล่งเท่านั้น แต่ยังรวมถึง
- การจราจร
- งานก่อสร้าง
- ไฟป่า
- การเผาเศษวัสดุทางการเกษตร
โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีความหนาแน่นของประชากรสูง ทำให้ความเสี่ยงยิ่งเพิ่มขึ้น
ผลกระทบระยะยาว อาจทำให้ปอดพัฒนาได้ไม่เต็มที่
งานวิจัยในหลายประเทศพบตรงกันว่า การได้รับ PM2.5 อย่างต่อเนื่องสัมพันธ์กับการทำงานของปอดที่ลดลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในเด็ก
ตัวอย่างเช่น เด็กที่อยู่ในพื้นที่มลพิษสูงมีอัตราการเติบโตของความจุปอดต่ำกว่าปกติ ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพระบบทางเดินหายใจและหัวใจในระยะยาว
สอดคล้องกับแนวทางด้านสาธารณสุข เด็กควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการทางระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น
งานวิจัยนี้ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรการควบคุมคุณภาพอากาศ และการปกป้องสุขภาพของเด็กอย่างจริงจังในพื้นที่ที่เผชิญปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นประจำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ฝุ่นซาฮาราพัดถึงยุโรป เปลี่ยนท้องฟ้ากรีซเป็น “สีส้ม”
- เตือน! ฝุ่น PM2.5 จิ๋วแต่ร้าย บุกทะลวงถึง "สมอง" โดยตรง ต้นเหตุ "หลอดเลือดสมอง" ตีบ-แตก-ตัน และสมองเสื่อม
- วิกฤตฝุ่นคลุม “เชียงใหม่” หายใจไม่ออก มองไม่เห็นอนาคต
- ฝุ่นกลับมาแต่เรายังไม่มี พรบ.อากาศสะอาด รัฐบาลใหม่ตั้งแล้ว กฎหมายกลับเข้าสภาอีกได้ไหม ?
- ทำไมเชียงใหม่ ถึงถูกเรียก “แอ่งกระทะ” กักฝุ่นพิษสูงอันดับ 1 โลก