DSI ออกหมายเรียก สุดาวรรณ-กำนันป้อ-เจ๊หน่อย-บริษัทแป้งมัน รับทราบข้อหารุกที่สาธารณะ
DSI ออกหมายเรียก สุดาวรรณ-กำนันป้อ-เจ๊หน่อย-บริษัทแป้งมัน รับทราบข้อหารุกที่สาธารณะ ด้านกำนันป้อพบจนท.แล้ว ยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สืบสวนสอบสวนคดีที่เกี่ยวกับการบุกรุกที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ “หาดสวนยา” ต.ศรีวิเชียร อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เป็นคดีพิเศษที่ 154/2562 คดีนี้เป็นกรณีมีการกล่าวหาว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐออกเอกสารแสดงสิทธิ์ในที่ดินทำเลเลี้ยงสัตว์ “หาดสวนยา” อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี โดยมิชอบด้วยกฎหมายเพื่อประโยชน์ของเอกชน
จากรายงานการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า ในช่วงเวลาเกิดเหตุ บริษัท แป้งมันเอี่ยมอีสาน จำกัด ขุดบ่อเก็บกักน้ำในที่เกิดเหตุ 3 บ่อ โดยอ้างเอกสารสิทธิในที่ดิน และที่ดินมือเปล่า ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐ โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐกระทำการช่วยเหลือผู้กระทำผิด บุกรุก ยึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่สาธารณะประโยชน์ และมีการออกหนังสือแสดงสิทธิที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายในที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกัน
ดีเอสไอจึงส่งสำนวนให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริง เนื่องจากพบการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาเห็นว่ามีบางข้อกล่าวหาที่ผู้ถูกกล่าวหามิใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่จะรับไว้ดำเนินการ จึงมีมติส่งเรื่องกล่าวหาทั้งสำนวนคืนให้แก่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 61 วรรคสอง
เมื่อดีเอสไอรับเรื่องมาแล้ว พบว่ามีประเด็นที่ต้องดำเนินการรวม 6 ประเด็น ประกอบด้วย 1.ประเด็นการยึดถือครอบครองและขุดทำลายทางสาธารณประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย 2.ประเด็นการดำเนินการของนายอำเภอน้ำยืนกับพวก ในการตรวจรับการคืนสภาพทางที่ถูกทำลายว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ 3.ประเด็นการยึดถือครอบครองที่สาธารณประโยชน์ (หาดสวนยา) ซึ่งตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกของบ่อกักเก็บน้ำบ่อที่ 1 ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง
4.ประเด็นกล่าวหาว่าผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นเจ้าพนักงานลงลายมือชื่อรับรองในการขายที่สาธารณประโยชน์ “หาดสวนยา” โดยมิชอบด้วยกฎหมาย 5.ประเด็นบริษัทเอกชนได้ทำการขุดดินถมดินออกนอกเขต น.ส.3 ก เลขที่ 1887 และใบจองเลขที่ 21 บุกรุก และการยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐซี่งเป็นป่าและที่สาธารณประโยชน์บริเวณ บ่อกักเก็บน้ำบ่อที่ 2 และบ่อที่ 3 และ 6.ประเด็นเจ้าพนักงานที่ดินได้ร่วมกับบริษัทเอกชนยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินโดยอ้างหลักฐานใบจองเลขที่ 21 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งนี้ คดีพิเศษที่ 154/2562 คณะพนักงานสอบสวนพบว่า นายธรรมรงค์ เป็นผู้ยึดถือครอบครองที่สาธารณประโยชน์หาดสวนยา (บ่อกักเก็บน้ำบ่อที่ 1) เนื้อที่ 10-1-37.7 ไร่ จึงมีความเห็นควรสั่งฟ้อง นายธรรมรงค์ และส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.66
แต่นายธรรมรงค์ หลบหนี จึงขอศาลออกหมายจับ กระทั่งต่อมาอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษอนุมัติให้แยกทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 119/2566 เพื่อสอบสวนกรณีมีผู้ถูกกล่าวหารายอื่นซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาในคดีพิเศษที่ 154/2562 อย่างไรก็ตาม ในคดีพิเศษที่ 119/2566 นั้น คณะพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้แทนนิติบุคคลเรียบร้อยแล้ว (บริษัท แป้งมันเอี่ยมอีสาน จำกัด)
ส่วนกรรมการผู้มีอำนาจ (น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล และพวก) คณะพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกให้เข้าพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา แต่ผู้ถูกกล่าวหามีหนังสือร้องขอความเป็นธรรม โดยอ้างพยานบุคคลหลายราย ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนตามประเด็นที่มีการร้องขอความเป็นธรรม
จนเมื่อวันที่ 29 ก.ค.68 ดีเอสไอและพนักงานอัยการสำนักงานการสอบสวนได้ประชุมพิจารณาพยานหลักฐาน และมีมติที่ประชุม ให้คณะพนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำพยานเพิ่มเติม การอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศบริเวณพื้นที่มีการยึดถือครอบครอง ซึ่งทุกประเด็นอยู่ในกระบวนการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
สำหรับความคืบหน้า เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 20 มี.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ออกหมายเรียกให้บุคคลที่เกี่ยวข้องมารับทราบข้อกล่าวหา บุกรุก ยึดถือ ครอบครองและทำประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์ แต่ผู้ถูกกล่าวหาพยายามส่งเอกสารขอความเป็นธรรม ทางพนักงานสอบสวนจึงให้ความเป็นธรรมและมีการเลื่อนไปเลื่อนมาจนถึงปัจจุบันนี้
ล่าสุดคณะพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกให้นักการเมืองหญิงและครอบครัว ในฐานะกรรมการบริษัทเอกชน (กรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท แป้งมันเอี่ยมอีสาน จำกัด) เข้ารับทราบข้อหาตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ประมวลกฎหมายที่ดินและประมวลกฎหมายอาญา บุกรุก ยึดถือ ครอบครองและทำประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์ ในวันศุกร์ที่ 20 มี.ค.69 เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์ราชการฯ อาคารบี (B) ชั้น 8 ฝั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้ถูกกล่าวหาในคดีที่ถูกดีเอสไอออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ประกอบด้วย 1.นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือกำนันป้อ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและกระทรวงพาณิชย์ (บิดาของ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล)
2.นางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือเจ๊หน่อย นายก อบจ.นครราชสีมา ภรรยาของนายวีรศักดิ์ (มารดาของ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล) และ 3.น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รักษาการ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย
มีรายงานเบื้องต้นด้วยว่า ในส่วนของ นางยลดา หวังศุภกิจโกศล ส่งเอกสารขอเลื่อนการรับทราบข้อหา ขณะที่ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เนื่องด้วยอยู่ในช่วงสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงมีเอกสิทธิ สส.คุ้มครอง และยังไม่ได้แจ้งแก่พนักงานสอบสวนว่าจะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาหรือไม่ และหากจะไม่เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ตามขั้นตอนแล้วผู้ถูกกล่าวหาจะต้องมอบหมายทนายความส่งเอกสารแจ้งเหตุขัดข้องต่อพนักงานสอบสวนให้ทราบ
ต่อมาเวลา 09.10 น. ที่กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายหลังจากที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ออกหมายเรียกแก่ 3 คน และ 1 นิติบุคคล ประกอบด้วย 1.นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือกำนันป้อ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและกระทรวงพาณิชย์ (บิดาของ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล)
2.นางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือเจ๊หน่อย นายก อบจ.นครราชสีมา ภรรยาของนายวีรศักดิ์ (มารดาของ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล) 3.น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รักษาการ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และ 4.บริษัทแป้งมันเอี่ยมอีสาน จำกัด โดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาฐานความผิด ร่วมกันบุกรุกเข้าไปยึดถือ ครอบครองและทำประโยชน์โดยการขุดบ่อเก็บกักน้ำ ในที่ดินซึ่งตนไม่ได้มีสิทธิ อันเป็นที่ดินของรัฐและที่ดินสาธารณประโยชน์สำหรับประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน และที่ป่า โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 ประกอบ 108 ทวิ วรรคสอง และมาตรา 54 มาตรา 55 ประกอบมาตรา 72 ตรี แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 360 แห่งประมวลกฎหมายอาญาและมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
ผู้สื่อข่าวพบว่า นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือกำนันป้อ บิดาของ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เดินทางมาพร้อมกับทีมงาน และเปิดเผยสั้นๆ กับสื่อมวลชนก่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า
ยังไม่พร้อมให้ข่าว ส่วนความเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด แต่มาพบพนักงานสอบสวน ส่วนเอกสารการชี้แจง ตนขออนุญาตไม่พูดในตอนนี้ หลังเสร็จสิ้นจึงจะออกมาให้ข่าวแทน
อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวยังไม่พบความเคลื่อนไหวของ นางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือเจ๊หน่อย นายก อบจ.นครราชสีมา มารดาของ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล และ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล แต่อย่างใด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : DSI ออกหมายเรียก สุดาวรรณ-กำนันป้อ-เจ๊หน่อย-บริษัทแป้งมัน รับทราบข้อหารุกที่สาธารณะ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th